บท
ตั้งค่า

บทที่ 2.2

วันนี้กุ้ยเอ๋อร์ติดตามนาง จี๋เอ๋อร์ก็ควรรั้งอยู่ แต่นี่จี๋เอ๋อร์วิ่งมาหานางที่ร้านหน้าตาตื่น เกรงว่าอีกฝ่ายคงได้ยินข่าวลือเช่นกัน วันนั้น...เป็นจี๋เอ๋อร์ที่ติดตามนางไปยังอารามนอกเมือง นอกจากจี๋เอ๋อร์ยังมีเสี่ยวฟางอีกคนที่ทำหน้าที่ขับรถม้า

“กุ้ยเอ๋อร์พี่ใหญ่ไม่อยู่ที่ร้าน เจ้าไปอยู่ดูแลอาจารย์ เผื่ออาจารย์มีสิ่งใดเรียกใช้”

“เจ้าค่ะ” กุ้ยเอ๋อร์มองจี๋เอ๋อร์แต่ก็ไม่กล้าถาม ไม่กล้าแสดงท่าทีใดๆ นางยอบกายแล้วหมุนตัวเดินออกไปทันที

จี๋เอ๋อร์หน้าซีดขาว “คุณหนูข้ากำชับพี่เสี่ยวฟางแล้วว่าเรื่องในวันนั้นห้ามแพร่งพรายเด็ดขาด หากนายท่านหรือคุณชายไม่ถามก็ห้ามเอ่ยถึง”

“ดีแล้ว เจ้าเองก็ต้องระวังให้มาก แม้แต่กับเสียงเอ๋อร์ ฟู่เอ๋อร์ รวมไปถึงกุ้ยเอ๋อร์ก็ห้ามพลั้งเผลอ เรื่องนี้สำคัญต่อข้าสำคัญต่อคนตระกูลจวินมาก”

แม้กังวลเรื่องที่พี่ชายออกไปดูอาการบาดเจ็บของฉู่เฟิงเยี่ยน แต่นางมั่นใจว่าพี่ชายเป็นผู้ที่มีไหวพริบ เขาต้องมองออกทันทีว่าแผลเหล่านั้นเป็นนางที่ลงมือรักษา ฝีเข็ม ด้ายที่ใช้ รวมไปถึงวิธีดูแลแผลที่โดนกระบี่กรีดเป็นทาง หมอน้อยคนที่จะเลือกใช้วิธีเย็บถี่ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อให้หลงเหลือแผลเป็นน้อยที่สุด

แม้กล่าวได้ว่าทั้งสองเป็นศิษย์ของหมอเทวดา แต่การใช้เข็มกับด้ายเย็บแผลก็ไม่แพร่หลาย เนื่องจากความเสี่ยงที่แผลจะติดเชื้อนั้นมีมาก เป็นนางเองที่แอบหยิบยืมความรู้จากโลกอนาคตมาแนะนำผู้เป็นอาจารย์ ทันทีที่เห็นฝีเข็มพี่ชายของนางย่อมตระหนักว่าผู้ใดเคยช่วยฉู่เฟิงเยี่ยนเอาไว้

“ข้าน้อยสาบานจะไม่พูดออกไปเด็ดขาดเจ้าค่ะ”

จี๋เอ๋อร์ทำให้นางหลุดจากภวังค์ จวินหรั่นหนิงพยักหน้าจากนั้นก็ครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ในเมื่อเจ้ามาแล้ว... เจ้าช่วยอะไรข้าสักอย่าง” แล้วนางก็แอบกระซิบกับจี๋เอ๋อร์ให้อีกฝ่ายแอบไปสืบเรื่องคนตระกูลฉู่ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้

นึกถึงท่านลุงใจดีผู้นั้น...ฉู่อวี้ นางอดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้

เนื่องจากตระกูลจวินต้องปิดบังความมั่งคั่ง ดังนั้นจึงแสร้งไปขอกู้เงินเปิดร้านจากร้านแลกเงินตระกูลฉู่ ครานั้นท่านลุงฉู่ยอมให้กู้เงินโดยไม่ได้คิดดอกเบี้ยตามปกติ ด้วยร้านหมอในเมืองหลวงนั้นมีเพียงไม่กี่ร้าน เพิ่มเข้ามาอีกสักแห่งก็สามารถช่วยชีวิตคนได้อีกคนหนึ่ง ท่านลุงฉู่กล่าวว่านับเป็นเรื่องดี

นางยังไม่ปักปิ่นน้อยครั้งนักจะได้พบปะผู้คน ในยามมาช่วยงานในร้านก็มักขลุกอยู่หลังร้าน ทว่าก็เคยพบและได้คารวะท่านลุงฉู่หลายครั้ง เขาเป็นคหบดีที่จิตใจดีคนหนึ่ง ต้องมาอายุสั้นเพราะคนเคียงหมอนแน่นอนย่อมทำให้ผู้คนรู้สึกเศร้าเสียใจ

“ตระกูลฉู่เดิมทีแม้เป็นหนึ่งในสี่ตระกูลคหบดีที่มั่งคั่งที่สุด ทรงอิทธิพลที่สุด ทว่าเพราะนายท่านฉู่มิใช่คนเจ้าชู้มักมาก ดังนั้นในจวนจึงมีเพียงคุณชายใหญ่ คุณหนูรอง แล้วก็คุณชายน้อยอีกคนหนึ่งเจ้าค่ะ คุณชายน้อยเป็นบุตรชายของนายท่านฉู่ที่เกิดจากอนุหลัน อนุผู้นี้เป็นญาติผู้พี่ของฉู่ฮูหยิน หาไม่นายท่านฉู่ไม่มีทางยอมรับนางเข้าจวน คุณชายน้อยผู้นั้น...ไม่รู้ว่าจนถึงตอนนี้เขาจะเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่” จี๋เอ๋อร์กล่าวเสียงเบา

เรื่องราวในตระกูลใหญ่ ไม่จำเป็นต้องถามมากความนางก็พอเดาออก คุณชายฉู่ปีนี้อายุครบสิบแปดแล้ว ไม่ถึงสองปีก็จะเข้าพิธีสวมหมวกล่วงสู่วัยผู้ใหญ่ เขาอายุเท่ากันกับพี่ชายของนาง ซึ่งก็แน่นอนฉู่อวี้ย่อมวางแผนเตรียมตัวให้เขาขึ้นเป็นผู้นำแทน

อนุที่ก็ให้กำเนิดบุตรชายเช่นกัน ย่อมมองอีกฝ่ายเป็นศัตรูที่ขัดขวางความมั่งคั่ง แม้ต่อหน้าดูเหมือนสงบเสงี่ยมรักใคร่ปรองดอง ลับหลังกลับวางแผนคิดห้ำหั่นหมายเอาชีวิต

หากนางทำสำเร็จสามารถกำจัดฉู่อวี้ ฉู่ฮูหยิน รวมไปถึงบุตรชายคนโตอย่างฉู่เฟิงเยี่ยน ทั้งยังทำให้เหมือนเป็นการปล้นชิง หลังจากจบเรื่องตระกูลฉู่ก็คงหลงเหลือเพียงฉู่เซียงที่เป็นเพียงเด็กสาวซึ่งยังไม่ปักปิ่น บุตรชายของนางที่ก็ถือเป็นทายาทที่ถูกต้องตามธรรมนองคลองธรรม ย่อมสามารถครอบครองกิจการและความมั่งคั่งของตระกูลฉู่เอาไว้ได้

ผู้ใดเล่าคาดคิดว่าฉู่เฟิงเยี่ยนจะรอดกลับเมืองหลวง อีกทั้งยังสามารถลากทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการลอบสังหารเขากับบิดามารดามาลงโทษ!!!
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel