บท
ตั้งค่า

บทที่ 5

"หืม?"น้ำเสียงปนสงสัยดังขึ้นจากปากได้รูปใบหน้าเย็นชาไม่ได้แสดงอาการแปลกใจมีเพียงดวงตาคมเข้มไหววูบเพราะภาพของชายหนุ่มร่างบางที่ไร้มัดกล้ามใบหน้าคมหวานนั่นต่างหากที่ทำให้เขาแปลกใจได้

"อ่อต้าหมิงมาแล้ว มาๆเข้ามาก่อน"เหวินกวางยิ้มน้อยๆเอ่ยทักลูกชายคนเดียว

"คุณชายใหญ่/คุณชายใหญ่"สองสามีภรรยาสกุลเจียงลุกขึ้นยืนเป็นการให้เกียรติจริงอยู่ถึงแม้ว่าหวางต้าหมิงจะอายุน้อยกว่าแต่ด้วยอำนาจและศักดิ์คงต้องให้ความเคารพอยู่ดีมาดามเจียงพยายามแอบสะกิดคนที่นั่งอ้าปากค้างถ้วยชาเอียงจนน้ำเปรอะเลอะลงพื้นให้รู้ตัวแต่ก็ดูว่าจะไม่ได้ผล

"อาเย่ว อาเย่วลุกสิ"มาดามเจียงอดรนทนไม่ไหวถึงกับก้มลงกระซิบเรียกชื่อลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตัวเอง

"ไม่เป็นไรๆนั่งลงเถอะต้าหมิงไม่ถือสากับเรื่องนี้หรอกจริงไหม?"เหวินกวางหัวเราะน้อยๆต้าหมิงได้แต่เลิกคิ้วไม่ได้พูดอะไรต่อได้แต่เดินเข้ามาอย่างเนิบๆไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก

"ประธานเจียง มาดามเจียง ยินดีต้อนรับครับหวังว่าคงจะสบายดี"ต้าหมิงทักเสียงเรียบกวาดตามองไล่ไปตามสายตาจนกระทั่งมาถึงคนที่นั่งปล่อยให้แมลงวันเข้าไปไข่ในปาก

"หึ สวัสดีคุณหนูอิ้งเย่ว"ต้าหมิงก้มหัวให้เล็กน้อยแทบจะดูไม่ออกเสียด้วยซ้ำอิ้งเย่วถึงกับหน้าบึ้งเมื่อตนเองถูกเรียกว่าคุณหนูได้ยังไงกันเขาต้องเป็นคุณชายสิคนที่แกล้งเอ่ยทักแอบอมยิ้มอยู่บนใบหน้าผู้ใหญ่ทั้งสามคนหันไปมองหน้าอิ้งเย่วที่ไม่ตอบกลับแถมยังตีหน้ายักษ์ใส่คนตัวโตกว่าเสียอีก

"อาเย่ว"ประธานเจียงเอ่ยเรียกลูกตัวเองทันทีนับว่าเป็นเกียรติอย่างมากที่คุณชายใหญ่ตระกูลหวางเอ่ยทักลูกชายเขาก่อนแต่ดูลูกเขาทำสิมันน่านัก

"แฮ่ม!!คืออย่าถือสาลูกชายของฉันเลยนะคะคุณชายกลับไปสัญญาว่าจะอบรมให้มากกว่านี้ค่ะ"มาดามเจียงรีบเอ่ย

"หม่าม๊าาาา"อิ้งเย่วแทบจะลงไปดิ้นกับพื้นเพราะถูกหักหน้าทำไมล่ะ ทำไมเขาแค่อยากเท่แบบคนตรงหน้าบ้างไม่ได้เชียวเหรอเขาไม่ใช่เด็กเล็กๆแล้วนะ

"ไม่เป็นไรครับผมไม่ถือสาเด็กที่กำลังหัดเดิน"ต้าหมิงตอบหน้าเฉยอาเป่าเดินเข้ามาขยับเก้าอี้ให้เจ้านายตัวเองแล้วถอยกลับไปด้านหลังยืนอยู่ข้างอาเซียงเช่นเดิม

"เอาล่ะๆอย่ามามัวถือสากันด้วยเรื่องเล็กๆแบบนี้เลย รินชา!!"เหวินกวางโบกมือเรียกสาวใช้ให้มารินชา

"คุณหนูเย่วถ้าเบื่อออกไปดูนกยูงคู่ใหม่ที่เราได้มาก็ได้นะเดี๋ยวจะให้อาเซียงพาไป"เหวินกวางเอ่ยทักทันทีที่ทุกคนนั่งกันพร้อมหน้า อิ้งเย่วรู้ทันทีว่าตนเองถูกไล่ทางอ้อมจึงขยับตัวลุกขึ้นข้อแรกด้วยความขุ่นเคืองทีทุกคนเรียกเขาว่าคุณหนูนั่นมันสำหรับผู้หญิงและเด็กเล็กไม่ใช่หรือไงเขาโตแล้วก็สมควรได้รับเกียรติถูกเรียกว่าคุณชายสิ และข้อสองเขารู้สึกไม่ถูกชะตากับคุณชายหวางนี่จริงๆทำเก็กนั่งตัวตรงหน้านิ่งเป็นหินสโตนเฮนจ์ไปได้ขัดหูขัดตาจริงๆเลยให้ตาย

"ครับถ้าอย่างนั้นผมขอตัวนะครับเพราะอยู่นี่มีแต่คนแก่"เขาไม่ได้ตั้งใจจะแขวะคนอื่นแต่จงใจแขวะคนที่เข้ามาใหม่และยังทำหน้านิ่งใส่อีกต่างหาก

"อาเย่!!"สองเสียงประสานกันด้วยความตกใจแต่เหวินกวางหรือนายใหญ่กลับหัวเราะอ้าปากกว้าง

"ฉันไม่ถือไปเถอะอาเซียงไปส่งคุณหนู"เหวินกว้างพยักหน้าให้หนุ่มน้อยที่แก้มป่องจนกลายเป็นซาลาเปาแล้วหันไปบอกคนสนิทพอทั้งคู่พ้นจากประตูห้องนั่งเล่นทุกคนก็กลับมาเงียบสนิทสองสามีภรรยาทำหน้าไม่สบายใจคิดว่าถูกเรียกมาเพราะลูกชายไปทำเรื่องอะไรเหลวไหลจนเดือดร้อนแน่ๆต่างกับนายใหญ่ที่แววตาเต้นระริกด้วยความสนุกสนานที่ไม่มีมานานแล้วเมื่อมองเห็นสีหน้าแววตาเหมือนอยากจะทุบใครซักคนเพื่อระบายอารมณ์

"อ่า มวยถูกคู่จริงๆ"นายใหญ่เกริ่นออกมาลอยๆเล่นเอาทุกคนหันไปมองด้วยความสงสัย

"อย่าคิดมากเลยประธานเจียงที่เรียกมาคุยด้วยนี่นับว่าเป็นเรื่องดีๆของสองตระกูลเราต่างหาก แค่คำพูดนี้ก็ทำให้ต้าหมิงนึกออกทันที

"คุณพ่อ"

"ใจเย็นๆก่อนต้าหมิงรอฟังเสียก่อน"

"ประธานเจียงฉันมีเรื่องอยากจะขอ"คำพูดที่แม้ว่าจะไม่ได้ร้ายแรงทั้งเขาและมาดามเจียงนึกรู้ทันทีว่าปฎิเสธไม่ได้แน่นอน

"หากเป็นเรื่องที่ไม่เหนือบ่ากว่าแรงทางเรายินดีครับ"

"ไม่มีอะไรร้ายแรงหรอกน่าฉันแค่ถูกใจคุณหนูเย่ว"ทันทีที่จบประโยคในห้องไม่มีเสียงตอบรับใดๆถ้าเข็มตกลงในห้องก็คงได้ยินเสียงแน่ๆ

"เอ่อ...."ประธานเจียงไม่เข้าใจในคำพูดมากนัก

"คือยังไงคะ"

"ฉันถูกใจคุณหนูเย่วอยากจะให้มาอยู่ด้วย"มาดามเจียงถึงกับหน้าซีดทำไมเธอไม่เคยได้ยินมาก่อนว่านายใหญ่มีรสนิยมแบบนี้

"หึหึอย่าเข้าใจฉันผิดไปหน่อยเลยมาดามเจียง ต้องขอโทษด้วยที่ฉันไม่ได้อธิบายเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน"เหวินกวางเล่าเรื่องที่ไปเจอเหตุการณ์ในห้องน้ำให้สามีภรรยาคู่นี้ฟัง

"เรื่องก็เป็นแบบนี้ฉันเลยนึกเอ็นดูคุณหนูเย่วเขาร่าเริงสดใสซะจริงๆฉันเลยอยากจะให้มาอยู่กับต้าหมิงเขาน่ะ"ประโยคที่ทำให้ประธานเจียงถึงกับเสียกิริยาขณะที่กำลังดื่มชาถึงกับสำลักใหญ่โต

"แต่ท่านคะดิฉันไม่อยากจะ"

"มาดามเจียงอย่าขัดเลยจะดีกว่าที่ฉันบอกตามตรงเพราะไม่อยากให้คุณหนูเย่วนึกขัดใจทางเราเลยต้องขออุนญาตทางคุณโดยตรง"น้ำเสียงราบเรียบที่ทำให้ทุกคนในที่นี้รู้ดีว่าหากขัดใจสิ่งที่ตามมาคือการราบเป็นหน้ากลองหากไม่อยากจะสูญเสียก็ให้ทำตามจะดีที่สุด

"คุณพ่อครับดูท่าทางสกุลเจียงเองคงไม่ค่อยเต็มใจทางนั้นมีลูกชายแค่คนเดียวจะให้มาอยู่กับเราย่อมเป็นไปไม่ได้อีกอย่างคุณหนูเย่วก็ต้องเรียนรู้งานของตัวเองทำแบบนี้มันจะเป็นการไม่สมควรนะครับ"ต้าหมิงค่อยๆวางแก้วชาลงช้าๆ

"อืมนั่นสินะฉันลืมนึกข้อนี้ไปแต่ความคิดของฉันไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอน"

"ผมว่าเราเลิกคุยเรื่องนี้ดีกว่าครับต้องขอโทษทางประธานเจียงกับมาดามด้วย"ต้าหมิงตัดบทเมื่อเหลือบตามองสองสามีภรรยาที่ทำหน้าเหมือนถูกบังคับให้กินยาถ่าย

"เอ้อ..."ประธานเจียงที่พูดไม่ออกเพราะไม่เข้าใจในสิ่งที่นายใหญ่ต้องการบอกแบบไหนคือการให้เข้ามาอยู่ด้วย จะอยู่ในฐานะอะไรและความสำคัญแบบไหนหรือจะให้ลูกชายเขามาเป็นคนคอยรับใช้หวางต้าหมิงเป็นการส่วนตัวนั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้แน่ๆเขารู้จักนิสัยลูกชายของตัวเองดีพอ

"ประธานเจียงใจเย็นๆก่อนในเมื่อมาถึงนี่แล้วก็คงไม่อ้อมค้อมล่ะนะ จริงๆฉันอยากได้คุณหนูเย่วมาเป็นลูกสะใภ้"

"มาดามเจียง/ๆ/คุณๆๆๆเป็นอะไรหรือเปล่า"ทันทีที่จบประโยคมาดามเจียงถึงกับทรุดตัวลงยังโชคดีที่อาเป่าไวจึงจับตัวเอาไว้ทันไม่อย่างนั้นคงทรุดลงกับพื้นแน่นอน

"ตามหมอเถอะฉันสั่งให้มารออยู่ที่ห้องรับรองแล้วอาเป่าอาจงประคองมาดามไป"เหมือนจะรู้ว่าต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้แน่นอนประธานหวางถึงกับเตรียมการเอาไว้แล้วหวางต้าหมิงหันไปมองสบตาพ่อตัวเองด้วยแววตาห้ามปราม

"นั่งลงต้าหมิง ประธานเจียงเองก็สงบใจก่อนเถอะนี่ฉันพูดไม่ชัดเจนอีกแล้วสินะ"เหวินกวางหัวเราะหึหึในลำคอ

"เอาแบบนี้ฉันอยากให้คุณหนูเย่วมาเป็นสะใภ้อันนี้เรื่องจริงอย่าเข้าใจผิดว่าต้าหมิงจะชอบพอเพศเดียวกันและอย่าสงสัยว่าทำไมคนหัวโบราณอย่างฉันถึงได้อยากผู้ชายมาเป็นสะใภ้ คุณหนูเย่วมีอะไรบางอย่างในตัวเองที่ฉันนึกชอบและอยากให้เขาได้อยู่กับต้าหมิงจริงๆเรื่องนี้จะไม่มีการบังคับฝืนใจ แค่อยากขอร้องให้คุณหนูเย่วมาลองสนิทกับต้าหมิงเสียก่อนหนทางข้างหน้าฉันเองก็ตอบไม่ได้หรอกว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าประธานเจียงเชื่อเรื่องโชคชะตาหรือเปล่า"

"คุณพ่อครับผมว่าเรื่องนี้มันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้วอีกอย่างนึงเราเองก็มีพันธะสัญญากับสกุลลู่อยู่ผมไม่คิดจะผิดสัญญาแน่ๆ"

"ลูกชอบเธอหรือ"คำถามสั้นๆที่ทำให้ทุกคนในที่นี้รู้อยู่แก่ใจย่อมรู้กันดีว่าสกุลลู่กับหวางนั้นหมั้นหมายกันตามหน้าที่

"..."

"พ่อไม่ได้ขัดลูกจะแต่งกับทางนั้นก็ต้องแต่งสัจจะคือเรื่องสำคัญแต่ลูกจะกลายเป็นคนเย็นชาแบบนี้คนเป็นพ่อแม่ที่ไหนจะรับได้ จริงมั๊ยประธานเจียง"คนที่ถูกลากเข้าวงสนทนาถึงกับสะดุ้ง

"เอ่อ.."

"พูดมาเถอะไม่ต้องเกรงใจ อ้อถึงไหนนะถึงตอนที่ถาเมรื่องโชคชะตาใช่หรือเปล่า ฉันกลับมีความรู้สึกว่าคุณหนูลู่ไม่สามารถยืนคู่ลูกชายฉันได้อย่างสมบูรณ์หลานสืบสกุลฉันก็อยากได้และฉันก็รู้ว่าสกุลเจียงเองก็อยากได้สมัยนี้วิวัฒนาการมันไปไกลแล้วเรื่องเด็กนะเรื่องเล็ก"

"แต่ว่าลูกชายของผมเขาไม่ได้เป็นแบบนั้นนะครับประธานหวาง"

"ลูกชายฉันก็ไม่ได้เป็นแต่รู้อะไรไหมประธานเจียงเขาทั้งคู่แม้ตายก็ไม่แยกจากกัน"น้ำเสียงมุ่งมั่นทำให้ทั้งหวางต้าหมิงและประธานเจียงต้องอึ้งไปครู่ใหญ่

"เป็นไปไม่ได้"ต้าหมิงบอกเสียงหนักแน่น

"เอาแบบนี้ฉันขอให้คุณหนูเย่วไปอยู่กับลูกชายฉันเป็นเลขาส่วนตัวก็แล้วกันต้าหมิงอยู่ไหนคุณหนูเย่วอยู่นั่นกินนอนไม่ห่างกัน"

"ลูกชายผมไม่สามารถทำได้หรอกครับประธานหวางได้โปรดเถอะตัดสินใจใหม่อีกครั้ง"ประธานเจียงมองเห็นอนาคตรำไรถึงความร้ายกาจของลูกชายตัวเองเรียกว่าคุณชายใหญ่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตอันนี้แน่นอนแต่สิ่งที่จะตามมาคือการอยู่ไม่เป็นสุขต่างหากล่ะนั่นน่ากลัวยิ่งกว่า

"คุณพ่อครับผมว่าคิดใหม่เถอะถ้าผมแต่งกับคุณหนูลู่อันนี้ไม่เปลี่ยนแน่นอนแล้วคุณหนูเย่วจะเป็นยังไงล่ะครับเขาไม่ต้องโสดไปจนตายหรือยังไงกัน"

"มันขึ้นอยู่กับแกต่างหากล่ะต้าหมิง"

"นี่มันตลกเกินไปแล้วนะครับอย่าลืมสิคุณหนูลู่กับคุณหนูเย่วเป็นพี่น้องกันนะครับ"ต้าหมิงเริ่มมีแววตาวิบวับด้วยความโกรธที่พยายามจะระงับเอาไว้ได้แต่สูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อยั้งตัวเอง

"ก็นี่แหละพ่อถึงได้ตัดสินใจแบบนี้ เท่าที่ดูจากประวัติคุณหนูลู่รักลูกเย่วมาก"ประโยคท้ายประกาศชัดเจนแน่นอนว่ายังไงประธานหวางย่อมไม่เปลี่ยนเจตนาตัวเองแน่นอน

"เฮ้อ!!ผมขัดคุณพ่อไม่ได้ก็ตามนั้นแหละครับแต่ผมบอกผลทำนายได้เลยครับว่าเราสองคนไม่มีทางจะป็นแบบที่คุณพ่อหวังแน่นอน เอาล่ะประธานเจียงผมต้องขอโทษแทนคุณพ่อผมด้วยที่นึกสนุกอะไรแบบนี้ผมถือโอกาสนี้พิสูจน์ให้ท่านเห็นเลยดีกว่าว่ามันเป็นไปไม่ได้ขอเวลาให้ผมกับคุณหนูเย่วซักสองปีเถอะครับผมสัญญาด้วยเกียรติแห่งหวางผมจะสอนงานให้คุณหนูเย่วอย่างดีที่สุดและจะเป็นpartner (พาร์ทเนอร์)บริษัทของสกุลเจียงสกุลหวางจะดูแลไปจนชั่วลูกหลาน"หวางต้าหมิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นหวางเหวินกวางยิ้มน้อยๆในหน้าต่างกับประธานเจียงที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ตอนนี้

"เรื่องมันลุกลามใหญ่โตเกินไปแล้ว"ประธานเจียงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราวคนจะขาดใจ

"เอาอย่างนี้พวกเราอย่าเถียงกันเองอยู่เลยสู้ถามเจ้าตัวไม่ดีกว่าหรือไง"เหวินกวางตัดบททุกคนหันมามองหน้ากันแล้วก็เห็นด้วยแต่สิ่งที่ต้าหมิงและประธานเจียงไม่รู้คือมีหรือหวางเหวินกวางผู้ยิ่งใหญ่จะปล่อยให้ทุกอย่างพลิกผัน เขาเป็นผู้วางหมากทุกคนก็ต้องเดินตามหมากที่เขาเป็นคนวางลงบนกระดานสิจริงใหม่

............................

.........................................

.....................................................

"สวยจังเลย"อิ้งเย่วเดินไปรอบๆสวนสวยถึงแม้ว่าจะมีแต่ต้นไม้สีเขียวๆที่ตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมทำเป็นทางเดินวกวนให้มองเห็นนกยูงคู่กำลังแพนหางสวยงามมาสีแดงเพลิงกับสีขาวตัดกันราวกับฉากในนิยายในฝัน อาเซียงมองภาพที่อิ้งเย่วยกมือรอรับดอกไม้สีชมพูกำลังร่วงลงบนฝ่ามือมีนกยูงแสนสวยกำลังรำแพนหางด้วยสายตาชื่นชม

"เด็กคนนี้สวยงามจริงๆไม่ได้ดูอ่อนแอแต่ก็ไม่ได้ดูเข้มแข็งสมกับชื่ออิ้งเย่วที่แปลว่าเงาสะท้อนของพระจันทร์"เขาขยับตัวเข้าไปใกล้

"คุณหนู"

"ครับ"อิ้งเย่วหันมามองหน้าคนที่เอ่ยเรียก

"ชอบที่นี่หรือเปล่า"

"ชอบสิครับมันสวยมากเลย"อิ้งเย่วพยักหน้าอาเซียงยิ้มน้อยๆ

"แล้วอยากมาเรียนรู้งานกับสกุลหวางหรือเปล่าครับ"อาเซียงเอ่ยถามตรงประเด็น

"โหยากอะลุงมันคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วประธานหวางคงไม่มานั่งสอนงานคนตัวเล็กๆแบบผมหรอก"

"ไม่สิครับถ้าได้เรียนงานกับคุณชายใหญ่มันจะดีมากกว่าเพราะที่สกุลหวางเติบโตกว่าเดิมมากมายเพราะคุณชายใหญ่นะครับ"

"ขนาดนั้นเลยหรือลุง"อิ้งเย่วตาโตกับความเก่งกาจความสามารถมากมายของหวางต้าหมิงทั้งทีอายุก็ไม่มากไปกว่าเขาเท่าไหร่แท้ๆ

"แน่นอนสิครับนี่ถ้าคุณสามารถเติบโตได้เท่าคุณชายใหญ่นะประธานเจียงและมาดามต้องชื่นชมแน่ๆ"อาเซียงพยายามเสี้ยม

"แต่ว่าเขาไม่ชอบขี้หน้าผมนะครับดูก็รู้คนอะไรนี่ถ้าไม่มีประธานหวางผมนึกว่าเกิดมาจากก้อนหินอะ"

"หึหึคุณหนูนี่เข้าใจเปรียบเทียบ ที่จริงแล้วคุณชายใหญ่น่าสงสารนะครับ ต้องอยู่โดดเดี่ยวเพื่อนไม่ค่อยมีหรอก"

"อ้อไม่มีคนคบด้วยก็นิสัยแบบนี้ใครจะมาคบ"อิ้งเย่วพยักหน้าหงึกๆอาเซียงถึงกับหลุดขำพรืดแล้วก็ต้องกลับไปทำสีหน้าเรียบเฉย

"เป็นเพราะคุณชายใหญ่ต้องทำงานตั้งแต่เด็กน่ะครับเลยต้องทำตัวเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุ"

"ผมว่าผมคงทำแบบเขาไม่ได้หรอกครับ"อิ้งเย่วยิ้มแหย

"ของแบบนี้ไม่ลองจะรู้เหรอครับเอาแบบนี้ดีไหมถ้าประธานหวางเสนอความคิดเห็นคุณก็ตอบรับเลยจะได้พิสูจน์ฝีมือตัวเองไปด้วยเลยโอเคหรือเปล่าครับ"อาเซียงตะล่อม

"อืมมันก็เข้าท่านะครับแต่ว่าคุณชายใหญ่ของลุงจะยอมสอนงานผมเหรอท่าทางขี้เก็กแบบนั้นน่ะ"

"ของแบบนี้มันต้องพุ่งชนถ้าคุณชายใหญ่ไม่สนใจคุณหนูเย่วก็ทำให้สนใจสิครับผมว่ามันง่ายมากสำหรับคนเก่งแบบคุณหนู"

"ได้เลยงั้นเรากลับเข้าข้างในกันเถอะ"อิ้งเย่วกำมือแน่นแล้วทำท่าให้กำลังใจตัวเองอาเซียงเองก็ยิ้มในหน้า แผนนายท่านสำเร็จจริงๆเสียด้วยคนทั้งคู่เดินเข้าไปในห้องรับแขกอีกครั้งบรรยากาศภายในทำไมดูหนาวเยือกพิกล

"มาแล้วคร้าบ"อิ้งเย่วส่งเสียงสดใสเข้าไปด้านในประธานหวางมองสบตาอาเซียงตรงๆอีกฝ่ายพยักหน้าน้อยๆแทบดูไม่ออกประธานหวางถึงกับยิ้ม

"สวยหรือเปล่าคุณหนูเย่ว"หวางเหวินกวางเอ่ยทัก

"สุดยอดเลยครับสีแดงสวยจังแต่สีขาวก็สวยนะครับ"

"คุณหนูชอบสีไหนมากกว่าเดี๋ยวลุงจะยกให้"เหวินกวางเอ่ยอย่างใจดี

"จริงเหรอครับหู๊ยยยย อันที่จริงผมอยากได้ทั้งสองตัวแต่เอาสีแดงก็ได้ครับ"

"ฮ่าๆๆๆๆ เอาเลยลุงยกให้ทั้งสองตัว"พอได้ยินแบบนั้นอาเย่วถึงกับวิ่งพรวดเข้าไปหาประธานเจียงกับมาดามที่นั่งทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่แบบนั้นไม่สนใจคนที่ตัวเองแทบจะชนแขนขณะที่วิ่งเข้าไปหาพ่อแม่ตัวเอง

"เรียบร้อยหน่อยอาเย่ว"คนที่ทำเสียงดุไม่ใช่ใครที่ไหนกลายเป็นคุณชายใหญ่ที่ขมวดคิ้วเพียงนิเดียวอิ้งเย่วหันมามองสบตาแล้วสะบัดหน้าไปหาประธานเจียงแทน อาเป่ากับอาจงเริ่มหนาวๆร้อนๆเพราะทั้งคู่รู้ดีว่าลองถ้าคุณชายใหญ่ของเขาขมวดคิ้วก็รับรองได้เลยไม่เละจนหาศพไม่เจอก็ไม่สามารถเป็นผู้เป็นคนได้อีกแล้ว

"ขอโทษ"อิ้งเย่วหันมาบอกเสียงห้วนแล้วก็กลับไปจ้อกับมาดามเจียงต่อ

"หึหึน่าสนุกจริงๆ"ประธานหวางหัวเราะออกมาเบาๆ

"จริงสิคุณหนูเย่วลุงอยากจะให้หนูมาเป็นเลขาส่วนตัวของต้าหมิงเกอดีมั๊ย"ประธานหวางหย่อนระเบิดลงกลางวงทันที บรรยากาศคราวนี้เงียบเสียจนได้ยินเสียงหายใจของแต่ละคน หวางเหวินกวางที่ยิ้มน้อยๆเหมือนจะรู้คำตอบ หวางต้าหมิงที่ได้แต่เอ่ยขอพระเจ้าทั้งที่เขาไม่เคยเชื่อเรื่องนี้ภาวนาอย่าให้เด็กแสบนี่รับคำ และสองสามีภรรยาแห่งสกุลเจียงที่ได้แต่ส่งกระแสจิตไปให้ลูกชายคนเดียวของตัวเองว่าอย่ารับๆ

"ผมเหรอครับ....ผม........."อิ้งเย่วอ้าปากเพื่อจะตอบคำถามที่ประธานหวางต้องการคำตอบ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel