บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.3

ล่วงเข้าปีที่สี่ซึ่งก็คือปีนี้จวินหรั่นหนิงอายุครบสิบเอ็ดขวบปี นางร่ำเรียนจากท่านหมอเทวดา ทั้งยังสามารถช่วยงานบัญชีในร้านค้า กระทั่งจวินเซียวเองก็เฝ้าถามนางมาตลอด นางทำอย่างไรจึงสามารถคำนวณได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

แม้จะบอกว่าบิดาสอน แต่การคำนวณของนางนั้นแตกต่างและไม่เหมือนผู้ใดในแคว้น เมื่อถามแล้วไม่ได้คำตอบ จวินเซียวก็ได้แต่ถอดใจไม่ถามอีก กระทั่งปล่อยทุกอย่างให้กลายเป็นปริศนาเช่นทุกวันนี้

“เป็นอะไรไปหรือเหตุใดสีหน้าไม่ใคร่จะดีเลย” แน่นอนพี่ชายของนางสังเกตุเห็นถึงความผิดปกติ

“พี่ใหญ่ อาจารย์ ข้า...ฝัน”

ทั้งสองเลิกคิ้วมองไปรอบๆ จวินเซียวโบกมือไล่สาวใช้และบ่าวไพร่รอบๆ ให้ถอยออกไป เขารอจนทุกอย่างเงียบสงบ “ครั้งนี้เกิดอะไรขึ้น”

“พี่ใหญ่ท่านมีสตรีที่พึงใจหรือไม่”

เขาเลิกคิ้วมองนาง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร ปีนี้ข้าเพิ่งสิบแปดเองนะ สตรีที่พึงใจอะไรกัน!”

“ข้าฝันเห็นท่านสวมชุดเจ้าบ่าว ฝันเห็นสตรีที่ท่านจะแต่งเป็นฮูหยิน ทว่า...” นางเล่าสิ่งที่จนพอจะจดจำได้ในความฝัน มั่นใจว่านั่นเป็นงานแต่งงานของจวินเซียว ทว่าบุรุษที่สังหารเขานั้นก็แต่งกายเช่นเจ้าบ่าว นางทั้งลังเลแต่ก็หวาดหวั่นมากกว่า

“ข้าไม่มีจริงๆ นะ ไม่มีจริงๆ ขอรับอาจารย์ วันๆ เอาแต่เข้าๆ ออกๆ ร้านกับออกไปรักษาคนไข้คนเจ็บ ข้าไหนเลยจะมีเวลาไปมาหาสู่สตรีจวนใด” จวินเซียวปฏิเสธแข็งขัน

นางเชื่อพี่ชายของตน จากท่าทีนางมั่นใจว่าเขาไม่ได้โกหก “แล้วนางเป็นใคร เขา...เป็นใคร” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองด้วยความหวาดหวั่น

“บุญคุณ ความแค้น บางครั้งก็มิใช่ว่าเราจะตั้งใจ” เจียงซานขมวดคิ้ว “ในเมื่อเป็นฝันบอกเหตุเช่นนั้นก็รู้แล้วว่าต้องหลบเลี่ยง ช่วงนี้ก็พยายามอย่าพาตัวเองไปยุ่งเกี่ยวกับสตรีจวนใด จริงสิ...” เจียงซานเดินกลับไปที่ห้องพักจากนั้นเดินออกมาพร้อมเทียบเชิญ

“คราแรกข้าคิดว่าคงไม่ไปเพราะไม่ชอบความครึกครื้นวุ่นวาย ถือโอกาสนี้ข้าจะพาหรั่นเอ๋อร์ไปงานเลี้ยงในจวนของใต้เท้าซวี คิดว่าในงานเลี้ยงต้องมีคุณหนูจากจวนต่างๆ ได้รับเชิญเช่นกัน หรั่นเอ๋อร์เป็นเพียงคนเดียวที่รู้ว่าสตรีนางนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร หากเรารู้ว่านางเป็นสตรีจากจวนใดย่อมหลีกเลี่ยงง่ายกว่า”

จวินเซียวเลิกคิ้ว “ท่านอาจารย์ช่างปราดเปรื่อง!!”

ในงานเลี้ยง...ไม่ว่าจะกวาดสายตามองไปทางใดนางก็หาสตรีนางนั้นไม่พบ จวินหรั่นหนิงที่ปลอมตัวเป็นเด็กรับใช้ของเจียงซานขอตัวไปสุขา ในสวนนางบังเอิญเดินชนเด็กหนุ่มคนหนึ่งเข้า

“ขออภัยขอรับ” นางรีบก้มหน้าลงกล่าวขออภัยอีกฝ่าย

“ไม่เป็นไร คราวหลังระวังด้วย”

“ข้าน้อยจะระวัง” พูดจบก็รีบเดินต่อไปโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเขา เห็นเพียงชายชุดสีขาวที่ปักลายหมู่เมฆ

...เด็กหนุ่มผู้นั้นมองตามร่างเล็กในชุดบุรุษ เขามองไปยังทิศทางที่อีกฝ่ายเดินมา นั่นเป็นทิศทางไปยังสุขาของแขกฝั่งสตรี??

“คุณชาย นั่นมิใช่เด็กรับใช้ของท่านหมอเจียงหรอกหรือขอรับ”

“อ้อ” เขาพยักหน้าและก้าวเท้าออกเดิน ก้มลงมองบนพื้นถุงหอมใบหนึ่งตกอยู่ ถุงหอมปักลายดอกอวี้หลานหอมกรุ่นบางเบา เป็นกลิ่นเดียวที่อยู่บนตัวของเด็กรับใช้ผู้นั้น

“กลิ่นหอมนี้...” เด็กรับใช้คนหนึ่งกลับมีถุงหอมที่ทำจากผ้าราคาสูง อีกทั้งกลิ่นนี้ก็ไม่เหมือนกับกลิ่นของเครื่องหอมอื่นๆ เป็นกลิ่นหอมเย็นทั้งบางเบาไม่ฉุนแรง

“คุณชายต้องกลับเข้างานเลี้ยงแล้วขอรับ หาไม่นายท่านกับฮูหยินจะกังวลเอาได้”

“อืม” เขาพยักหน้าจากนั้นสอดถุงหอมใบนั้นเข้าไปในอกเสื้อ เดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยง

งานเลี้ยงครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าก็ยังหาสตรีนางนั้นไม่พบ อีกทั้งบุรุษในความฝันก็ยังเห็นหน้าไม่ชัดเจน ความกังวลในใจทำให้จวินหรั่นหนิงไม่อาจสงบลงได้ เมื่อดูบัญชีไม่รู้เรื่องสาวใช้จึงชวนนางตามบิดาไปไหว้พระที่อารามไห่หวงนอกเมืองหลวง

จวินหลิวได้สนทนาธรรมกับไต้ซือหยวนไห่ก็จิตใจสงบลงมาก ดังนั้นสองสามวันจึงมักจะมาที่อารามนอกเมืองแห่งนี้เสมอ ชายวัยกลางคนที่ต้องแสร้งป่วย เคยต้องดูแลกิจการไม่เคยว่างเว้น บัดนี้บุตรสาวบุตรชายล้วนเก่งกาจสามารถพึ่งพา แน่นอนเขาที่มองว่าตัวเองนั้นไร้ประโยชน์ย่อมคิดมาก ทว่าเมื่อหันหน้าเข้าสู่ทางธรรม ได้สนทนากับไต้ซือที่สามารถชี้แนะให้จิตใจสงบ ในที่สุดเขาก็สามารถปรับตัวเข้ากับเมืองหลวงได้
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel