ตอนที่6.ชนักติดหลัง
ภาสันต์มองคนที่ยกอาหารมาวางบนโต๊ะ เมื่อเห็นการแต่งตัวของเธอ ก็ยิ่งเอ็นดูมากขึ้นไปอีก เมื่อคืนเขาหนักมือไปหน่อยเลยทำให้คนตัวเล็กบอบช้ำไปทั้งตัว ขนาดใส่เสื้อปิดจนมิดคอก็ยังมีรอยแดงเล็ดลอดออกมาให้เห็น
“ซุปไก่ค่ะคุณย่า” ปนันชิตาวางถ้วยใบใสตรงหน้าประมุขของบ้าน ก่อนจะถอยหลังมานั่งประจำที่ของตัวเอง นึกโมโหภาสันต์ในใจ ที่จนป่านนี้เขายังไม่ถอนสายตาไปจากเธอ จะมองทำไมนักหนาแค่นี้เธอก็อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว
“ซุปไก่จ้ะตาใหญ่ ย่าให้ปั้นทำให้เมื่อเช้า” ตาคู่คมถอนสายตาออกจากดวงหน้าหวาน เมื่อคุณน้อมจิตเลื่อนถ้วยซุปมาตรงหน้า
“ขอบคุณครับ” รับถ้วยซุปจากคุณน้อมจิต แล้วมองคนที่นั่งตรงข้ามอีกครั้ง เมื่อคืนเขาเสียพลังงานไปเยอะ ซุปถ้วยนี้มาถูกจังหวะจริง ๆ อดคิดไม่ได้ว่าถ้าไม่ใช่คำสั่งของคุณย่า เธอจะทำให้เขาไหม
“อร่อย...” เอ่ยชมเมื่อตักซุปไก่เข้าปาก
“ขอบคุณค่ะ” ปนันชิตาเอ่ยขอบคุณแล้วต้องรีบหลบตา แก้มสาวร้อนผ่าวกับคำว่าอร่อยของเขา
การกระทำของหนุ่มสาวอยู่ในสายตาของน้อมจิตและป้าพร้อมตลอดเวลา ป้าพร้อมรู้สึกกังวลใจ ในขณะที่น้อมจิตบีบมือตัวเองเพื่อระงับความโกรธ มีหรือที่นางจะดูไม่ออก สองคนนี้มีบางอย่างต่อกัน ตั้งแต่นั่งร่วมโต๊ะภาสันต์ก็มองแต่ปนันชิตา
“ไม่รอกันบ้างเลย” เสียงของคนมาใหม่ทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องต้องหันไปมอง ปนันชิตาตกใจเมื่อเห็นภัทรดัยเดินเข้ามาหา มือที่จับช้อนสั่นขึ้น เธอคิดว่าเขาไม่อยู่บ้าน เพราะเห็นเขาขับออกไปเมื่อคืน ความผิดที่เธอทำไว้มากมายเหลือเกิน และที่สำคัญเธอยังหาเหตุผลไปอธิบายกับเขาไม่ได้
“เช้านี้มีอะไรทานบ้างครับ” ภัทรดนัยเดินมาหาคู่หมั้นสาว ก้มลงมาถามแล้วหอมลงที่แก้มเนียนใสฟอดใหญ่ ปนันชิตาเบี่ยงหลบแต่ก็ช้าไปกว่าเขา
“ตายแล้วตาเล็ก ถ้าจะหวานกันขนาดนี้ เห็นทีต้องใช้ฤกษ์สะดวกเสียแล้ว ว่าไงตาใหญ่เห็นด้วยกับย่าหรือเปล่า” คำถามของน้อมจิตไม่ได้รับคำตอบ เพราะภาสันต์เอาแต่สนใจกับอาหารเช้าที่อยู่ตรงหน้า
“คุณเล็กกลับมาตอนไหนคะ” ภัทรดนัยมองหน้าภาสันต์ ก่อนจะตอบคำถามของหญิงสาว
“ถึงบ้านตีสี่กว่า ๆ ครับ” หัวใจดวงน้อยร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อได้ยินคำตอบของเขา เพราะมันเป็นเวลาเดียวกับที่ภาสันต์ออกมาจากห้องนอนของเธอ
“พี่พร้อมตักข้าวให้ตาเล็กสิ นาน ๆ จะได้ทานข้าวเช้ากันพร้อมหน้า ย่ามีความสุขจริง ๆ” คุณน้อมจิตพูดพร้อมกับสังเกตอาการของทุกคนไปด้วย ก่อนจะเลื่อนสายตาไปหยุดที่ว่าที่หลานสะใภ้ วันนี้ปนันชิตาดูแปลกไป โดยเฉพาะการแต่งตัว
“ขอตัวนะครับ” ภาสันต์เอ่ยขอตัวเพราะไม่อยากเห็นภาพของคู่รักที่กำลังแสดงความรักต่อกัน ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเก้าอี้ แต่ก็ต้องหยุดเท้าที่กำลังก้าวเดิน เมื่อภัทรดนัยพูดบางอย่างออกมา
“หาช่างมาทำประตูหลังบ้านด้วยนะครับคุณย่า แมวข้างบ้านจะได้เข้ามาขโมยของกินไม่ได้”
เคล้ง!
ช้อนในมือของปนันชิตาร่วงลงพื้น เมื่อภัทรดนัยพูดจบประโยค ภาสันต์มองหน้าน้องชาย ก่อนจะเดินออกไป
“มีแมวเข้ามาด้วยเหรอ” น้อมจิตถาม
“ครับย่า แมวขโมยเสียด้วย เผลอเป็นไม่ได้ ยังไงฝากคุณย่าด้วยนะครับ ไม่ต้องกลัวนะปั้น ถ้ามันเข้ามาอีก พี่จะยิงมันทิ้ง”
“อะไรกันตาเล็ก ต้องทำรุนแรงขนาดนั้นเลยเหรอ แค่ไล่ไปก็พอ”
“ไม่ได้ครับคุณย่า แมวพวกนี้ต้องฆ่าให้ตาย!” ภัทรดนัยเข่นเขี้ยวพูดประโยคนี้ออกมา
“โอ๊ย จะใจร้ายไปแล้ว รีบ ๆ กินเถอะเดี๋ยวเย็นจะไม่อร่อย ย่าให้ปั้นทำซุปไก่ให้ตาใหญ่ เล็กจะเอาด้วยไหม”
“ไม่ครับ ผมไม่ได้ใช้แรง!” คำพูดของภัทรดนัย ทำให้ปนันชิตานั่งไม่ติด ข้าวต้มในถ้วยฝืดคอจนกลืนไม่ลง เธอไม่ใช่เด็ก ที่จะฟังไม่ออกว่าภัทรดนัยหมายถึงอะไร
“ปั้นขอตัวนะคะ”
“อ้าว อิ่มแล้วเหรอ เพิ่งทานแค่นิดเดียวเอง”
“อิ่มแล้วค่ะ” พูดจบก็ลุกจากเก้าอี้ แต่ภัทรดนัยเรียกเอาไว้
“วันนี้ปั้นมีธุระหรือเปล่า พอดีพี่หยุดว่าจะพาไปดูของเตรียมงาน” คำถามของเขาทำให้ปนันชิตากลืนน้ำลายลงคอ เธอนัดกับภาสันต์ไว้ที่เขต ได้เงินจากเขาแล้วจะนำไปให้พ่อที่บ้าน
“จะกลับบ้านไม่ใช่เหรอปั้น ให้ตาเล็กไปด้วยสิ จะได้ถือโอกาสบอกพ่อแม่ เรื่องงานแต่ง ตอนแรกย่าว่าจะไปบอกเอง ให้ตาเล็กไปก็ดีเหมือนกัน จะได้ปรึกษาเรื่องงานกันด้วย ถ้าเล็กใจร้อนอยากเลื่อนเข้ามา ย่าก็ไม่ติดนะ” กำจัดปนันชิตาออกไปให้พ้นทางเร็ว ๆ ก็ยิ่งดีกับตัวนางเอง
“ปั้นมีนัดกับยายอรค่ะคุณเล็ก”
“อ่า...งั้นก็ดีเลยครับ พี่กำลังอยากเจอคุณอรอุมาอยู่พอดี คุณอรเปิดบริษัทโฆษณาใช่ไหม พี่มีโปรเจ็คงานจะให้เธอช่วยดู ดีจังจะได้ถือโอกาสคุยเรื่องงานไปด้วยเลย” ภัทรดนัยพูดด้วยท่าทางกระตือรือร้น จนปนันชิตาหมดทางเลี่ยง อะไรจะพอดีขนาดนั้น ภัทรดนัยทำเหมือนกำลังสงสัยและจับผิดเธอ
“ค่ะ...” รับปากเพราะหมดทางแก้ตัว คงต้องโทรไปบอกภาสันต์ให้เลื่อนออกไปก่อน แล้วเงินที่ตกลงกันไว้จะทำยังไง พ่อเธอกำลังเดือดร้อน รอเงินที่เธออยู่
