ตอนที่ 5 จุดเริ่มต้นของเกมล่า
“พาขวัญ แกกรอกเลย”
อัญญาดันโน้ตบุ๊กเข้ามาใกล้ พร้อมชี้หน้าจอเว็บไซต์รับสมัครงาน
“เอาจริงเหรอ”
“จริงดิ รอไร มาฉันกรอกให้เอง” อัญญาหันโน้ตบุ๊กกลับมากรอกข้อมูลสมัครงานให้เพื่อน
“อ่ะ ขวัญ แกเช็คดู แล้วก็โหลดข้อมูล เสร็จแล้ว แกก็กด Submit เลย ไม่ต้องคิดเยอะ” อัญญา พลิกหน้าจอโน้ตบุ๊ก กลับมาทางเพื่อนสนิท นิ้วชี้จิ้มค้างอยู่ที่ประกาศรับสมัครงานบนหน้าเว็บสีดำทองดูหรูหรา
“เฮ้ย... เดี๋ยวสิแอน” พาขวัญยกมือเบรก
“ฉันยังไม่พร้อมเลยนะ กะว่าจะขอ Gap Year พักสมองสักเดือนสองเดือนก่อน”
“พักอะไรของแกคะ…เพื่อนขวัญ” อัญญาทำเสียงดุใส่
“เรียนจบเกียรตินิยมมาร์เก็ตติ้งมาเพื่อพักเหรอ งานระดับ KC. LUXURY AUTO ไม่ได้เปิดรับ Marketing Trainee บ่อยๆ นะแก ตำแหน่ง Brand Experience นี่คือตัวท็อปของสายงานเราเลยนะ”
พาขวัญถอนหายใจยาว สายตาจดจ้องที่โลโก้ตัวอักษรสีเงินนูนเด่นอยู่บนหน้าจอ... เรียบ เท่ ดูแพงในแบบที่ไม่ต้องอธิบาย แต่แฝงไปด้วยอำนาจลึกลับบางอย่าง
“ฉันไม่ได้อยากเริ่มกับคอร์ปอเรทใหญ่ขนาดนี้ว่ะแอน” เธอพูดตามตรง
“อยากเริ่มจากเอเจนซี่เล็กๆ ที่ได้ลองเรียนรู้ก่อน”
“แกพูดเหมือนคนไม่มีของ ทั้งที่โปรเจกต์แกอาจารย์เอาไปขึ้นสไลด์สอนรุ่นน้องแล้วนะ” อัญญาหรี่ตามองอย่างรู้ทัน
“แกกลัวอะไร” อัญญาเริ่มจ้องหน้าเพื่อนสาว
“มันคนละเรื่องกันป่ะ” พาขวัญยิ้มเจื่อน
“ไม่คนละเรื่อง” อัญญาสวนทันที “
“นี่แหละสนามจริง แกชอบ Emotional Marketing นักไม่ใช่เหรอ… แบรนด์หรูระดับล้านแบบนี้แหละ…คือที่ที่แกจะได้ปล่อยของจริงๆ ไม่ใช่แค่เพ้อฝันในสไลด์พรีเซนต์”
คำพูดของเพื่อนทำให้พาขวัญนิ่งไป หัวใจเต้นถี่ขึ้น แรงขึ้นอย่างห้ามไม่ได้เมื่อสายตาเลื่อนลงมาที่รายละเอียดตำแหน่ง Marketing Trainee / Brand Experience ‘สร้างประสบการณ์ที่เหนือระดับผ่านอารมณ์และความทรงจำ’ เธออ่านประโยคเดิมซ้ำอีกครั้ง ทั้งที่เข้าใจมันดีอยู่แล้วราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างเรียก
“แล้วถ้าไม่ผ่านล่ะ” เธอถามเสียงเบา “
“ก็แค่หาที่ใหม่ป่ะ อย่างน้อยก็ได้ลอง” อัญญายักไหล่
“แกไม่ได้ไปคนเดียวซะหน่อย ฉันก็กดสมัครไปเมื่อกี้เหมือนกัน” เธอทำหน้าจริงจังพร้อมกับสบตาเพื่อน
“เราจะไปโดนเชือดพร้อมกันแก ไม่ต้องกลัว” อัญญายิ้มกว้าง
พาขวัญหลุดหัวเราะออกมาในที่สุด “พูดซะน่ากลัวเชียว”
“เอาน่า” อัญญาจับมือเธอแน่น
“สมัครเหอะ จะได้มีเพื่อนไปสัมภาษณ์ด้วยกัน อุ่นใจจะตาย ถ้าได้จริง ๆ เราจะได้ไปทำงานที่เดียวกัน”
คำว่ามีเพื่อน เป็นไม้ตายสุดท้ายที่ทำให้ความลังเลของพาขวัญมลายไป เธอสูดลมหายใจลึก ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
“ก็ได้... แค่ลองสมัครดูนะ”
“เยสสส!” อัญญาร้องลั่น
พาขวัญเริ่มอัปโหลด Resume และไฟล์โปรเจกต์จบของเธอลงในระบบ ข้อมูลส่วนตัวถูกกรอกจนครบ จนมาถึงช่องสุดท้ายที่เขียนว่า: ‘What is your inspiration for branding’
“เขียนอะไรดีอ่ะ” เธอถาม
อัญญายิ้มมุมปาก “ก็เขียนในสิ่งที่แกเชื่อ”
นิ้วเรียวค้างอยู่เหนือแป้นพิมพ์ชั่วขณะ เธอหลับตาลง นึกถึงคำพูดที่เธอเชื่อมั่นมาตลอด ก่อนจะเริ่มพิมพ์ช้าๆ อย่างตั้งใจ
“ฉันเชื่อว่าแบรนด์ที่ดี ไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขายความรู้สึก ความทรงจำ และความหมาย ถ้ามีโอกาส ฉันอยากเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประสบการณ์แบบนั้นให้กับผู้คน”
เธอกดปุ่ม Submit
คลิก!
เสียงคลิกเบา ๆ ดังขึ้น
“เรียบร้อย” อัญญาพูด
“ทีนี้ก็รอดูว่าดวงจะนำพาเราไปทางไหน” อัญญาพิงหลังกับพนักเก้าอี้อย่างสบายใจ
พาขวัญมองหน้าจอที่ขึ้นข้อความ ‘Application Submitted’ ด้วยความรู้สึกแปลกๆ ในอก เธอไม่รู้เลยว่าใบสมัครที่มีชื่อ ‘พาขวัญ พรรณวัตร’ กำลังจะพุ่งตรงไปถึงโต๊ะทำงานของชายคนหนึ่ง และเธอไม่รู้เลยว่า... คำว่าไปด้วยกันของเพื่อนสนิท อาจเป็นการจูงมือกันก้าวเข้าสู่กรงขังที่เขาเตรียมไว้รออยู่แล้ว
เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอ แท็บเล็ต บนโต๊ะทำงานดังขึ้นเพียงครั้งเดียว เศรษฐวัฒน์ปัดหน้าจอเปิดดูอีเมลสมัครงานที่ถูกคัดกรองเป็นพิเศษจากระบบหลังบ้านที่เขาสั่งให้ธวัชตั้งค่าไว้…แววตาที่เคยแข็งกร้าวเปลี่ยนเป็นนิ่งลึก เขามองชื่อนั้นบนหน้าจอด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
“ดี... ทำงานเร็วดีนี่ธวัช” เขาพึมพำกับความเงียบ
นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า เขาไม่ได้แค่รอให้เธอมาสมัคร แต่เขาต้อนจนเธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินมาที่นี่
‘พาขวัญ พรรณวัตร’
“ดี... ง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะ”
เขาพึมพำเสียงต่ำ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนขอบโต๊ะเพียงครั้งเดียว จังหวะสั้น กระชับ เหมือนตัดสินใจเรื่องหนึ่งไปแล้วโดยไม่จำเป็นต้องพูดให้ใครฟัง
ร่างสูงลุกขึ้นเดินไปหยุดที่ผนังกระจกเขาลุกขึ้น เดินไปหยุดที่กระจกบานใหญ่ของห้องทำงาน วิวเมืองยามค่ำคืนทอดยาวอยู่เบื้องล่าง แสงไฟระยิบระยับดูห่างไกลและเย็นชาไม่ต่างจากโลกใบนี้ เขาหยิบรูปถ่ายเก่าขนาดเล็กบนโต๊ะขึ้นมามอง แสงไฟจากภายนอกสะท้อนใบหน้ายิ้มแย้มของศลิษาที่หยุดนิ่งอยู่เพียงในความทรงจำ
“ลิษา... รอดูนะ” น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบพอๆ กับอุณหภูมิในห้อง นิ้วโป้งลูบผ่านภาพนั้นช้า ๆ ราวกับเป็นนิสัยที่ฝังลึก
“พี่จะทำให้คนที่ทำลายชีวิตแก ต้องลิ้มรสการสูญเสียสิ่งที่รักที่สุดไปต่อหน้าต่อตา... เหมือนที่พี่เคยเจอ”
เขาหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจิบช้าๆ เพื่อลิ้มรสความขม ไวน์รสความขมฝาดไหลผ่านลำคอไม่ได้ต่างอะไรจากความรู้สึกที่กัดกินใจเขามาตลอดหลายปี ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะข้างตัว เสียงแก้วกระทบไม้ดังเบา แต่ชัดเจนในความเงียบ สายตาของเขากลับไปที่หน้าจออีกครั้ง ไปหยุดอยู่ตรงชื่อเดิม 'พาขวัญ พรรณวัตร' ชื่อที่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองเพิ่งก้าวเข้ามาในพื้นที่ของใคร
“เกมเริ่มแล้ว... พาขวัญ”
ริมฝีปากของเศรษฐวัฒน์ยกขึ้นเพียงนิด ไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความพึงพอใจ แต่มันกลับเป็นรอยยิ้มที่ชวนให้หนาวสันหลังมากกว่าจะรู้สึกอบอุ่น พาขวัญไม่รู้ ว่าใบสมัครฉบับนั้นไม่ได้แค่ถูกเปิดอ่านแต่มันถูกเลือกแล้ว ตั้งแต่วินาทีแรก
