ตอนที่7.ไก่เห็นตีนงู
หลังจากแยกออกมาจากห้องอาหาร ปนันชิตาก็รีบโทรหาภาสันต์ เพื่อขอเลื่อนวันจดทะเบียนสมรสออกไปก่อน เพราะวันนี้ภัทรดนัยชวนเธอไปทำธุระด้วย แต่ยังต้องการเงินของเขาเพราะพ่อกำลังเดือดร้อน คำตอบของภาสันต์ทำให้ปนันชิตาเดือดจัด เธอขอให้เขาโอนเงินเข้าบัญชี แต่ภาสันต์ปฏิเสธ ถ้าอยากได้เงินเธอต้องไปเอาเอง สำหรับภาสันต์เงินจำนวนนี้ไม่ได้มาก แต่เขาจงใจเล่นแง่กับเธอ
“ตามนี้นะ ถ้าอยากได้เงินก็มาเอา” ภาสันต์บอกกับหญิงสาว รอฟังว่าเธอจะตอบว่าอะไร
“คุณใหญ่ คุณก็รู้ว่าฉันไปไม่ได้ คุณเล็กชวนฉันไปทำธุระ ฉันจะเอาเวลาที่ไหนไปเอาเงินที่คุณ”
“นั่นมันปัญหาของคุณ” มาไม่ได้หรือไม่อยากมากันแน่ ภาสันต์คิดในใจ
“คุณใหญ่!” เมื่อภาสันต์คุยไม่รู้เรื่อง ปนันชิตาก็เริ่มโมโห
“แค่นี้นะ ผมจะทำงาน” พูดจบภาสันต์ก็ตัดสายทิ้ง
ตื๊ด ตื๊ด
“เดี๋ยวสิคะ คุณใหญ่! คุณใหญ่!” ปนันชิตาเรียกเขาเอาไว้ แต่ภาสันต์ตัดสายทิ้งไปแล้ว
“คนทุเรศ!” ก่นด่าภาสันต์เมื่อไม่ได้อย่างที่คิด เงินแค่นี้ทำไมเขาถึงโอนให้เธอไม่ได้ ต้องการให้เธอมีปัญหากับภัทรดนัยใช่ไหม เธอตั้งใจไว้ว่าหลังจากจดทะเบียนสมรส เธอจะคุยเรื่องถอนหมั้นกับคุณน้อมจิต ยังไม่ได้จดจึงไม่มีหลักค้ำประกันว่าชีวิตเธอจะมั่นคง ถ้าเกิดภาสันต์เปลี่ยนใจไม่จดขึ้นมา เธอจะได้แต่งงานกับภัทรดนัยตามเดิม สิ่งที่เสียไปก็แค่ร่างกาย เธอไม่มีเวลามาคร่ำครวญหรือเสียใจ เพราะเรียกร้องกลับมาไม่ได้ มีหลายอย่างที่ต้องคิด โดยเฉพาะวันนี้เธอจะหาเงินที่ไหนไปให้พ่อ จะขอจากคุณน้อมจิตก็ไม่กล้า เพราะมีข้อตกลงไว้ว่าเธอจะได้เงินหลังจากแต่งงานกับภัทรดนัย พ่อเธอไม่น่าสร้างปัญหาเลย เธอคิดว่าเรื่องแต่งงานล้างหนี้ จะทำให้พ่อสำนึกและคิดได้ว่าการกระทำของพ่อไม่ต่างจากขายลูกกิน แต่มันไม่เป็นอย่างนั้น นอกจากจะไม่สำนึกแล้ว พ่อยังเล่นการพนันหนักขึ้น เพราะคิดว่าเธอกำลังจะเป็นสะใภ้คนรวย และมีเงินมากมาย ตรงกันข้ามเธอก็ไม่ต่างจากคนใช้ ดีหน่อยก็ตรงที่มีคำว่าคู่หมั้นนำหน้า จึงทำให้คนในบ้านเกรงใจอยู่บ้าง ภัทรดนัยบ่ายเบี่ยงการแต่งงานมาตลอด แต่ครั้งนี้เขาทำเหมือนอยากแต่ง ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนกลับเมินเฉย
“อรแกว่างหรือเปล่า” เมื่อทุกอย่างผิดแผนไปหมด ปนันชิตาก็ต้องใช้แผนสำรอง โทรไปหาอรอุมาเพื่อเตี๊ยมกัน ทำทีว่านัดกันไว้ล่วงหน้า ภัทรดนัยจะได้ไม่สงสัย
ภาสันต์ไม่ได้ทำงานอย่างที่อ้างกับหญิงสาว ตาคู่คมมองหนังสือสัญญาเงินกู้ ที่เลขาเอามาวางไว้ให้บนโต๊ะ เมื่อเช้าเขาส่งไลน์หาคนสนิท ให้ไปจัดการเรื่องของคุณอรุณกับคุณแกมแข ทุกอย่างจะต้องจบลง สองคนนั้นจะได้ไม่มาวุ่นวายกับปนันชิตาอีก ปนันชิตาคงไม่ได้บอกให้พ่อกับแม่รับรู้ ว่าเธอไม่ได้อยู่อย่างสุขสบายอย่างที่ท่านคิด เธอก็คนรับใช้ดี ๆ นี่เอง
ภัทรดนัยเข้าไปหาคุณน้อมจิตในห้องนั่งเล่น ป้าพร้อมบอกว่าคุณน้อมจิตมีเรื่องจะคุยกับเขา คุณน้อมจิตมองคนที่เดินเข้ามาตั้งแต่หัวจรดเท้า ภัทรดนัยมีนิสัยอย่างไรนางรู้ดีที่สุด ภายนอกดูเป็นคนสุภาพอ่อนโยน แต่ภายในกลับแข็งกร้าวและเจ้าคิดเจ้าแค้น เรื่องแมวขโมยที่ภัทรดนัยพูดบนโต๊ะอาหาร มีหรือที่นางจะไม่รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร ภาสันต์ชอบปนันชิตา เรื่องนี้ทุกคนต่างก็รู้ดี
“คุณย่าเรียกผมมีอะไรหรือครับ” ถามพร้อมกับนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
“ย่าอยากให้เล็กแต่งงานกับปั้นอาทิตย์หน้า”
“อาทิตย์หน้า ไหนคุณย่าว่าฤกษ์แต่งอีกตั้งสามเดือน” ภัทรดนัยถามเพราะเมื่อวานเพิ่งคุยเรื่องนี้กัน
“ย่าไม่อยากรอ ย่าอยากมีหลานเร็ว ๆ” พูดจบน้อมจิตก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน สื่อให้ภัทรดนัยรู้ว่า สุขภาพร่างกายของนางไม่ค่อยสู้ดี ภัทรดนัยยกมุมปากให้กับการแสดงของคนตรงหน้า น้อมจิตมักจะทำให้ทุกคนเห็นว่านางป่วยจนไร้เรี่ยวแรง
“ไม่ต้องจัดงานก็ได้ครับ อยู่กันแบบนี้แหละ เรื่องหลานผมจะจัดการให้ครับ” เขาไม่ต้องการแต่งตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ที่แสดงออกว่ารักปนันชิตาก็เพื่อประชดภาสันต์ เรื่องหลานเขามีแผนสำรองไว้แล้ว เขาเอาปนันชิตามาอ้างเพื่อให้ภาสันต์ตกลงรับข้อเสนอ แต่ไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น เพื่อนเขามีมากมาย แต่ละคนก็พร้อมที่จะทำลูกให้เขา ต่อให้ปนันชิตาไม่ตกลง เขาก็มีวิธี
“ผู้หญิงที่คุณย่าเตรียมไว้ให้คุณใหญ่ เป็นใครครับ” คำถามของภัทรดนัยทำให้น้อมจิตกับป้าพร้อมมองหน้ากัน
“ถึงเวลาเล็กก็รู้เอง”
“อิจฉาคุณใหญ่นะครับ คุณย่าจะให้ของที่ดีที่สุดกับคุณใหญ่เสมอ” น้ำเสียงที่ใช้บ่งบอกให้รู้ว่าเขากำลังน้อยใจ
“อย่าน้อยใจไปเลยลูก คุณปู่ให้ตาใหญ่หมั้นกับเธอตั้งแต่เด็ก ย่าเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้” เอาคนตายมาอ้างเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของภัทรดนัย
“อยากรู้จังว่าพี่สะใภ้เป็นลูกสาวตระกูลไหน”
“ได้รู้แน่นอนจ้ะ ย่ากวนเวลาเล็กเท่านี้แหละ หนูปั้นรอแย่แล้ว เที่ยวให้สนุกนะลูก”
“ครับย่า” พูดจบภัทรดนัยก็เดินออกไปจากห้อง ดวงตาวาวโรจน์ เมื่อนึกถึงคำพูดของน้อมจิต
“อีแก่ คิดว่ากูรู้ไม่ทันมึงเหรอ” บิดมุมปากขึ้นอย่างน่าเกลียด น้อมจิตคิดจะทำอะไรเขารู้ดีที่สุด ช่วงเข้าวัยรุ่นป้าพร้อมจะให้เขาเข้ามานอนกับภาสันต์ทุกคืน แรก ๆ ก็ไม่รู้อะไร ดีใจที่ได้มานอนกับคุณใหญ่ แต่เมื่อบ่อยครั้งเข้า เขาจึงได้รู้ว่าป้าพร้อมให้เขามากันท่า เวลาที่น้อมจิตเข้าหาภาสันต์
“อีโรคจิต คุณใหญ่ต้องเป็นของกูคนเดียวเท่านั้น” ตั้งแต่จำความได้ โลกของเขามีแค่ภาสันต์คนเดียวเท่านั้น คำสัญญามากมายที่ภาสันต์เคยให้ไว้กับเขา เมื่อเวลาผ่านไป ภาสันต์อาจจะลืมเลือน แต่เขายังจำถ้อยคำเหล่านั้นได้ขึ้นใจ
