ตอนที่ 7
ภาคภูมิก็โลภ...นึกอยากได้บ้าง จึงพูดชวนอธิป
"เราไปอียิปต์กันไหมคุณอธิป ไปหาเทวรูปสององค์นี้กัน"
"ไม่ดีกว่าครับ...คุณอยากไปก็ไปคนเดียวเถอะ"
อธิปส่ายหัวปฏิเสธ เขาคิดจะไปหาตามลำพังคนเดียว นึกกระหยิ่มในใจว่า จะมีเพียงเขาที่จะได้ครอบครองเทวรูปทั้งสององค์ ต่อไป..เขาจะมีทั้งเงินและอำนาจดังใจปรารถนา
เชทานนั่งสังเกตท่าทีของอธิป และยิ้มพอใจที่อธิปตกหลุมพรางที่เขาขุดบ่อล่อไว้แล้ว เขายกแก้วเหล้าขึ้นจิบ แต่แววตาที่มองอธิป...เหมือนเสือที่จ้องจะตะครุบเหยื่อ
ภาคภูมิก็เกิดความโลภ อยากได้เทวรูปสององค์มาครอบครองบ้าง เขาเคืองอธิปที่ปฏิเสธการชวนของเขา
"หากพวกคุณสนใจ ผมยินดีจะพาไปหานะครับ ผมรู้จักคนขายของเก่าหลายคนเลยครับ"
"ก็ดีสิครับ...ผมสนใจมากเลย"
ภาคภูมิแสดงความยินดีจนออกนอกหน้า แต่อธิปนั่งยิ้มเงียบ เขาทำเป็นไม่สนใจ...ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม
"ดูคุณจะไม่สนใจเลยนะครับ"
เชทานพูดกับอธิป
"ถ้าผมจะสนใจ...คงสนใจในแง่โบราณวัตถุ แต่พูดก็พูดเถอะ...ของโบราณทุกชิ้นก็ล้วนมีตำนานของมัน เรื่องที่คุณเล่ามาก็น่าสนใจดีนะครับ"
"แปลว่าคุณไม่เชื่อเรื่องที่ผมเล่า"
"เชื่อสิครับ...แต่ผมไม่ได้อยากได้อำนาจ เลยไม่รู้จะเอาไปทำไม เก็บไว้ให้คนที่กระหายอำนาจดีกว่าครับ"
เชทานพยักหน้าเบา ๆ ภาคภูมิรู้สึกเหมือนถูกหลอกด่า เขาเริ่มไม่พอใจอธิปมากขึ้นทุกที แต่เก็บเงียบไว้ในใจ เพราะยังมีเรื่องต้องพึ่งพาเขาอยู่อีกหลายเรื่อง
เชทานขอลากลับก่อนงานเลิก เขาขึ้นมานั่งในรถสีดำคันใหญ่ คนขับรถตัวสูงใหญ่ หน้าแข็งเหมือนผีดิบ มีผิวสีซีด ใส่ชุดสีดำพร้อมหมวกแก๊ปปิดไปครึ่งหน้า เขาขับรถออกจากโรงแรม
"ทูบัน...ให้คนติดตามชายคนนั้น คาดว่าอีกไม่นาน...มันต้องไปอียิปต์อีก เมื่อไรที่มันเหยียบแผ่นดินของข้า เอาตัวมันมาให้ข้า"
"พะย่ะค่ะ..."
ทูบันค้อมหัวรับคำ ทั้งที่ยังขับรถอยู่ ใบหน้านิ่งไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ
"อีกไม่นานหรอก...เนเบตต้า เราก็จะได้พบกันอีก ครานี้...ข้าจะมิให้เจ้าจากข้าไปไหนอีกแล้ว"
เชทานยิ้มมุมปาก ดวงตาเปล่งแสงสีแดงน่ากลัว
"ข้าจะกลับอียิปต์"
เขาสั่งเสียงเรียบ
"พะย่ะค่ะ...ฝ่าบาท"
ทูบันเหยียบคันเร่งมุ่งไปข้างหน้า แล้วรถเก่งสีดำก็กลืนหายเข้าไปในความมืด รถที่ขับตามหลังมาเบรกตัวโก่ง คนขับตาค้างอ้าปากหวอ ที่รถคันหน้าหายวับไปกับตา
"ผี...ผีหลอก..."
คนขับสติแตกร้องลั่น ลงจากรถวิ่งหันหลังหนีไม่คิดชีวิต ร้องโวยวายเสียงดัง เขาหวาดกลัวจนไม่มีสติไปเสียแล้ว
ตั้งแต่ได้รู้เรื่องเทวรูปเทวีเซ็ตเมทในวันนั้น อธิปก็กระวนกระวายนั่งไม่ติด เขาอยากไปหาเทวรูปที่อียิปต์ เพื่อจะได้มีทั้งเงินและอำนาจ แต่ก็ปลีกตัวไปไหนไม่ได้เลย เพราะมีปัญหาให้ต้องคอยแก้ไขอยู่เรื่อย
มณียาเห็นเขาหงุดหงิดมาหลายวัน และชอบเก็บตัวอยู่ในห้องทำงาน ไม่ออกมาเล่นกับลูกเหมือนเคย เธอถือโอกาสเอาของว่างมาให้เขา และจะคุยกับเขาให้รู้เรื่อง
มณียาประคองถาดมาเคาะประตู อธิปนึกรู้ว่าต้องเป็นภรรยา เขาจึงไม่กล้าปฏิเสธ ยอมเดินมาเปิดประตูให้
"ของว่างค่ะคุณ"
อธิปมองถาดที่มณียาจัดข้าวตังหน้าตั้งกับชามะตูม...ที่เป็นของโปรดของเขามาให้ ก็ยิ้มให้เธอ
"ให้เด็กยกมาก็ได้นี่"
"คุณเป็นสามีฉันนะคะ ฉันต้องดูแลคุณเองสิ จะให้เด็กยกมาได้ยังไง"
เขาเบี่ยงตัวหลบให้มณียาเข้ามาในห้อง เธอเอาถาดมาวางไว้ที่โต๊ะทำงาน
"หนูอัยย์ล่ะ"
"เล่นอยู่กับพี่เลี้ยงค่ะ หลายวันมานี้คุณไม่เล่นกับลูกเลย...มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะที่รัก"
อธิปโอบเอวภรรยา
"มีเรื่องต้องคิดนิดหน่อย"
"ฉันช่วยอะไรคุณไม่ได้เลยใช่ไหมคะ ฉันเป็นห่วงคุณนะ เห็นคุณไม่สบายใจ...ฉันก็ไม่สบายใจไปด้วยค่ะ"
มณียากอดสามี และยิ้มหวานให้เขา อธิปจูบหน้าผากภรรยา
"ผมมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง เรานั่งกินกันไปคุยกันไปดีกว่านะ"
มณียายิ้มพยักหน้า อธิปยกถาดมาวางที่โต๊ะเล็ก ทั้งคู่นั่งลงที่โซฟาด้วยกัน มณียาเอาจานเล็กตักหน้ามาหยอดข้าวตังและส่งให้เขา อธิปเล่าเรื่องเทวรูปเซ็คเมทให้ภรรยาฟัง เธอได้ยินแล้วขมวดคิ้วไม่สบายใจ
"คุณคิดจะไปตามหาเหรอคะ"
"ใช่...มันคาใจผมมากเลย ผมเชื่อว่านี่คือโชคชะตา ที่จะทำให้ผมรวยและมีอำนาจ"
"ไม่ค่ะที่รัก...ฉันไม่เห็นด้วย แค่นี้เราก็รวยจนไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนแล้ว พอเถอะค่ะ..."
"คุณจะไปรู้อะไร ในเมื่อเทวรูปมีเป็นคู่ เราก็ต้องให้เขาอยู่คู่กันสิ คุณไม่ต้องห่วงนะที่รัก...ผมไปแค่ไม่กี่วันเอง"
"คุณจะไปยังไงคะ ภาษาคุณก็ไม่รู้เรื่อง ที่ทางก็ไม่รู้จัก แล้วคุณจะไปตามหาที่ไหน"
"คุณจำไกด์ท้องถิ่นที่ชื่อฮาซิมได้ไหม ผมจะจ้างเขาพาไป"
"คุณเอาจริงเหรอคะเนี่ย"
"จริงสิ...ผมไม่พูดเล่นนะ"
"แต่คุณคะ..."
"ผมไม่เอา...คนอื่นก็เอา คุณจำภาคภูมิได้ใช่ไหม เขาก็สนใจเหมือนกันนะ แต่ผมต้องหาเจอก่อนเขาแน่ เพราะผมมีเทวีบาสท์นำทาง"
อธิปพูดอย่างมั่นใจ มณียาส่ายหัว เธอไม่เคยห้ามอะไรเขาได้เลย และคราวนี้...เธอรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี แต่จะบอกยังไงให้เขาเชื่อเธอ
