บทที่ 2
"เสี่ยวเย่วเด็กบ้ากลับมานี่เดี๋ยวนี้นะ"เสียงตะโกนไล่หลังมาไม่หยุดหย่อนไม่ได้ทำให้คนตัวหุ่นเพรียวตัวขาวหยุดความเร็วในการวิ่งลงเลยซักนิดกลับเร่งสปีดตัวเองหนักขึ้นไปอีก
"ม๊าบอกให้หยุดยังไงเล่า"มารดาคนสวยดังลั่นๆ อยู่ตรงชานโค้งเป็นรูปครึ่งวงกลมชั้นสองของตัวบ้านกระทืบเท้าไปมาราวกับสาวรุ่นคนใส่สูทชุดดำที่ยืนกระจายกันเต็มบ้านหันกลับมามองทั้งสองคนแล้วหันกลับไปยืนนิ่งหน้าตรงอีกครั้งเหมือนไม่รู้สึกรู้สา
"เสียงดังอะไรกันมาดามเจียง"เสียงอ่อนโยนปนหัวเราะดังมาจากด้านหลังทำให้มาดามเจียงต้องหยุดหอบหายใจ
"ก็ลูกชายคุณน่ะสิเด็กอะไรร้ายกาจ"
"หึหึแล้วไม่ใช่ลูกคุณหรือยังไงกัน"เจียงส่งเยี่ยเจ้าพ่อแห่งวงการผ้าไหมและธุรกิจส่งออกเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียก็ว่าได้ส่ายหัวให้กับแม่ลูกที่ทะเลาะกันทุกเช้า
"ก็ใช่แหละค่ะแต่เป็นเพราะคุณที่ทำให้ลูกเรานิสัยเสียแบบนี้"มาดามเจียงยังเข่นเขี้ยวกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวที่วิ่งปรู๊ดลงบันไดวนสวยงามสีขาวสะอาดตาของบ้านเสียงเห่าของสุนัขตัวใหญ่ลอยเข้ามาด้านปนเคล้ากับเสียงหัวเราะร่าเริงนั่นทำให้มาดามเจียงลดเสียงลงจนกลายเป็นปรกติแล้วถึงมาสำรวจสามีที่อยู่ในชุดพร้อมออกไปทำงาน
"เอ๋วันนี้คุณสัญญากับชั้นว่าจะพาไปที่สมาคมเครื่องเพชรนี่คะ"เว่ยเซียงเริ่มขมวดคิ้วเรียวสวยอีกครั้ง
"ขอโทษด้วยจริงๆ ที่ผิดสัญญาแต่วันนี้ทางสกุลหวางจะไปงานประมูลภาพวาดฉันอยากเจอเผื่อจะได้ต่อยอดธุรกิจของเราด้วยน่ะ"
"อ่อค่ะไม่เป็นไรค่ะชั้นจะชวนคุณนายสกุลลู่ไปก็ได้ค่ะ"เธอยิ้มน้อยๆ เข้าใจในงานของสามีตัวเองดี
"ขอบใจนะที่เข้าใจชั้นโชคดีจริงๆ ที่มีเธอเป็นคู่ชีวิต"เจียงส่งเยี่ยก้มลงหอมแก้มที่เริ่มคล้อยลงเล็กน้อยตามกาลเวลา
"แหมอย่ามาทำเป็นอ้อนเลยค่ะชั้นเข้าใจคุณอยู่แล้วล่ะ แล้วจะพาลูกชายตัวดีไปด้วยหรือเปล่าคะ"
"คงจะไม่งานนี้มีแต่ผู้บริหารลูกจะเบื่อซะเปล่าๆ "
"คุณก็เป็นแบบนี้ชอบตามใจเสี่ยวเย่วจนนิสัยเสียไปแล้ว"มาดามเจียงบ่นเบาๆ
"อย่ามาโทษผมคนเดียวสิคุณเองก็ไม่น้อยไปกว่าผมหรอกน่าแค่ลูกอ้อนนิดหน่อยคุณก็มือไม้อ่อนแล้วเหมือนกัน"
"เอาเถอะๆ เราอย่ามาเถียงกันเลยค่ะมาทานอาหารเช้าก่อนเถอะสั่งให้ลูกน้องคุณไปตามลูกมาด้วยเล่นแต่กับหมาอยู่นั่นแหละ"เธอส่ายหน้าน้อยๆ ด้วยความปลงมองตามสามีที่เดินลงบันไดแล้วออกพ้นประตูไปเพื่อไปตามลูกชายกลับมาด้วยตนเอง เธอเป็นคนโชคดีที่มีสามีรักและอยู่ด้วยกันมานานเกินกว่ายี่สิบปีทั้งที่ไม่เคยได้รักใคร่ชอบพอกันมาก่อนแต่เพราะทั้งตระกูลของเธอและของเขาจับคู่ให้พออยู่กินด้วยกันมาก็เริ่มมีความรักความผูกพันให้แก่กันจนถึงเดี๋ยวนี้
"ป๊าผมจะเอารถคันใหม่ไปนะครับ นะครับ นะ นะ"เสียงออดอ้อนดังมาสลับกับเสียงบ่นของผู้เป็นบิดาทำให้มาดามเจียงรู้โดยไม่ต้องเดาว่าเจ้าลูกชายตัวดีของเธอกำลังจะหาเรื่องออกไปข้างนอก
"อย่าอ้อนประธานเจียงนะเสี่ยวเย่วเดี๋ยวเธอต้องไปกับแม่"เธอวางถ้วยไว้ตรงหน้าสามีและเดินวนมาวางไว้ให้ลูกชายคนเดียวของเธอ ที่นี่มีคนรับใช้แต่ถึงเวลาอาหารเธอก็อยากดูแลสามีและลูกบ้างแม้จะไม่ได้ลงมือปรุงอาหารเองก็ตาม
"แต่หม่าม๊าผมแค่ข้ามไป MacLehose เองนะครับได้โปรดนะครับนะๆ อนุญาตให้ไปนะครับ"เจียงอิ้งเย่วรู้ว่าคนที่เป็นใหญ่ที่สุดในบ้านจริงๆ แล้วคือใครกันแน่เขาจึงเบี่ยงไปอ้อนบิดาแทน
"ไม่ได้"น้ำเสียงเด็ดขาดดังขึ้นมาจากปากเข้ารูปเคลือบด้วยลิปติกสีสวย
"หม่าม๊าาาา ป๊าช่วยพูดหน่อยสิครับ"เสี่ยวเย่วหันไปหาบิดาที่นั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ก้มลงซดซุปร้อนๆ เสียงดัง
"บอกมาก่อนว่าไปทำไม"ประธานเจียงถามเมื่อวางถ้วยซุปลง
"นัดกลุ่มของหานซีไว้ครับ"
"เหลวไหลลูกก็รู้ว่าเสี่ยวหานกับกลุ่มดีแต่ขี่รถวันๆ ไม่ทำอะไร"ประธานเจียงทำเสียงดุ
"ก็แค่ขี่บิ๊กไบค์เป็นกลุ่มเฉยๆ นะครับพวกไม่ชอบรถก็ใส่ร้าย"เสี่ยวเย่วหน้าบูดจนเห็นปากสีแดงจัด
"อย่าเหลวไหลอาเย่วรถยนต์มีให้ขับก็ไม่ยอมขับจะขี่รถมอเตอร์ไซด์ให้ได้ไม่รู้หรือไงว่ามันอันตรายแค่ไหนเนื้อหุ้มเหล็กชัดๆ "มาดามเจียงดุบ้าง
"ก็แค่ขี่รถขึ้นเขาเป็นแก้งค์เฉยๆ นะครับไม่ได้ไปก่อกวนใครซักหน่อยนะครับนะอนุญาตเถอะนะครับ"อิ้งเย่วอ้อนอีกครั้งมาดามเจียงถอนใจดังเฮือก
"เอาเถอะๆ อย่าขี่ไวมากนักก็แล้วกันโทรรายงานแม่ทุกๆ ชั่วโมงไม่อย่างนั้นอย่าหวังว่าจะมีคราวหน้าอีกเข้าใจหรือเปล่า"ในที่สุดมาดามเจียงก็อดใจอ่อนกับเสียงออดอ้อนไม่ได้
"หึหึ"หัวเราะอะไรคะคุณคราวนี้ถึงคราวประธานเจียงโดนบ้างอิ้งเย่วรีบก้มหน้าใช้ตะเกียบพุ้ยข้าวในถ้วยกินไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาใคร
"เปล่าน่าคุณผมก็แค่ขำเห็นหรือยังว่าใครใจอ่อนมากกว่ากัน"
"อย่ามาโยนให้ชั้นจะดีกว่าค่ะที่จริงแล้วคุณอนุญาตในทีนั่นแหละเพียงแต่ไม่ยอมเอ่ยปากเองกลัวเสียเหลี่ยม นี่เสี่ยวเย่วไม่ต้องมายิ้มเลยนะเด็กดื้อคอยดูเถอะลองถ้าผิดกฏที่ตั้งไว้ก็จะมีแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น"
"คร้าบๆ มาดามเจียง กินๆ อย่ามัวแต่ดุอยู่เลย"อิ้งเย่วหยิบน่องไก่ชิ้นใหญ่สีแดงฉ่ำด้วยน้ำซอสวางลงบนข้าวในถ้วยเป็นการเอาใจเลยถูกค้อนวงใหญ่
"จะไปกี่โมงล่ะวันนี้พ่อกับแม่ไม่อยู่นะอาจจะกลับดึกอย่าไปก่อเรื่องแล้วก็ให้ติงเล่อตามไปด้วย"ประธานเจียงถามเสียงเรียบ
"เดี๋ยวออกไปเลยครับแต่ว่าจะให้อาเล่อตามไปทำไมผมไปเที่ยวนะไม่ได้ไปทำงานซักหน่อย"เจ้าตัวค้านทันทีที่ได้ยิน
"ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องไป"เป็นคำขาดจากมาดามเจียงอิ้งเย่วจึงได้แต่กลืนข้าวลงคอไม่พูดต่อหลังจากเรียบร้อยแล้วทุกคนก็แยกย้ายไปตามธุระของตัวเองจะมีเพียงแค่อิ้งเย่วที่ยืนหงุดหงิดกับอาเล่อที่เช็ดรถบิ๊กไบค์ GSX-R 1000 สีขาวคันโปรดที่ขอประธานเจียงเป็นของขวัญวันเกิดที่ผ่านมาไม่นานกว่าจะได้ก็ต้องทำตามเงื่อนไขตามที่ประธานเจียงต้องการก็เล่นเอาเกือบหายอยากได้
"อาเล่อไม่ต้องตามไป"
"แต่ว่าท่านประธาน"
"น่าอาเล่อเข้าใจหน่อยสิว่าผมจะออกไปเที่ยวนะครับไปกับก๊วนใหญ่ขนาดนั้นใครจะกล้าเข้ามายุ่งกันล่ะ"อิ้งเย่วขยับตัวเข้าไปใกล้แล้วเอาไหล่ชนกับแขนของติงเล่อด้วยความที่บอดี้การ์ดประจำตัวบิดาคนนี้สูงมากไม่พอตัวยังหนาราวกับรถถังตัวเขาเองยังสูงได้แค่อกของอาเล่อเท่านั้น
"คุณหนูอย่าเสี่ยงดีกว่าครับ"
"เฮ้อเอางั้นก็ได้วอร์มเครื่องรถแล้วใช่มั๊ย"
"เช็คทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ"
"แล้วอาเล่อจะเอาคันไหนไป"
"ผมเตรียมไว้แล้วครับ"ติงเล่อรีบตอบเพราะกลัวคุณหนูของบ้านจะโยกโย้เจ้าเล่ห์ใส่เขาอีก
"ดีเตรียมตัวสิ"อิ้งเย่วจัดชุดเซฟตี้สีขาวคลิปแดงของตัวเองตรวจเช็คให้เรียบร้อยรับหมวกกันน๊อคเต็มใบขึ้นสวม
"อ๊ะ!!! ผมลืมโทรศัพท์อ่าเล่อเข้าไปเอาให้หน่อยสิจำได้ว่าวางอยู่ตรงโต๊ะกินข้าวน่ะถ้าไม่โทรหามาดามทุกๆ ชั่วโมงคงโดนด่าแน่"อิ้งเย่วทำท่าค้นเป้สีดำใบโปรดไปมาอาเล่อทำท่าลังเลกลัวคุณหนูของตัวเองใช้เล่ห์กลแต่ก็ขัดคำสั่งไม่ได้พออาเล่อคล้อยหลังอิ้งเย่วก็ควบรถสตาร์ทแล้วขับออกไปทันทีอาเล่อหมุนตัวกลับมาจะวิ่งตามก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะร่างบางขับฉิวออกไปจนเหลือเพียงควันจางๆ
"สกัดคุณหนู สกัดคุณหนูเดี๋ยวนี้"เขายกข้อมือขึ้นติดต่อกับยามหน้าประตูใหญ่แต่คำตอบที่ได้กลับมาคือคุณหนูออกไปแล้วอาเล่อร้อนใจรีบขี่รถตามออกไปเพื่อพบกับความว่างเปล่า
"แย่แน่ๆ คุณหนูมาดามคงไม่ปล่อยไว้แน่ๆ "เขาบ่นกับตัวเองบางครั้งก็นึกเห็นใจคุณหนูไม่น้อยเหมือนกันด้วยความที่เป็นลูกชายคนเดียวแถมหน้าตายังสะสวยใช่ครับไม่ผิดหรอกคุณหนูของเขาหน้าตาค่อนไปทางมาดามเจียงซะแปดสิบเปอร์เซนต์ความสวยหวานจึงได้ทางแม่มาเต็มๆ แต่อุปนิสัยใจคอไม่เด็ดเดี่ยวเท่าคงเพราะเป็นลูกชายคนเดียวทุกคนในบ้านจึงตามใจเลยค่อนข้างดื้อ
"มาดามครับคุณหนูแอบหนีไปจนได้ครับผมขอโทษ"อาเล่อจำเป็นต้องโทรรายงานไม่อย่างนั้นตัวเขาเองก็ไม่แคล้วถูกลงโทษเหมือนกัน
//คิดเอาไว้แล้วเชียวช่างเถอะคุณหนูกลับมาฉันจะจัดการเองขอบใจอาเล่อมากนะ//เสียงรู้ทันของมาดามทำให้เขาเบาใจว่าตัวเองจะไม่ต้องรับโทษแต่อดที่จะเป็นห่วงคุณหนูของบ้านงานนี้คงโดนข้อหาหนักล่ะนะ
สวนสาธารณะ.............
"เสี่ยวเย่วทำไมช้านักล่ะ"เสียงบิ๊กไบค์ที่ดังมาแต่ไกลจอดสนิทตรงสวนสาธารณะจอดเรียงรายราวสิบคันแต่ละคันก็มีชายหนุ่มรุ่นเดียวกับอิ้งเย่วนั่งควบอยู่บางคันมีหญิงสาวซ้อนท้ายบางคันก็มีเพียงคนเดียว
"นี่ก็รีบแล้วนะเสี่ยวหานกว่าจะหนีออกมาได้เกือบตาย"อิ้งเย่วถอดหมวกกันน๊อคออกสบัดผมสีน้ำตาลเข้มไปมาหานซีหัวเราะร่าเพราะรู้ดีว่าสกุลเจียงหวงลูกชายขนาดไหน
"ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ ว่าแต่รถเจ๋งนี่หว่า"หานซีเป็นเพื่อนสนิทที่เรียนมาด้วยกันจนเข้ามหาวิทยาลัยสกุลลู่สนิทกับสกุลเจียงเพราะแม่ของคนทั้งคู่ยังเป็นลูกพี่ลูกน้องกันและพ่อของทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนสนิทกันด้วย
"แน่นอนกว่าจะอ้อนขอประธานเจียงได้แทบแย่แล้วนี่เจี่ยเจียล่ะ"
"เจี่ยเจียนัดเจอคู่หมั้นน่ะ"อิ้งเย่วฟังแล้วต้องเบะปากเขาสามคนเปรียบพี่น้องคลานตามกันมาโดยมีลู่เหม่ยหลิงเป็นพี่สาวคนโต ส่วนเขากับลู่หานซี่เกิดมาใกล้กันต่างกันแค่ไม่กี่อาทิตย์
"คู่หมั้นขี้เก็กน่ะเหรอ"
"ทำไมจงเกลียดจงชังคู่หมั้นเจี่ยเจียเค้านักล่ะไม่เคยเจอกันซะหน่อย"
"เค้าแย่งเจี่ยเจียไปนะเสี่ยวหานไม่โมโหหรือไง"
"โธ่เจ้าเด็กติดพี่"เสี่ยวหานหัวเราะอีกครั้งเอาจริงแล้วพี่สาวของเขารักอิ้งเย่วมากกว่าเขาด้วยซ้ำเพราะใบหน้าน่ารักน่าชังตั้งแต่เล็กๆ เหมือนตุ๊กตากลายเป็นของเล่นมีชีวิตให้พี่สาวแบบไม่รู้ตัวแถมเขาเองก็ชอบเสี่ยวเย่วไม่น้อยไปกว่ากันด้วยความที่เป็นผู้ชายเหมือนกันจึงชวนกันเล่นแบบผู้ชายได้ด้วยเสี่ยวจึงกลายเป็นของเล่นให้พี่น้องสกุลลู่แย่งกันไปมาเป็นที่สนุกสนาน
"ไปกันเถอะสายมากแล้ว"เสี่ยวหานประกาศให้กลุ่มรถที่เขาตั้งขึ้นมาชักชวนเพื่อนๆ ที่มีความชอบเหมือนกันตั้งกลุ่มขึ้นและทริปนี่พวกเขากำลังไปเที่ยว MacLehose ตามเส้นทางจะแวะท่องเที่ยวทางธรรมชาติไปด้วยขบวนบิ๊กไบค์ค่อยๆ เคลื่อนตัวตามกันออกไปบางคนก็ขับไวบางคนก็ค่อยๆ ไปช้าเพื่อเพื่อจะชมธรรมชาติที่ผ่านมาอิ้งเย่วพุุ่งทยานออกไปด้วยความเร็วนำกลุ่มออกไปจนเสี่ยวหานนึกเป็นห่วง
"หวังว่าน้าเจียงคงไม่ตามมาด่าเรานะ"เสี่ยวหานบ่นพึมพำในลำคอเขาต้องคอยควบคุมกลุ่มรถที่ทยอยตามเพราะตัวเองเป็นลีดเดอร์จึงต้องรั้งท้ายเพื่อคอยเช็ดเพื่อนสมาชิก
"เอี๊ยดดดดดดด!! โธ่เว้ย"อิ้งเย่วสถบอยู่ในลำคออีกนิดเดียวเท่านั้นเขาเก์อบจะกลายเป็นศพอยู่ใต้ท้องรถเบ้นซ์คันหรูสีดำสนิทที่ขับพ้นโค้งแล้วเลยเส้นกลางมาถึงตัวเขาดีว่าเหยียบเบรคทันไม่อย่างนั้นคงกลายเป็นศพอยู่บนพื้นถนนแน่ๆ
"ชิบ"เขาดับเครื่องก้าวขาลงจากรถเดินไปเคาะกระจกสีดำสนิทฝั่งคนขับด้วยความโมโห
"ขับรถบ้าอะไรแบบนี้วะไม่ดูหรือไงคุณเกือบจะฆ่าคนตายแล้วนะไม่รู้เหรอ"เขาตวาดเสียงดังจนลืมสังเกตุใบหน้าคนขับและคนที่นั่งอยู่เบาะด้านหลังเสียสนิท อยู่เขาก็ต้องชะงักเพราะปลายกระบอกปืนสีดำสนิทโผล่พ้นจากหน้าต่างรถมาจ่อที่คอหอยเขา
"แกเป็นใคร"เสียงแข็งๆ ที่ถามมาจากในคนขับ
"จะรู้ไปทำไมนี่แกจะฆ่าฉันปิดปากเหรอพวกอันธพาลนิสัยเสียทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิดเลวเอ้ย"เขาไม่กล้าขยับตัวเพราะเสียงดังกริ๊กจากการขึ้นลำเตรียมเหนี่ยวไกดวงตาเรียวเหลือบมองปืนสีดำไล่ไปตามแขนเสื้อโค้ทสีดำสนิทเลยไปจนถึงใบหน้าที่ถูกปิดด้วยแว่นกันแดดสีดำบดบังเอาไว้ครึ่งหน้า
"ว่ายังไงล่ะแกเป็นคนของใคร"เสียงนั่นยังยำ้ให้เขารีบตอบ
"คนของใครบ้าอะไรวะฉันแค่ขี่รถมาท่องเที่ยวพวกแกต่างหากเป็นใครขับรถเหมือนจะรีบไปงานศพใครอย่างนั้นแหละแล้วไม่เห็นหรือไงเกือบจะชนฉันแล้วนะ"เขาไม่ยอมแพ้เถียงกลับทั้งที่ถูกปืนจ่อลำคออยู่แบบนี้แหละให้รู้ซะบ้างคนสกุลเจียงไม่เคยกลัวใครเหมือนกัน
"อาเป่าให้เงินไปซะฉันรีบ"เสียงเข้มดุดังมาจากเบาะหลังทำให้อิ้งเย่วเริ่มโมโห
"อย่าคิดว่าเอาเงินมาปิดปากฉันได้นะโว้ย"
"หึเสียงหัวเราะขึ้นจมูกดังมาจากคนที่สั่งอีกรอบ
"เลือกเอาสิจะเอาปืนหรือเงิน"คนด้านในที่เขามองไม่เห็นใบหน้าได้ยินเพียงแค่เสียงดังขึ้นอีกครั้ง
"ไม่เอาทั้งสองอย่างแย่ชะมัดถึงคราวซวยจริงๆ เลยเจอพวกไม่รับผิดชอบกับสังคมแบบนี้ จะบอกอะไรให้นะน้องชายขอเตือนเอาไว้อย่างที่นี่ฮ่องกงนะอย่าคิดจะหาเรื่องใครง่ายๆ ถ้าไม่ใหญ่จริงๆ น่ะฝากเอาไว้ก่อนเถอะดีที่รถของฉันไม่เป็นรอยไม่งั้นไม่จบง่ายๆ แน่"เขาขู่คนที่ได้ยินแค่เสียงแต่ไม่เห็นตัวนั่นก่อนจะกลับไปควบรถแล้วบิดออกไปเสียงดัง
"หึ เด็กน้อยสงสัยจะไม่กลัวตาย"อาเป่าหัวเราะส่ายหัวไปมา
"ก็บอกแล้วให้ฉันขับนายไม่ชินทางก็เป็นแบบนี้แหละ"อาจงสอดขึ้นมาทำให้อาเป่านิ่ง
"อย่าเถียงกันเลยแค่เด็กกำลังฟันน้ำนมขึ้นเลยอยากจะแทะโน่นนี่ให้หายคันเขี้ยวเท่านั้นอย่าใส่ใจมากนักเลย"คนที่นั่งเบาะหลังบอกเสียงเย็นทำให้คนทั้งคู่เงียบสนิททันทีเหลือบกระจกมองหลังไปดูสีหน้าของเจ้านายตัวเอง
"ครับคุณชายใหญ่"อาจงก้มหัวลงอาเป่าจึงรีบออกรถอีกครั้ง
"อ่อจริงสิวันนี้น้องชายว่าที่คู่หมั้นฉันก็มีทริปเหมือนกันหรือจะเป็นกรุ๊ปเดียวกัน"
"อาจจะครับให้ผมสอบถามหรือเปล่า"อาจงถามกลับ
"ไม่จำเป็นหรอกฉันอยากเจอฟางๆ มากกว่า"หวางตาหมิงบอกลอยๆ พวกเขาที่เป็นมือขวาและซ้ายต่างก็รู้ดีว่าต้องบ่ายหน้ารถไปทางไหนโดยไม่ต้องบอกให้มากความ ฟางๆ คือดาราที่กำลังมีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะนักแสดงและเป็นคู่นอนที่กำลังขึ้นหม้อของคุณชายใหญ่สกุลหวางแถมเจ้านายของเขาก็เป็นคุณชายรูปหล่อเจ้าของธุกิจครอบคลุมเกือบทั่วเกาะฮ่องกงและเกือบจะทั่วโลกด้วยซ้ำไป
"แปลกเด็กซะจริง"หวางต้าหมิงอุทานอยู่ในใจกับท่าทางที่โมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงแถมยังไม่กลัวปืนนั่นติดตาเขาบอกไม่ถูกเสียดายที่ไม่เห็นใบหน้าทั้งหมดเพราะหมวกกันน๊อคใบใหญ่บังเอาไว้ไม่อย่างนั้นคงได้เห็นคนที่ไม่กลัวตายเพราะบังอาจมายืนด่าเจ้าพ่อมาเฟียอย่างเขา
"ท่าทางจะเป็นลูกคนรวย"เขาเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
"ครับรถคันนั้นแพงไม่ใช่น้อย"อาเป่าเอ่ยขึ้น
"อืมวันนี้อากาศแจ่มใสจริงๆ ด้วย"เขาหัวเราะเบาๆ ปล่อยให้คนทั้งคู่มองด้วยความสงสัยว่าทำไมเจ้านายอารมณ์ดีผิดปรกติหรือเป็นเพราะคุณฟางฟาง งานนี้มีวี่แววว่าพวกเขาจะได้คุณนายรองมาเป็นเจ้านายอีกคนแน่ๆ
