บทที่ 1.4
จวินหรั่นหนิงมาถึงอารามก็พบว่าบิดากลับจวนไปแล้ว นางเข้าไปไหว้พระจากนั้นก็กลับออกมาด้วยจิตใจที่สงบลง ตอนนั่งรถม้าลงเขาสายตาก็มองเห็นหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ดูคล้ายเป็นหมู่บ้านของชาวประมง
“ข้าไม่เคยสังเกตว่าที่นั่นมีหมู่บ้าน”
“อาจเพราะต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นโค่นลงเจ้าค่ะเราจึงมองไม่เห็น”
หลายวันมานี้ฝนตกทำให้ดินทรุดตัว ต้นไม้ใหญ่บนเขาโค่นลงเป็นแนวหลายต้น ทิวทัศน์ที่สามารถมองทะลุออกไปทำให้สามารถมองได้ไกลขึ้น “วันหน้าเราไปตั้งโรงทานแจกของในหมู่บ้านนั้นกันเถิด”
“เจ้าค่ะคุณหนู”
แม้ไม่ได้ใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยเช่นตระกูลคหบดี แต่เงินทองที่บิดาสั่งสมก็มีไม่น้อย เพื่อให้ตัวเองสบายใจหลังเปลี่ยนชะตาเลวร้ายของคนตระกูลจวิน แต่ชะตาเลวร้ายนั้นกลับตกไปเป็นของตระกูลอื่น ในใจของนางย่อมรู้สึกผิดเป็นธรรมดา
ดังนั้นจวินหรั่นหนิงจึงได้แต่ออกไปแจกข้าวของด้วยการเปิดโรงทาน แม้ไม่อาจทดแทนแต่ก็ช่วยบรรเทาความทุกข์จากความรู้สึกผิดได้บ้าง
รถม้าออกตัวไปได้ไม่ไกลคนขับรถม้าก็ส่งเสียงเรียกนาง “คุณหนูขอรับ มีคนบาดเจ็บนอนอยู่ข้างถนน”
นางเลิกม่านรถม้าขึ้น “หยุดรถ”
ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากประตูเมือง เป็นสามแยกที่ทางหนึ่งเป็นทางขึ้นเขาตรงไปยังอารามไห่หวง ส่วนอีกทางตรงไปยังเมืองอวี่เฉิงทางเหนือ มองไปรอบๆ ด้านล้วนเงียบงันทั้งยังไม่มีข่าวโจรปล้นชิง หญิงสาวลงจากรถม้าเพราะอย่างไรเสียนางก็เรียนหมอ การช่วยคนจึงถูกปลูกฝังมากับบทเรียนของท่านอาจารย์เจียงซาน
เด็กหนุ่มที่นอนอยู่อายุราวสิบหกสิบเจ็ด มากสุดเดาว่าคงไม่เกินสิบแปด เสื้อผ้าที่เขาสวมเป็นแพรพรรณเนียนลื่นราคาสูง ตามเนื้อตัวมีร่องรอยของการถูกทำร้าย เขาเสียเลือดมากจึงหมดสติ ดูแล้วคงหนีบางอย่างมาเพราะตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยฝุ่นเปรอะเปื้อน
“คุณหนูเขาคงมิใช่คนร้าย??” สาวใช้ของนางเสียงเบาด้วยความกลัว
จวินหรั่นหนิงนั่งลงจากนั้นคว้าแขนของเขาขึ้น เลิกแขนเสื้อเพื่อจับชีพจร... ดวงตาของนางเบิกกว้าง ‘ผีเสื้อ’ นั่นเป็นปิ่นเงินรูปผีเสื้อ!!!
ปิ่นนั้นดูเหมือนถูกดึงออกมาจากความร้อน เมื่อมือคว้าของร้อนแน่นอนย่อมทิ้งรอยเผาไหม้ มือของเขา...ข้อมือที่ตัวปิ่นทาบลง ...แผลยังสดใหม่คล้ายผีเสื้อ
บุรุษชุดแดงผู้นั้นแท้ที่จริงก็คือเขาผู้นี้!!!
นางกำลังจะขยับลุกขึ้นเพราะตกใจ แต่อีกฝ่ายกลับกุมข้อมือของนางทั้งยังพลิกกายลืมตาขึ้นมอง “เจ้าเป็นใคร!” ดวงตาแดงก่ำดุดัน คิ้วเข้มเลิกขึ้น ใบหน้าหล่อเหลามีคราบเขม่าดำๆ เปรอะเปื้อน
ทันทีที่สบตาคมดุภาพรถม้าอีกคันก็ปรากฏขึ้น รถม้าหรูหราแล่นมาจอด สตรีนางหนึ่งก้าวลงมาทั้งยังบอกให้คนขับรถม้าแบกเขาขึ้นรถม้า จากนั้นพวกเขาก็ตรงเข้าไปยังเมืองหลวง
สตรีผู้นี้...ตลอดมานางแทบจะพลิกเมืองหลวงเพื่อตามหา ทว่าอยู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นเพื่อช่วยบุรุษตรงหน้า?!
‘ขอบคุณแม่นางที่ช่วยชีวิต วันหน้าหากมีสิ่งใดให้ข้าช่วย...’ นางไม่ได้หลับอยู่เช่นนั้นสิ่งที่เห็นนับว่าเป็นฝันบอกเหตุหรือไม่?!
จวินหรั่นหนิงสูดลมหายใจเข้าลึก นี่คือบุรุษที่อาจลงมือสังหารพี่ชายของนาง!! หากนางทิ้งเขาเอาไว้ตรงนี้ อย่างไรเสียสตรีนางนั้นก็จะมาช่วยเขาเอาไว้ และวันหน้าเขาก็คือหายนะของตระกูลจวิน
ทว่า...หากนางเป็นคนช่วยเขาเล่า หากนางเปลี่ยนเรื่องเหล่านี้จากร้ายให้กลับกลายเป็นดี ช่วยชีวิตเขาเอาไว้บางทีเขาอาจเห็นแก่บุญคุณ “แบกเขาขึ้นรถม้า พวกเรา...” นางหยุดคิดครู่หนึ่ง “วกกลับไปยังอารามไห่หวง”
“ไม่พาเขาไปที่ร้านหรือเจ้าคะ” สาวใช้ของนางถาม
“หากเขาเป็นคนไม่ดี พากลับไปที่ร้านย่อมเป็นเรื่องโง่งมนัก ในรถม้ามีล่วมยาสำรองใช่หรือไม่”
“มีเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นลงมือเร็วเข้า”
รถม้าวิ่งวนกลับไปยังอาราม กระทั่งตอนนั้นเองที่วิ่งสวนทางกับรถม้าคันหนึ่ง นางเลิกม่านรถม้าพยายามมองสัญลักษณ์ แต่นั่นเป็นรถม้ารับจ้าง แม้หรูหราแต่ก็ไม่มีสัญลักษณ์ของจวนใดทั้งสิ้น...