บทย่อ
อย่าโง่ไปหน่อยเลยพาขวัญ ฉันแค่พูดคำหวานหลอกเธอให้เชื่อ ให้เธอมอบกายให้ฉันง่าย ๆ เหมือนที่พี่ชายเธอเคยทำกับน้องสาวฉันนั่นแหละ
ตอนที่ 1 : เงาในฝัน
เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังเบา ๆ ลมทะเลอ่อน ๆ พัดโชยมา กลิ่นเกลือในอากาศชวนให้รู้สึกสบายใจ
เศรษฐวัฒน์เดินเหยียบทรายขาวสะอาดเคียงข้างศลิษา น้องสาวคนเดียวของเขา
“พี่ธัน ถ่ายรูปให้ลิษาหน่อยสิ” ศลิษาหันมายิ้มกว้าง ผมยาวสลวยปลิวตามลม
“ถ่ายให้สวยๆ นะคะ ถ่ายออกมาไม่สวย ลิษางอนจริงๆ ด้วย” ศลิษาส่งเสียงเรียก พลางหมุนตัวบนหาดทรายอย่างร่าเริง ผิวเธอเปล่งประกายในแสงแดด ใบหน้าฉายชัดด้วยความสุขที่ไร้ซึ่งเงาแห่งความเศร้า
เศรษฐวัฒน์หัวเราะเบา ๆ หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายให้อย่างเต็มใจ รูปแล้วรูปเล่า เขาไม่เคยเห็นศลิษามีความสุขขนาดนี้มาก่อน น้องสาวของเขาชอบทะเลมาก ทุกครั้งที่ว่าก็จะพากันมาเที่ยวทะเล ในตอนนั้น เขาคิดว่าตราบใดที่น้องสาวยังยิ้ม โลกทั้งใบของเขาก็ยังสวยงามอยู่เสมอ
แต่แล้ว…ท้องฟ้าที่เคยสดใสค่อย ๆ มืดลง ลมอ่อน ๆ กลายเป็นแรงลมที่พัดจนทรายปลิวว่อน
เสียงหัวเราะค่อย ๆ จางหายไป แสงแดดอันอบอุ่นเปลี่ยนเป็นแสงสีเทาหม่น ฟ้าสีครามกลายเป็นเงามืดที่บดบังทุกสิ่ง ศลิษาหยุดวิ่ง แล้วหันกลับมามองเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา
เศรษฐวัฒน์กวาดตามองรอบตัว บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เขาเห็นศลิษายืนอยู่กลางถนน ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปราย ใบหน้าเธอเปรอะไปด้วยน้ำตา
“พี่ธัน…ช่วยลิษาด้วย…” เสียงร้องไห้สั่นสะอื้นของน้องสาวดังเข้าหูเขาอย่างเจ็บปวด
เสียงลมหายใจของเศรษฐวัฒน์เริ่มขาดห้วง เขาวิ่งไปหาเธอ แต่ก่อนที่เขาจะถึงเศรษฐวัฒน์พยายามวิ่งไปหาเธอ แต่เหมือนขาเขาหนักขึ้นทุกก้าว วิ่งเท่าไรก็ไปไม่ถึงตัวเธอสักที
แล้วทันใดนั้น…
ปัง!
เสียงชนกระแทกอย่างแรงดังสนั่น ศลิษาถูกแรงกระแทกจากรถยนต์คันใหญ่ที่วิ่งมาด้วยความเร็วอย่างรุนแรง พัดร่างเธอลอยกระเด็นไปอากาศ ก่อนจะตกมากระแทกบนพื้นถนน เลือดไหลนองพื้นจนแดงไปหมด
“ลิษา” เขาตะโกนสุดเสียง แต่ทุกอย่างกลับเลือนหายไปตรงหน้า เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าและความเย็นเยียบ
“ม๊ายยยยยย ลิษา อย่าไป อย่าทิ้งพี่ไป”
เศรษฐวัฒน์สะดุ้งตื่นนั่งพรวดขึ้นบนเตียง เหงื่อเย็นไหลท่วมตัว หัวใจเต้นกระหน่ำห้องทั้งห้องมีเพียงความมืดและเสียงหอบหายใจของเขาเท่านั้น
ฝันร้ายซ้ำ ๆ แบบนี้ตามหลอกเขาไม่เคยขาดมาตลอดหลายเดือน ตั้งแต่วันที่ศลิษาจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
เขายกมือปาดเหงื่อที่ไหลลงข้างแก้ม กัดฟันแน่นเพื่อกลั้นความเจ็บปวดที่กดทับในอก
ศลิษา น้องสาวคนเดียวของเขา
หญิงสาวที่โลกทั้งใบของเขาเคยหมุนรอบตัวเธอ แต่สุดท้ายกลับต้องจบชีวิตลงเพราะความใจร้ายของคนที่ชื่อ ภารันต์ คนที่หลอกน้องสาวของเขาให้รัก หลอกให้หวัง แล้วทอดทิ้งเธอไปเหมือนศลิษาไม่มีค่าอะไร
เศรษฐวัฒน์กัดฟันแน่นกว่าเดิม กำหมัดจนเส้นเลือดปูดโปนที่แขน
“พรรณวัตร พวกแกต้องชดใช้ โดยเฉพาะแก ภารันต์ แกต้องพบกับความสูญเสียเหมือนฉัน”
น้ำเสียงในใจเย็นเยียบจนแทบจับน้ำแข็งก่อตัวขึ้นได้
“ฉันจะทำให้พวกแกต้องชดใช้ทุกหยดน้ำตาของลิษา ฉันจะไม่ปล่อยให้ใครพ้นมือฉันไปได้”
เศรษฐวัฒน์ลุกจากเตียง เดินไปยืนริมหน้าต่าง มองออกไปในความมืด ข้างนอกนั่น มีคนมากมายหลับใหลอย่างสงบสุข ในขณะที่หัวใจเขาเต็มไปด้วยไฟแค้นที่ไม่มีวันดับ เขาไม่มีวันลืมว่าใครเป็นคนทำลายศลิษา ไม่มีวันลืมว่าความสุขในชีวิตเขาถูกพรากไปอย่างไร้ความปรานี และตอนนี้ ถึงเวลาที่เขาจะต้องทำให้ครอบครัวพรรณวัตร ได้รู้ซึ้งว่า การสูญเสีย มันเจ็บปวดแค่ไหน
“ภารันต์”
เศรษฐวัฒน์กระซิบชื่อศัตรูในความมืด ริมฝีปากยกยิ้มเย็นเยียบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“ฉันจะทำให้แกเจ็บ เหมือนที่ลิษาเคยเจ็บ”
เศรษฐวัฒน์ยืนนิ่งอยู่หน้าต่างอยู่นาน… นานพอที่แสงจากเสาไฟถนนทอดเงาเย็นเยียบลงบนใบหน้าแข็งกร้าวของเขา ความมืดด้านนอกไม่ได้ช่วยให้หัวใจสงบลงแม้แต่น้อย มีเพียงเสียงลมหายใจหนัก ๆ ที่ย้ำเตือนว่าฝันร้ายเมื่อครู่ยังตามหลอกไม่หยุด
เขายกมือขึ้นกดสันจมูกแรง ๆ เหมือนกับพยายามบีบความเจ็บให้หายไปกับปลายนิ้ว แต่สุดท้ายทำได้เพียงปล่อยลมหายใจหนัก ๆ ที่เต็มไปด้วยความคั่งแค้นออกมา
ไม่นาน เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียงก็ดังขึ้น
“ท่านประธานครับ พรุ่งนี้เวลา 09.00 น. ทีมประชาสัมพันธ์จะไปคอยรับเพื่อเดินทางไปงานเปิดตัว KC PRIME X ครับ — ธวัช”
เขามองข้อความนั้นนิ่ง ๆ อยู่นาน ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงอย่างช้า ๆ
ใช่… งานพรุ่งนี้สำคัญ เขาต้องปรากฏตัวในฐานะประธานบริษัท KC. LUXURY AUTO ให้สมบูรณ์แบบ ให้ทุกคนเห็นความมั่นคงและอำนาจของเขา แต่ลึกลงไป เขารู้ดีว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร…
เศรษฐวัฒน์นั่งนิ่งอยู่หน้าข้อมูลของรถยนต์รุ่นลิมิเต็ดที่เพิ่งเปิดตัวไปสด ๆ ร้อน ๆ ในยุโรป รถยี่ห้อเดียวกับที่ศลิษาเคยพูดถึงด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นที่สุดในชีวิตและตั้งใจจะเอาเข้ามาทำตลาดในไทย
เขาจำได้ดี… คืนที่น้องสาวยืนกอดแฟ้มพรีเซนต์แน่นจนสันกระดาษบี้งอตรงหน้าโต๊ะเขา ดวงตาเธอเป็นประกายสดใส
“พี่ธัน…ลิษาอยากทำโปรเจกต์นี้ รถค่ายนี้ดีมาก ถ้าพี่ช่วยผลักดัน ลิษาอยากลองทำเป็นไลน์ใหม่ของบริษัทเรา”
ตอนนั้น เขาแค่ยิ้มเอื่อยและบอกให้น้อง “ค่อย ๆ วางแผน”
ชีวิตยุ่งเกินกว่าจะช่วยคิด และเขาไม่รู้เลยว่านั่น… จะเป็นบทสนทนาครั้งสุดท้ายที่ได้ฟังน้องสาวพูดถึงความฝันของเธอ ตอนนี้… เหลือเพียงแฟ้มโครงการที่เธอไม่มีโอกาสเขียนให้สมบูรณ์ กับเขา… ผู้ที่ยังติดหนี้ความตั้งใจของเธออยู่ทุกลมหายใจ
เศรษฐวัฒน์เอื้อมหยิบแฟ้มสีซีดตรงมุมโต๊ะ ปัดฝุ่นบนปกเบา ๆ ราวกับกลัวทำร้ายบางอย่างที่ยังผูกพันเขากับเธอเอาไว้ เขาพึมพำเสียงแผ่ว แทบไม่รู้ว่าเป็นคำพูดหรือคำสัญญา
“ลิษา… พี่จะทำให้มันเกิดขึ้นจริงแทนแกเองนะ”
เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย หลับตาแน่น ภาพเลือดของศลิษายังชัดเจนในหัว ภาพที่เธอนอนแน่นิ่งในอ้อมแขนเขายังชัดเจน จนเหมือนขยับมือไปก็ยังรู้สึกถึงความอุ่นจากครั้งสุดท้ายที่เขากอดเธอ เขาพึมพำเสียงแผ่วท่ามกลางความมืดของห้อง
“และตั้งแต่พรุ่งนี้…พี่จะทวงคืนความยุติธรรมให้แกนะ ลิษา”
เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันทั้งเย็นชา แข็งกร้าว และเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความตั้งใจอันเงียบงัน ไม่ใช่เศรษฐวัฒน์คนเดิมอีกแล้ว
“ใครมันทำให้น้องพี่เจ็บ… มันจะต้องเจ็บร้อยเท่าพันเท่า… ไอ้ภารันต์”
ท่ามกลางแสงโปรเจกเตอร์ เสียงแฟลช และสายตาของผู้คนหลายร้อยคู่ เศรษฐวัฒน์ยืนอยู่บนเวทีพร้อมรอยยิ้มสุขุมที่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับนักลงทุนและสื่อมวลชน เขาเพิ่งปิดท้ายการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ของ KC. LUXURY AUTO ค่ายรถระดับไฮเอนด์ที่เขาเป็นผู้กุมบังเหียน

