บทที่ 4
เลือดที่หยดซึมออกมาจากแขนเสื้อหยดลงบนโต๊ะเสี่ยวเย่วเห็นแวบแรกก็อดสะดุ้งในใจไม่ได้มีดนั่นคมจริงๆ ให้ตายสิสงสัยเขาคงต้องให้คุณนายเจียงพาไปทำบุญที่วัดแล้วจริงๆ อาทิตย์นี้เขาเจ็บตัวโดยที่ตัวเองพาเอาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวโดยไม่ได้ตั้งใจซักครั้ง
"เป็นอะไรเสี่ยวเย่ว"เสี่ยวหานทำหน้าสงสัยเมื่อเห็นเสี่ยวเย่วยุกยิก
"ไม่เป็นไรแค่อิ่มแล้ว"เขารีบส่ายหน้า
"ทำไมกินน้อยจริงไม่สบายหรือยังไง"เสี่ยวหานนิ่วหน้ายกมือขึ้นแตะหน้าผากสวยนั่นเบาๆ
"ฮื้อไม่เป็นไรน่าเสี่ยวหานนายกังวลไม่เข้าเรื่อง"เขาทำเสียงดุ
"ก็ดูสิหรือว่าปวดแผลทำไมหน้าซีดจัง"เสี่ยวหานชักไม่ไว้ใจ
"โอ๊ยยยยอย่าหาเรื่องให้ป่วยได้มั๊ยยาของเจ้หงส์ไม่ได้หวานเหมือนน้ำอัดลมนะ"เขาแกล้วบ่ายเบี่ยงอิ่มแล้วอยากกลับบ้านตอนนี้ขามันเริ่มปวดแล้วจริงๆ ด้วยนายไปเอารถเถอะฉันจะไปเข้าห้องน้ำอีกรอบสงสัยว่าท้องจะเสียด้วยแน่ๆ "เขาแกล้งบ่น
"เฮ้ๆ เป็นเยอะหรือไงให้ฉันแวะพานายไปโรงพยาบาลก่อนมั๊ย"เสี่ยวหานกังวลขึ้นมาจริงๆ แล้ว
"นายจะให้ฉันเป็นคนป่วยจริงๆ ใช่มั๊ย"เขาแกล้งทำเสียงขุ่นอีกรอบ
"โอเคๆ ฉันยอมแพ้รีบไปเข้าห้องน้ำแล้วรีบมาเราจะกลับบ้านกันอ้อเดี๋ยวฉันสั่งให้เอากลับบ้านด้วยดีกว่านายชอบกินนี่นา"เสี่ยวหานพยักหน้าเพราะกลัวเสี่ยวเย่วจะอารมณ์เสียมากกว่าเดิม
"ขอบใจนะไปห้องน้ำก่อน"ทั้งคู่ไม่ทันสังเกตุว่าอีกด้านของฉากกั้นมีผู้ชายอาวุโสนั่งอยู่ถึงสองคน
"เด็กนั่นสงสัยจะบาดเจ็บอาเซียงลองตามไปดูหน่อย"
"ครับนายท่าน"อาเซียงขยับตัวลุกตามเสี่ยวเย่วเดินเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง
"พ่อหนุ่ม"
"อ๊ะคุณลุง"อาเซียงยิ้มน้อยๆ
"บาดเจ็บ? "
"นิดเดียวเองครับสงสัยใบมีดมันเฉี่ยว"
"ไปหาหมอเถอะครับประเดี๋ยวนายผมจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง"อาเซียงบอกเสียงเรียบสำรวจแผลที่แขนแล้วเห็นว่าไม่เป็นอะไรมากแต่แขนขาวๆ ผิวเนียนขนาดนั้นเป็นแผลเป็นมันน่าเสียดายไม่ใช่หรือ
"ไม่เป็นไรครับแหะๆ ผมไม่อยากให้พ่อกับแม่รู้เรื่องเท่าไหร่"เสี่ยวเย่วส่ายหน้ารัวๆ
"ถ้าอย่างนั้นขอลุงดูแผลหน่อยจะได้มั๊ย"อาเซียงขออนุญาตเสี่ยวเย่วทำหน้าลังเล
"ลุงรับรองเอานี่ไปเถอะครับนามบัตรของลุงเองหากมีปัญหาก็โทรหาได้เลยตลอดเวลาอาเซียงยื่นนามบัตรให้อีกครั้งคราวนี้เสี่ยวเย่วเอื้อมมือไปรับพร้อมกับยื่นแขนที่ยังมีเลือดซึมออกมาเยอะพอสมควรจนเปียกชุ่มให้อาเซียงดูเขาถลกแขนเสื้อขึ้นช้าๆ เพราะกลัวหนุ่มน้อยจะบาดเจ็บมากกว่าสภาพที่เห็น
"หืมแผลก็ไม่กว้างมากแต่เลือดออกมากเหลือเกิน"อาเซียงนิ่วหน้า
"เอ่อผมเป็นโรคเลือดไหลไม่หยุดHemophilia (ฮีโมฟีเลีย) น่ะครับ"เสี่ยวเย่วบอกด้วยน้ำเสียงไม่ทุกข์ร้อนเขาเคยบาดเจ็บมากกว่านี้แค่นี้ยังพอทนไหวเดี๋ยวกลับบ้านก็ไปกินยากับกดแผลแน่นๆ ก็ดีขึ้นแล้วแต่คนฟังกลับไม่ได้คิดตามแบบนั้น
"คุณหนูไปหาหมอกับลุงเถอะ"อาเซียงบอกเบาๆ เสี่ยวเย่วชักแขนกลับทันที
"ผมต้องกลับบ้านแล้วขอบคุณนะครับที่ช่วยทำแผลให้บ๊ายบายครับลุง"เสี่ยวเย่วรีบเดินกระเผลกออกจากห้องน้ำทิ้งให้อาเซียงมองตามด้วยความกังวลเสี่ยวเย่วเองก็กังวลนี่ถ้ามาดามเจียงรู้เรื่องละก็เขาอาจจะไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนอีกเลยแน่ๆ
"ฟู่ว์ค่อยยังชั่วลุงนั่นตามตื้อซะจริงๆ "เขายกมือตบอกด้วยความโล่งใจ
"เฮ้ๆ จะเหม่ออีกนานมั๊ย"เสียงเสี่ยวหานดังมาจากในรถตอนนี้มีพนักงานในร้านหิ้วถุงขนาดใหญ่มาด้วยถึงสามถึงเพื่อจะเอามาส่งให้ที่รถ
"นายจะสั่งอะไรเยอะแยะไปหมด"เขาบ่นเบาๆ
"หึหึเห็นบ่นแบบนี้แต่ก็หมดทุกทีนี่นา"
"นี่นายกล้าล้อฉันงั้นเหรอ"เสียงคนสองคนยังเถียงกันไม่เลิกทำให้อาเซียงที่เดินตามหลังนายใหญ่พูดออกมาเบาๆ
"คุณหนูนั่นอาการไม่สู้ดีครับ"
"หืมแล้วทำไมไม่พาไปหาหมอ"
"เขาไม่ยอมแต่เดี๋ยวผมจะให้คนของเราตามไปที่บ้านครับ"
"เขาคงไม่อยากให้ผู้ปกครองรู้ืหรือเปล่าเอาเถอะให้คนของเราตามไปแล้วสืบประวัติมาก็แล้วกันหาทางตอบแทนทีหลัง"นายใหญ่บอกก่อนจะก้าวขึ้นรถ
...................................
.....................................................
...................................................................
"ตามคุณชายใหญ่"เหวินกวางสั่งสาวใช้ที่ยืนรอรินน้ำชาอยู่ด้านหลังให้ตามคุณชายของบ้านลงมา
"เจ้าค่ะ"ใช้เวลาเพียงไม่นานร่างสูงสง่าก็เดินเข้ามาที่โต๊ะสนามเหล็กดัดสีขาวที่มีผู้เป็นบิดานั่งอ่านหนังสือพิมพิ์รออยู่
"คุณพ่อ"
"นั่งสิ"
"วันนี้ไม่ออกไปไหนหรือครับ"หวางตาหมิงเอื้อมไปหยิบกาน้ำชาที่ทำจากดินเผาสวยงามมารินน้ำชาหอมกรุ่นให้ผู้เป็นบิดาเสียเอง
"ไม่วันนี้พ่ออยากเจอหน้าลูกถึงได้บอกให้มาค้างบ้านใหญ่"ต้าหมิงชะงักมือที่กำลังรินชาเพียงเล็กน้อยแต่ใบหน้าเรียบเฉยในใจก็อดสงสัยไม่ได้ทุกครั้งที่มีคำสั่งให้กลับมานอนบ้านใหญ่นั่นหมายถึงเขาจะต้องได้รับมอบหมายให้ทำอะไรบางอย่างที่สำคัญไม่ใช่น้อย
"ตั้งอาหารเช้า"เสียงสั่งสั้นๆ ทำให้สาวใช้สี่คนทะยอยเดินเอาอาหารเช้ามาวางไว้บนโต๊ะทันที
"นี่ของโปรดลูก"เหวินกวางจิ้มแผ่นแฮมมาวางไว้บนแผ่นขนมปังในจานของต้าหมิง
"ขอบคุณครับ"
"อืม คู่หมั้นของลูกเป็นยังไงบ้าง"
"ตอนนี้เธอไม่อยู่ไปทัวร์ยุโรปครับ"
"นั่นพ่อรู้แต่พ่ออยากได้ยินเกี่ยวกับความสัมพันธ์มากกว่า"
"ก็เรื่อยๆ "
"แล้วคู่ขานั่นล่ะ"คราวนี้ตาหมิงเงยหน้าขึ้นมามองผู้เป็นพ่อตาสบตากันชัดเจนไม่มีหลบ
"มีปัญหาตรงไหนหรือเปล่าครับ"ต้าหมิงถามตรงๆ
"ไม่มีหรอกพ่อแค่อยากรู้"
"คู่ขาก็คือคู่ขา"
"หึหึแล้วแบบนี้พ่อจะมีโอกาสมีหลานหรือเปล่านะ"
"มีแน่นอนครับหากคุณพ่ออยากให้จัดงานผมก็สามารถทำได้ทันที"
"พ่ออยากให้ลูกมีความรัก"คำพูดง่ายๆ ทำเอาต้าหมิงถึงกับนิ่งไปเพราะคิดไม่ถึง
"เรื่องนี้..."
"พ่อเข้าใจไม่บังคับหรอกแต่ถ้ามันฝืนใจลูกพ่อก็ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น"
"ไม่เป็นไรหรอกครับคุณหนูลู่ก็สวยใช้ได้มารยาทก็ดี"
"หึหึนี่พ่อไม่ได้ให้ลูกหาหุ่นมาประดับชีวิตนะพ่ออยากได้คนที่ทำให้ลูกชายของพ่อมีชีวิตชีวามากกว่านี้"คราวนี้ต้าหมิงวางส้อมลงทันทีเหมือนกันทำไมเขาจะไม่รู้ว่าที่พ่อเขาเอ่ยขึ้นมาทั้งหมดจะต้องมีอะไรอีกแน่ๆ
"คุณพ่อหมายความว่า...."
"พ่อจะให้ลูกแต่งงาน"
"แน่นอนครับรอเธอกลับมาก่อนแล้วผมจะเร่งให้"
"ไม่ใช่แบบนั้น"
"หืม"นี่อย่าบอกนะว่าพ่อเขาจะให้แต่งงานมีเมียสองสามคนเขาไม่อยากทำแบบนั้นอย่างน้อยก็ต้องให้เกียรติคนที่จะมาเป็นเมียคุณชายใหญ่แห่งสกุลหวางบ้าง
"แต่ว่า"
"ลูกอาจจะแปลกใจ"เหวินกวางเลยเล่าเรื่องที่ถูกช่วยเหลือให้ต้าหมิงฟัง
"ผมไม่ชอบเพศเดียวกันครับ"ต้าหมิงทำหน้านิ่งหยิบส้อมขึ้นมาจัดการอาหารตรงหน้าด้วยอาการปรกติ
"นั่นพ่อรู้แต่เราต้องตอบแทนบุญคุณสกุลหวางย่อมไม่ลืมบุญคุณคน"
"ตอบแทนด้วยอย่างอื่นเถอะครับเกาะที่ไหนซักแห่งธุรกิจอะไรก็ได้ที่เขาอยากทำหรือจะเป็นเงินผมไม่อยากผิดต่อคุณหนูลู่"
"พ่อตัดสินใจแล้ววันนี้พ่อเชิญประธานเจียงกับภรรยามาแกรอเจอด้วยล่ะ"เหวินกวางหยิบหนังสือพิมพิ์ที่อ่านค้างขึ้นมาไว้ในมือโดยที่ไม่แตะอาหารเช้าตรงหน้าแม้แต่นิดเดียวเดินกลับเข้าไปในตัวบ้านโดยที่มีอาเซียงตามหลังทิ้งให้ต้าหมิงกำส้อมในมือแน่นจนแทบจะงอ
"ไปไหนครับ"เสี่ยวเย่วทำตาปริบๆ ตั้งแต่เช้ามืดที่เขาถูกปลุกให้ลุกมาอาบน้ำแต่งตัวและเลือกสูทหลากหลายมากมายลานตาไปหมด
"เอาน่าเจ้าเด็กดื้อเงียบๆ บ้างเถอะ"
"แต่หม่าม๊าผมมีสิทธิ์จะรู้นะครับเนี่ยแล้วที่เราไปหรูมากเลยเหรอ"เขายืนยุกยิกให้ดีไซน์เนอร์จับหมุนไปหมุนมา
"เราได้รับเชิญไปบ้านสกุลหวาง"เสี่ยวเย่วที่กำลังกัดครัวซองค์คำโตถึงกับสำลักเดือดร้อนมาดามเจียงต้องเข้ามาตบอกตบหลังให้
"เจ้าเด็กบ้านี่เดี๋ยวก็ติดคอตายหรอก"
"โอ๊ยๆ หยุดๆ หยุดก่อนทุกคน"เขาดิ้นหนีมือไม้สี่ห้าคู่ที่พยายามดึงเข้าไปมา
"ผมไม่ไปเรื่องธุรกิจทำไมผมต้องไปด้วยล่ะครับน่าเบื่อจะตายแถมเค้าลือกันว่าบ้านนั้นมีแต่เรื่องน่ากลัวไม่เอาอะผมไม่ไปหรอก"
"ต้องไป"
"ไม่ไป"
"แกต้องไป"
"ไม่เอาผมไม่ไป"สองแม่ลูกยืนเถียงกันจนเสียงดังไปถึงข้างนอกประธานเจียงกำลังจัดแขนเสื้อสูทตัวเองเดินเข้ามาในห้องนอนของเสี่ยวเย่วตามเสียง
"ยังแต่งตัวไม่เสร็จอีกเหรอเนี่ย"ประธานเจียงหันไปพยักหน้าให้สาวใช้นำกล่องกำมะหยี่สีแดงที่ด้านในบรรจุเครื่องเพชรเม็ดงามมาให้มาดามเจียงเลือก
"ป๊าาาาาาา ผมไม่ไป"เสี่ยวเย่วรีบเดินไปเกาะแขนพ่อเอาใบหน้าเล็กซุกเข้าไปที่อกถูไถไปมา
"คราวนี้เลี่ยงไม่ได้เราได้บัตรเชิญมาอย่าดื้อเลยน่าอาเย่ว"
"แต่ว่า"
"ถ้ายอมไปกับพ่อกลับมาจะมีรถรุ่นใหม่จอดรออยู่"ผู้เป็นพ่อหลอกล่อเพียงแค่คำพูดนั้นทำให้เสี่ยวเย่วถึงกับชะงัก
"อ๊ะ!! จริงนะ"
"หึหึเห็นพ่อชอบโกหกหรือไงกัน"
"ไม่หรอกครับแต่ทำไมคราวนี้ป๊ายอมง่ายจัง"
"ก็เพราะเราดื้อแบบนี้ไงพ่อถึงต้องมีของแลกเปลี่ยน"
"ตามใจกันเข้าไปเถอะค่ะว่าแต่ประธานเจียงรู้หรือเปล่าว่าทำไมสกุลหวางถึงเจาะจงครอบครัวเรา"มาดามเจียงถามด้วยความสงสัย
"นั่นสินี่ก็ถามกลับไปแต่ไม่ได้คำตอบบอกแค่ว่าให้รอถามท่านประธานหวางเหวินกวางเอง"ทั้งประธานเจียงและมาดามสบตากันแล้วหันไปมองเจ้าตัววุ่นวายที่ตั้งหน้าตั้งตาเลือกสูทให้ตัวเองทั้งที่เมื่อกี้ยังต่อต้านสุดฤทธิ์
"หวังว่าลูกเราคงไม่ได้ไปทำอะไรมานะคะ"มาดามเจียงพูดเสียงเบา
"นั่นสิผมก็ภาวนาแบบนั้น"
"เสี่ยวเย่ว / อาเย่ว"เสียงสองคนเรียกลูกตัวเองพร้อมกัน
"หวาได้แล้วๆ ได้สูทแล้วกำลังจะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้แหละครับ"น้ำเสียงร่าเริงทำให้ผู้เป็นพ่อแม่ถึงกับพูดไม่ออก
"เอาเถอะคงเป็นเรื่องดีมากกว่าไม่อย่างนั้นเสี่ยวเย่วของเราคงไม่มีอาการแบบนี้หรอก"ประธานเจียงสรุป
"นั่นสิคะมาเถอะค่ะคุณเนคไทด์เบี้ยวแล้ว"มาดามเจียงจัดเนคไทด์ให้สามีและแระธานเองก็สวมสร้อยเพชรสวยงามเข้าที่คอให้เธอกลับเช่นกัน
"นี่ผมจะมีน้องอีกคนให่มั๊ย"น้ำเสียงทะเล้นดังขึ้นข้างๆ ประธานเจียงถึงกับเอามือเคาะหน้าผาลูกชายคนเดียวด้วยความเอ็นดู
"แค่เราคนเดียวแม่ก็เหนื่อยจะแย่แล้วไม่เอามาเป็นภาระอีกหรอก"สามเสียงประสานกันหัวเราะครอบครัวเจียงเดินทางไปสกุลหวางตรงเวลาที่นัดหมายบานประตูอัลลอยด์ขนาดใหญ่เลื่อนออกช้าๆ ปล่อยให้รถเบนซ์คันหรูสีดำมันปราบเคลื่อนตัวเข้าไปช้าๆ จนหยุดที่ชานบันไดคฤหาสน์ขนาดใหญ่สาวใช้ฝั่งละห้าคนยืนโค้งตัวรอพยักงานชายเดินมาเปิดประตูให้ทุกคนลงไปยืนรอ
"ยินดีต้อยรับสู่สกุลหวาง"เสียงเย็นเรียบหากแต่หนักแน่นดังขึ้นเหนือบันได
"อ้าวลุง"เสี่ยวเย่วอุทานทันทีที่ได้ยินเสียงร่างสูงสง่าที่ยืนยิ้มน้อยๆ ด้านหลังมีอาเซียงที่ยืนประกบอยู่
"ตายแล้วคุณ"มาดามเจียงตะครุบปากเสี่ยวเย่วเอาไว้ไม่ทันทั้งสองทำหน้าเจื่อนจืด
"หึหึไม่เป็นไรฉันไม่ถือเด็กสมัยนี้ก็เป็นแบบนี้แหละ"เหวินกวางหัวเราะน้อยๆ
"ต้องขอประทานโทษจริงๆ ครับ"ประธานเจียงก้มโค้งลงแทบจะเป็นตัวแอลมาดามเจียงเองก็ไม่ต่างกันทำเอาเสี่ยวเย่วเก้งกังหมุนไปมา
"เอาน่าฉันไม่ถือมาเถอะเข้าไข้างในอาเซียงไปรับกระเช้ามาถือเอาไว้"เหวินกวางสั่งให้อาเซียงไปรับตะกร้าของฝากขนาดใหญ่มาถือเอาไว้เองยังไม่ทันจะเข้าไปด้านในเสี่ยวเย่วก็ต้องอ้าปากค้างอีกรอบก็คนสองคนที่เดินมาคุ้นจนเขาต้องร้องอีกรอบ
"เห้ยยยย"อาจงกับอาเป่าชะงักเท้าเมื่อมองเห็นเขา
"แย่แล้ว"อาจงเบ้ปากอาเป่าอดยิ้มขำไม่ได้
"ตัวยุ่งมานี่ได้ไงหว่า"อาเป่าพูดเบาๆ เอาศอกกระทุ้งเข้าที่แขนอาจง
"ตัวซวยล่ะไม่ว่า"อาจงบ่นเบาๆ
"หึหึระวังเถอะอย่าปากดีไปได้ข่าวว่านายท่านเชิญสกลุเจียงมาน่าจะเป็นแขกของท่านแน่ๆ "อาเป่าบอกกลับเบาๆ
"นี่ลูกไปรู้จักทุกคนไงยังไง"มาดามเจียงสะกิดเสี่ยวเย่วเบาๆ เขาเลยได้แต่ยิ้มแหย
"กลับไปค่อยเล่านะครับ"
"แน่นอนลูกยังติดค้างแม่อยู่หลายเรื่อง"มาดามเจียงส่งเสียงคาดคั้น
"มาหาคุณชายใหญ่หรือยังไง"เหวินกวางถามสองมือขวาซ้าย
"ครับนายท่าน"
"ถ้าเรื่องไม่ด่วนก็รอก่อน"ทั้งสองคนยืนตัวแข็งลองถ้านายท่านออกปากเองมีหรือเขาจะกล้าขัดนี่แสดงว่าต้องเป็นเรื่องสำคัญแน่นอน
"เอาล่ะๆ เข้ามานั่งกันก่อนเตรียมชา"เหวินกวางสั่งสั้นๆ ทันใดนั้นเองก็ปรากฎตัวของสาวใช้มารินชาให้ทั้งสามทันที
"สบายดีหรือเปล่าประธานเจียง"เหวินกวางเปิดบทสนทนา
"แน่นนอนครับท่านเองก็คงสบายดี"
"ฉันสบายดีขอบใจมากนี่ลูกชายคนเดียวหรือยังไง"
"ครับผมนี่เสี่ยวเย่ว อ้อ เจียงอิ้งเย่วครับ"
"อ่าชื่อเพราะจริงๆ สมกับหน้าตาของเขา"เหวินกวางยิ้มน้อยๆ
"ขอบคุณครับ"เสี่ยวเย่วตอบขอบคุณเบาๆ ให้ตายสิหน้าตาคุณลุงพวกนี้ตอนอยู่ในบ้านทำไมดูน่ากลัวน่าเกรงขามแบบนี้นะ
"อาเซียงตามคุณชายใหญ่"เขาหันไปสั่งอาเซียงตอนนี้ลูกชายเขาคงกำลังขบปัญหาไม่แตกแน่ๆ ด้วยความสงสัยเขาไล่สำรวจใบหน้าคมหวานของอิ้งเย่วจนละเอียดถึงแม้จะรู้จากประวัตที่ให้ไปสืบมาแล้วก็ตามทีแต่พอมาอยู่ใกล้ๆ ถึงได้รู้ว่าเด็กคนนี้มีเสน่ห์ไม่น้อยความร่าเริงและรอยยิ้มนั่นคงทำให้ลูกชายของเขาเลิกเป็นหุ่นยนต์เสียที
"คุณพ่อ"เสียงราบเรียบที่เอ่ยทักขึ้นมาจากประตูโถงทำเอาเสี่ยวเย่วถึงกับทำแก้วชาเอียงจนน้ำชาหกลงพื้น
"ไม่นะ"เสี่ยวเย่วครางเบาๆ ในลำคอโลกนี้ทำไมถึงได้กลมขนาดนี้กันเนี่ย
