เงื้อมหัตถ์...ไอยคุปต์

196.0K · อัพเดทล่าสุด
สกาวรัตน์
141
บท
6
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

อธิป ธนาศิลป์...ผู้ชื่นชอบวัตถุโบราณเป็นชีวิตจิตใจ ได้พาภรรยาไปเที่ยวที่อียิปต์ตามคำเชิญของดอกเตอร์ศิโรจน์...เพื่อนสนิทที่เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย มีหญิงชราเอาเทวรูปสตรีสีดำมีหัวเป็นแมวชื่อว่า "เทวีบาสท์ หรือบาสเต็ท (Bastet)" มาขายให้อธิป เขาเห็นว่าเทวรูปสวยดูแปลกตาดี จึงตกลงรับซื้อไว้ ตั้งแต่อธิปได้ครอบครองเทวรูปเทวีบาสท์ ครอบครัวของเขาก็มั่งคั่งร่ำรวยขึ้น แต่เขาได้รู้มาว่า ต้องหาเทวรูปอีกองค์ คือเทวรูปเทวี "เซ็คเมท (Sekhmet)" เป็นเทวรูปเทวีที่มีหัวเป็นสิงโต และเป็นภาคหนึ่งของเทวรูปบาสท์ หากได้ครอบครองครบทั้ง 2 องค์ จะมั่งมีเงินทองและอำนาจวาสนา อธิปจึงต้องเดินทางไปตามหาเทวรูปที่อียิปต์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้...อธิปหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีใครได้พบเขาอีกเลย 15 ปีที่อธิปหายไป ครอบครัวของเขาต้องหมดเงินทองคอยตามหาเขามาตลอด แต่ก็ไม่ได้ข่าวคราวเลย จนไอยวริญ ธนาศิลป์ ลูกสาวของเขาอายุ 18 ปี ต้องออกตามหาพ่อด้วยตัวเอง เธอเดินทางไปอียิปต์ และต้องพบกับเรื่องราวแปลกประหลาดมากมาย เธอได้พบกับชายหนุ่มรูปหล่อ เป็นลูกครึ่งอังกฤษ-อียิปต์ ชื่อฟาริสหรือลูเชี่ยน เบรฟฟอร์ด เธอกับเขาเคยผูกพันกันมาตั้งแต่อดีตชาติ ทั่งคู่ช่วยกันตามหาพ่อของแเธอ และคนที่ฆ่าพ่อของเขา ทั้งยังต้องตรอสู้กับจอมปีศาจพันปีที่ชื่อ "เชทาน" เพื่อช่วยพ่อของเธอออกมา เธอ...จะได้พบกับพ่อไหม..???? ความลับพันปีคืออะไร ฟาริส ไอวริญและเชทานเป็นใครกันแน่ ถึงมีความแค้นกันมาเป็นพันปี มาร่วมไขปริศนาหาคำตอบกันได้เลยค่ะ

นิยายผจญภัยดราม่าหลายตัวตนคู่รักลิขิตราชวงศ์/ชนชั้นเจ้าเหนือธรรมชาติ ไขความลับบุคลิกภาพหลายแบบพลังเหนือมนุษย์

ตอนที่ 1

ในปีพ.ศ.2550...

อธิป ธนาศิลป์ กำลังเอาแว่นขยายส่องดูแจกันลายสวยที่เพิ่งได้มาจากร้านค้าของเก่า มณียา...ภรรยาของเขาที่เพิ่งแต่งงานกันไม่นาน ยกของว่างเข้ามาให้เขาในห้องทำงาน

"คุณคะ...มาทานของว่างเถอะค่ะ คุณส่องมาเป็นชั่วโมงแล้วนะ ไม่เบื่อบ้างหรือไง"

อธิปยอมวางมือจากแจกันเดินมาหาภรรยา

"ผมโชคดีมากเลยนะป้อม คุณรู้ไหม...แจกันใบนี้เป็นของสมัยราชวงศ์ชิงแท้เลยนะ ราคามันเป็นล้าน แต่ผมซื้อมาในราคาแค่ 2 แสนเอง"

มณียาส่ายหัว เธอไม่เข้าใจเรื่องโบราณวัตถุเลยสักนิด และไม่เข้าใจว่าของเกา ๆ แบบนี้ทำไมถึงซื้อขายกันแพงนัก มณียายื่นถ้วยชาให้สามี เขารับมาจิบ...ทำหน้าชื่นใจ

ขณะนั้นเอง...เสียงโทรศัพท์มือถือของอธิปก็ดังขึ้น เขาถือถ้วยชาเดินมากดรับสาย

"ฮัลโหล...อธิปพูดครับ"

"นี่โรจน์นะ"

ปลายสายคือดอกเตอร์ศิโรจน์ เพิ่อนสนิทของอธิปที่เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย

"เออ...ว่าไงโรจน์ วันนี้ไม่สอนหรือวะ"

"สอนเพิ่งเสร็จ เอ้อ...ต้นเดือนแกว่างไหม ฉันจะชวนแกไปเที่ยวอียิปต์ว่ะ...สนไหมเพื่อน"

"อียิปต์เหรอ...ไปทำไมวะ"

"ทัศนศึกษาวิชาโบราณคดีไงแก ปีนี้ลูกศิษย์ฉันโหวตไปอียิปต์ว่ะ"

ศิโรจน์จบเอกด้านโบราณคดี ทุกปี...เขาจะพานักศึกษาไปเที่ยวสถานที่โบราณต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลก

"โห...ไกลว่ะ นั่งเครื่องกี่ชั่วโมงเนี่ย...ไปกี่วัน"

"นั่งเครื่อง 10 ชั่วโมง ต้องไปต่อเครื่องที่กาตาร์ด้วย ไปประมาณ 5-6 วัน เด็ก ๆ เขาอยากไปดู พีระมิด (Pyramid) กัน แกสนใจจะไปด้วยไหมล่ะ พาคุณป้อมไปเที่ยวด้วยไง"

"เดี๋ยวคุยกับเมียก่อน...แล้วจะโทรไปให้คำตอบพรุ่งนี้นะ"

"ได้...แต่รีบหน่อยก็ดีนะ จะได้จองที่พักกับตั๋วได้ทัน เขาจะไปจองกันวันสองวันนี้แล้วนะ"

"โอเค...ขอให้คำตอบพรุ่งนี้นะ"

"เออ ๆ จะรอนะ...บายว่ะ"

ศิโรจน์วางสายก่อน มณียามองเขาอยู่ พอวางสายจากศิโรจน์ อธิปก็บอกเธอว่า

"ไอ้โรจน์มันชวนเราไปอียิปต์น่ะ คุณสนใจจะไปด้วยไหม"

มณียาส่ายหัวทันที

"ไม่ค่ะ...ไม่เห็นจะมีอะไรน่าเที่ยวน่าสนใจเลย"

"ถ้าคุณไม่ไป...ผมไปคนเดียวนะ"

"คุณจะไปทำไมคะ"

"ไปดูของเก่า ๆ ไง เผื่อจะได้อะไรดี ๆ ติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง"

"ประเทศแบบนี้จะมีอะไรให้ดูคะ"

"ของเก่าอายุเป็นพัน ๆ ปีเลยนะป้อม น่าเที่ยวจะตาย ไปเถอะ...ผมอยากไปอ่ะ"

มณียาส่ายหัว แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับปากสามี ทั้งที่ไม่รู้ว่าเธอจะไปที่นั่นทำไม

ต้นเดือนต่อมา...ศิโรจน์พาลูกศิษย์ 26 คน รวมทั้งเขากับภรรยา และอธิปกับมณียาเดินทางไปยังประเทศอียิปต์...ซึ่งเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในแอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือ และมีประชากรมากที่สุด

คณะของศิโรจน์เดินทางจากประเทศไทยเป็นเวลา 6 ชั่วโมง เพื่อไปเปลี่ยนเครื่องบินเล็กที่เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ แล้วเดินทางต่ออีก 4 ชั่วโมง...ก็จะถึงประเทศอียิปต์

ณ.สนามบินไคโร ทุกคนผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ก็ออกมาขึ้นรถบัสที่จอดรออยู่ มีไกด์ทัวร์คนไทยและไกด์ทัวร์ท้องถิ่นคอยดูแลทุกคน รถบัสคันใหญ่แล่นเข้าสู่กรุงไคโร เมืองหลวงของประเทศอียิปต์

"เราจะเข้าที่พักกันก่อนนะครับ ผมจะเป็นผู้ดูแลทุกคนตลอดทริปนี้ ผมชื่อสันติครับ"

ไกด์คนไทยแนะนำตัวเอง ทุกคนตบมือต้อนรับเขา

"และคนนี้คือไกด์ท้องถิ่นของอียิปต์ชื่อฮาซิมครับ เขาพูดภาษาอังกฤษได้ อยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับประเทศนี้...ถามเขาได้เลยครับ"

คณะของศิโรจน์ตบมือให้ฮาซิม เขาเป็นชายหนุ่มอายุเกือบ 30 หน้าตาดี เขาโค้งให้ทุกคนอย่างสวยงาม

"เมื่อถึงโรงแรมแล้ว ผมจะแจกกุญแจห้องให้ ใครจะพักกับใครก็จับคู่กันเองนะครับ"

สันติพูดเล่าเรื่องประเทศอียิปต์คร่าว ๆ ให้ทุกคนฟัง มณียามองออกไปนอกรถ

"เป็นไงบ้าง..."

อธิปถามภรรยา

"ก็ไม่เลวค่ะ"

"ผมว่าผู้คนดูซอมซ่อยากจนไปหน่อยนะ"

มณียาหันมายิ้มให้สามี

"ประเทศในแถบแอฟริกาก็อย่างนี้ล่ะค่ะ"

"เขาคงพาไปดูพีระมิดพรุ่งนี้มั๊ง"

"ชักอยากเห็นซะแล้วสิคะ"

อธิปจับมือภรรยา ต่างก็ชี้ชวนดูบ้านเมืองที่แปลกตาอย่างเพลิดเพลิน

หลังจากเอาสัมภาระเข้าโรงแรมแล้ว ไกด์ก็พาทุกคนมากินข้าวในโรงแรมที่พัก เป็นบุฟเฟ่ต์อาหารตะวันตก เช่นสลัด สเต็ก พาสต้า ฯลฯ ทุกคนเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางมาหลายชั่วโมง...บวกกับความหิว จึงกินกันอย่างเอร็ดอร่อย

"เป็นไงอธิป...คุณป้อม โอเคไหม"

"ก็ดีนะ...มีทั้งเก่าทั้งใหม่ปนกัน"

อธิปตอบแล้วตักพาสต้าเข้าปาก

"ไม่ไหวค่ะคุณ...ผู้คนดูยากจนจังเลย คล้าย ๆ อินเดียเลยอ่ะ"

กนกอร...ภรรยาของศิโรจน์พูดแล้วเบ้ปาก

"คุณอรไม่ชอบหรือคะ"

มณียาถามเธอ

"ไม่ชอบเลยค่ะ"

"ไม่ชอบแล้วตามมาทำไม"

ศิโรจน์ถามแล้วค้อนภรรยา

"อรไม่อยากอยู่บ้านคนเดียวนี่ ใครจะรู้ว่าเป็นแบบนี้ล่ะ"

กนกอรทำปากยื่น

"อยากตามมาเองนะ เพราะฉะนั้น...ห้ามบ่น"

ศิโรจน์พูดตัดบทภรรยา มณียาเห็นกนกอรทำหน้าเซ็ง จึงชวนคุยเรื่องอื่นที่ทำให้เธออารมณ์ดีขึ้น