สองคนแม่ลูก ตอนที่ 4
“ว่าไงนะญ่า แกจะเอาอย่างนั้นจริงๆ เหรอ”
เสียงจากปลายสายถามขึ้นเมื่อหญิงสาวเล่าเรื่องราวทั้งหมดและการตัดสินใจให้กัลยาได้ฟังก่อนที่พิญญาจะไปส่งลูกที่โรงเรียนอนุบาล แม้เพื่อนรุ่นพี่อย่างกัลยาจะรับรู้โชคชะตาของหญิงสาวและยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือโดยหางานมาให้รุ่นน้องไม่ได้ขาด แต่กัลยาก็อดไม่ได้ที่จะถามย้ำอีกครั้งให้แน่ใจว่าเธอฟังไม่ผิด
“เอาจริงสิเจ้ มันไม่มีทางอื่นแล้ว” พิญญาตอบเสียงหนักแน่น เธอมักจะเรียกกัลยาว่าเจ้แทนชื่อเล่นจนชินปากส่วนคนโดนเรียกก็ไม่ถือสาเพราะเรียกกันมาแบบนี้ตั้งแต่รู้จักกันในมหาวิทยาลัย
“แกไม่คิดดูให้ดีอีกทีเหรอวะญ่า แกก็รู้ว่ามันเป็นคนไม่ดีแล้วจะกลับไปยุ่งกับมันอีกทำไม อีกอย่างนะ...แกก็ไม่ได้อดไม่ได้อยากขนาดไม่มีเงินซื้อข้าวให้ลูกกินหรือไม่มีเงินรักษาตัวนี่หว่า”
“...” หญิงสาวเงียบแทนคำตอบ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่า ‘มัน’ ที่กัลยาพูดถึงคือใคร ใช่แล้ว เขาคนนั้นเป็นคนไม่ดีและครั้งหนึ่งเธอเคยตัดขาดเขาออกไปจากชีวิต
“ไอ้โรคมะเร็งที่แกเป็นเนี่ยก็ไม่ใช่ว่าจะรักษาไม่ได้ที่ไหน เดี๋ยวนี้การรักษาเขาทันสมัยจะตายไป ดีไม่ดีนะ เจ้จะตายก่อนแกเสียอีกเพราะทำงานปวดหัวแทบจะระเบิดทุกวัน”
“เจ้ก็พูดเกินไป ถ้าเจ้ตายไปแล้วใครจะหางานให้ญ่าล่ะ”
“เออๆ มันก็จริงนั่นแหละ เดี๋ยวนี้คนเขียนงานขายกันเยอะแยะ แต่จะหาคนถูกใจแบบแกนี่มันยาก งั้นเรามาตกลงกันอย่างนี้ดีไหม เจ้ไม่ตาย แกไม่ตาย เราจะได้ทำงานไปด้วยกันอีกนานๆ”
พิญญาหัวเราะคิกเพราะใครจะไปสัญญาเรื่องแบบนั้นได้ ที่สำคัญหญิงสาวไม่เคยคิดจะตายจากโลกใบนี้ไป แต่ใครจะห้ามเรื่องแบบนี้ได้เล่า
“ก็ได้เจ้ แต่ยังไงงานที่จะส่งเจ้อาทิตย์หน้าอาจจะช้าหน่อยนะ”
“ทำไม แกจะไปไหน อย่าบอกนะว่าแกจะไปหามันน่ะ” ปลายสายดูเหมือนจะอารมณ์ขึ้นเพราะโน้มน้าวตั้งนานพิญญาก็ไม่เปลี่ยนใจ
“ก็นั่นพ่อของอลิน เขาก็ต้องดูแลลูกของตัวเองได้ หากญ่าไม่อยู่ใครจะเหมาะสมเท่าเขา หมามันยังรักลูกของมันเลย นี่คนแท้ๆ” อันที่จริงหญิงสาวก็ไม่อยากคาดหวังกับคนพรรค์นั้นมากนัก แต่เธอก็อับจนหนทางที่จะฝากอนาคตของลูกน้อยไว้ในมือของคนอื่นที่ไม่ได้มีสัมพันธ์กันทางสายเลือด
“แล้วมันรู้เหรอว่าอลินเป็นลูกมันน่ะ”
“ยังไม่รู้ แต่เดี๋ยวก็รู้”
“เจ้ว่านะ คนอย่างมันน่ะ รักใครไม่เป็นหรอก มันรักแต่ตัวของมันเองเท่านั้นแหละ!”
ปลายสายกระแทกเสียงด้วยอารมณ์ขุ่นมัวก่อนวางสายเพราะอินกับเรื่องราวชีวิตบัดซบของพิญญา แต่เมื่อรุ่นน้องของเธอตัดสินใจแล้วคนนอกก็ไม่มีสิทธิ์จะพูดอะไรได้ พิญญารู้ใจบรรณาธิการสาวรุ่นพี่เป็นอย่างดี ถึงจะปากร้ายแต่ก็มีน้ำใจและรักน้องสาวนอกไส้อย่างเธอแบบจริงใจ ยังดีที่พิญญาสนิทกับรุ่นพี่ที่คลุกคลีกับวงการหนังสือทำให้เธอได้ใช้พรสวรรค์เพื่อหาเงินจนลืมตาอ้าปากได้ ที่จริงกัลยาเคยคะยั้นคะยอให้หญิงสาวออกหนังสือในนามของตัวเองสักเล่ม แต่พิญญาก็จำใจปฏิเสธเพราะเธอไม่คิดว่าคนที่มีอดีตต่ำตมเช่นเธอจะเป็นนักเขียนดังอย่างใครเขาได้
พิญญาหยุดยืนอยู่หน้าตึกสูงระฟ้ากลางกรุงเทพฯ ผู้คนเดินกันขวักไขว่โดยไม่สนว่าใครเป็นใคร ต่างคนต่างมุ่งหน้าไปยังจุดหมายของตัวซึ่งหญิงสาวก็กำลังจะทำแบบเดียวกัน
“มาพบใครนะคะ” ประชาสัมพันธ์ด้านหน้าบริษัทแอตลัส รีสอร์ตแอนด์สปา เงยหน้าขึ้นถามเธออีกครั้ง
“มาพบคุณชยันต์ค่ะ คุณชยันต์ สิงหวัฒน์ ค่ะ” หญิงสาวตอบชัดถ้อยชัดคำจนคนถามทำหน้านิ่ว
“นัดไว้หรือเปล่าคะ”
“เปล่าหรอกค่ะ เขาไม่อยู่หรือคะ”
“อยู่ค่ะ แต่ท่านติดประชุม ถ้าคุณจะพบคงต้องรอพักใหญ่เลยค่ะ”
เมื่อพิญญาตัดสินใจว่าจะรอ พนักงานคนนั้นเลยเชิญเธอให้นั่งรออยู่ที่โซฟาด้านนอก ส่วนตัวของพนักงานคนนั้นเดินเข้าไปทางด้านในเพื่อจะแจ้งให้กับศิรธร เลขาฯ และคนสนิทของชยันต์เพื่อจะได้แจ้งให้เขาทราบ
