บท
ตั้งค่า

ตอนที่8.ค่าเสียเวลา

ภัทรดนัยตามติดปนันชิตาเป็นเงา ไม่ว่าเธอจะไปไหนเขาก็อาสาพาไป เหมือนสวรรค์จะเข้าข้าง เมื่อมือถือของเขาดังขึ้น ภัทรดนัยขอตัวไปรับสาย คุยกับปลายสายประมาณห้านาที ก่อนจะเดินกลับมาแล้วบอกกับเธอว่างานมีปัญหา

“ปั้นนั่งแท็กซี่ไปเองได้ คุณเล็กกลับไปทำงานเถอะค่ะ” ปนันชิตาบอกกับเขา ภาวนาให้ภัทรดนัยทำตามข้อเสนอของเธอ ถ้าเขาไปส่งเธอที่บ้าน จะทำให้เธอมีเวลาน้อยลง เพราะต้องนั่งรถย้อนกลับไปหาภาสันต์ที่บริษัท

“จะดีเหรอ พี่เป็นห่วงปั้นนะ”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ ปั้นไปเองได้ คุณเล็กขับรถดี ๆ นะคะ” ไม่รอให้เสียเวลา ปนันชิตาหยิบกระเป๋าถือแล้วรีบเปิดประตูรถ แต่ภัทรดนัยดึงแขนเธอเอาไว้

“คะ?” หัวใจดวงน้อยกระตุก เมื่อสบกับตาคมเข้มของเขา ใจเธอเป็นของเขาอยู่แล้ว เข้าใกล้กันแบบนี้ยิ่งทำให้คิดไปไกล ภัทรดนัยมองคนตรงหน้า พยายามทำให้เธอรู้สึกว่าเขาเป็นห่วงเธอมาก แต่เพราะงานจึงต้องทิ้งเธอไว้กลางทาง

“ถึงบ้านแล้วโทรบอกพี่ด้วยนะ นี่ค่าแท็กซี่ครับ” ภัทรดนัยวางแบงค์สีเทาปึกใหญ่ลงบนมือของหญิงสาว ปนันชิตากลืนน้ำลายลงคอคำนวณคร่าว ๆ ได้จากความหนา แต่มันยังไม่พอกับจำนวนที่พ่อเธอขอไว้

“คุณเล็ก”

“เก็บไว้นะครับ อยากได้อะไรก็ซื้อ ต่อไปนี้พี่จะดูแลปั้นเอง พี่รักปั้นนะครับ” ภัทรดนัยโน้มหน้าลงมาหา ปนันชิตาเบี่ยงหลบ ปากและจมูกของเขาจึงสัมผัสลงมาบนแก้มเนียน แทนที่จะเป็นปากกระจับคู่งาม

“ปั้นขอตัวนะคะ” ยัดเงินใส่กระเป๋าแล้วเปิดประตูรถลงไป หัวใจเต้นคร่อมจังหวะ ดีใจและสับสนในเวลาเดียวกัน ภัทรดนัยจูบเธอ แต่ความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในใจ สั่งให้เธอถอยหนี

ปนันชิตาโบกรถแท็กซี่ แล้วเปิดประตูเข้าไปอย่างรีบร้อน บอกชื่อสถานที่แล้วหยิบมือถือมาต่อสาย พลิกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู บ่ายสามโมงที่ทำการเขตคงปิดแล้ว

“คุณใหญ่...” กรอกเสียงไปตามสายเมื่อปลายสายกดรับ

“ว่า” ภาสันต์ถามกลับมาตามสาย

“ตอนนี้ฉันว่างแล้ว ให้ฉันไปหาคุณที่บริษัทนะคะ”

“หึ หึ” ภาสันต์หัวเราะมาตามสาย ปนันชิตาหน้าชา เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของเขา หญิงสาวนับหนึ่งถึงสิบ เพื่อระงับความโกรธ นึกถึงเงินเอาไว้ เธอต้องทำเพื่อความอยู่รอดของพ่อ

“ตกลงให้ฉันไปหาไหมคะ!”

“อยากมาก็มา” พูดจบปลายสายก็กดวาง ปนันชิตากำหมัดจนข้อนิ้วซีด ถ้าไม่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง จ้างให้เธอก็ไม่ไปเหยียบที่นั่น

หญิงสาวยืนมองประตูบานใหญ่ ที่มีป้ายบอกชัดเจนว่าห้องนี้คือห้องของประธานบริษัท หลังจากแจ้งกับพนักงานต้อนรับด้านล่าง เธอก็ถูกพาขึ้นมาบนนี้ เลขาหน้าห้องมองเธอด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร ก่อนจะกดแป้นโทรศัพท์รายงานคนที่อยู่ในห้อง แล้วชี้ให้เธอมาตรงนี้

“หึง” คิดแล้วพูดออกมา อาการที่เธอคนนั้นแสดงออก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหึงหวงเธอกับภาสันต์ เคาะแล้วเปิดประตูเข้าไปด้านใน ไม่มีอะไรต้องคิดอีกแล้ว ชีวิตของพ่อสำคัญที่สุด ตอนนี้ก็ช้าไปมาก เธอจะเสียเวลาอีกไม่ได้

“ฉันมาเอาเงิน” ไม่มีคำทักทายใด ๆ ทันทีที่เจอหน้าเขา ปนันชิตาก็บอกจุดประสงค์การมาให้ครั้งนี้ให้เขาทราบ และดูเหมือนว่าเขาจะรับรู้แล้ว

“ไม่มีเรื่องอื่นคุยบ้างเหรอ เจอหน้าก็ขอเงิน” คิ้วเข้มยกขึ้นเป็นคำถาม เมื่อพูดประโยคนี้ออกมา

“คุณก็รู้ว่าฉันมาที่นี่เพราะอะไร ไหนคะเงินอยู่ไหน ฉันจะไปทำธุระต่อ” ระยะทางจากออฟฟิศเขาไปบ้านเธอไม่ใช่ใกล้ ๆ ถ้าขืนยังชักช้าเธอจะกลับไปเตรียมอาหารเย็นให้คุณน้อมจิตไม่ทัน

“แก้ผ้าสิ...”

“คุณใหญ่!” ปนันชิตาหน้าชาเมื่อได้ยินคำพูดนี้ของเขา ยิ่งได้เห็นสายตาที่ภาสันต์มองมา ก็ยิ่งโมโห เขาจะถ่วงเวลาเธอไปถึงไหน คนพูดยังทำท่าทางเรียบเฉย ขายาวภายใต้กางเกงผ้าราคาแพง ยกขึ้นพาดบนโต๊ะ แผ่นหลังกว้างพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์

“ชักช้าเอาเงินไปให้พ่อไม่ทัน ผมไม่รับผิดชอบนะ”

“เลวที่สุด!” คิดว่าเธอสนุกเหรอที่ต้องนั่งรถมาฟังเขาพูดแบบนี้

“เงินหลายแสน คิดว่าผมจะให้คุณฟรี ๆ เหรอปั้น มีอะไรดีก็แสดงออกมา ทำให้คุ้มค่ากับเงินที่ผมต้องจ่ายหน่อย”

“ฉันไม่คิดเลยนะ ว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้” เธอไม่เหลืออะไรแล้ว ศักดิ์ศรีของเธอหมดไปตั้งแต่เอ่ยปากขอเงินจากเขา

“ผมเป็นนักธุรกิจ ไม่ใช่นักบุญ อันไหนที่ถอนทุนได้ก็ต้อง ‘เอา’ ให้คุ้ม” เน้นย้ำคำว่าเอาให้เธอได้ยินชัด ๆ

มือบางปลดกระดุมชุดเดรสเข้ารูปออกทีละเม็ด พูดไปก็เสียเวลาเปล่า ทำให้มันจบ ๆ จะได้ไปจากที่นี่

กระโปรงตัวสวยร่วงลงไปกองที่พื้น เมื่อแกะเชือกที่ผูกไว้เป็นโบว์ตรงเอวออกจากกัน ทั้งตัวของหญิงสาวเหลือแค่ชุดชั้นในลูกไม้สีดำปิดบังเอาไว้ ภาสันต์มองภาพตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ โดยเฉพาะผ้าลูกไม้สีดำที่ห่อหุ้มอกอวบเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่ ผิวของเธอขาวจัดเมื่อตัดกับผ้าชิ้นน้อยสีดำสนิท ยิ่งทำให้เธอดูร้อนแรงและน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน

“มานี่” คนที่กำลังแกะตะขอเสื้อในออกจากกันช้อนตาขึ้นมองเขา เมื่อภาสันต์เรียกให้เข้าไปหา

“สองชิ้นนั้นผมจะถอดเอง” พูดจบก็ลุกขึ้น

จากเก้าอี้ แล้วอุ้มคนที่เดินเข้ามาหาไปวางบนโต๊ะทำงาน ร่างบางสะดุ้งเมื่อผิวเนื้อบริเวณแก้มก้น สัมผัสกับความเย็นของกระจกบานใส

“ยกขาแล้วถ่างออกให้กว้าง ๆ ผมอยากเห็นตรงนั้นของคุณ” ใบหน้าสวยเห่อร้อนเมื่อได้ยินคำสั่งของเขา

“ฉัน...” เธอไม่ใช่ผู้หญิงร่านสวาท ที่จะทำตามคำสั่งเขาอย่างง่ายดาย ถึงแม้จะมีชุดชั้นในปกปิดเอาไว้ แต่ก็ไม่ช่วยอะไร เพราะมันบางจนมองเห็นเนินเนื้อข้างใน

ร่างสูงขยับเข้าหา จัดแจงท่าทาง เมื่อปนันชิตายังไม่ทำตามคำสั่ง มือหนาบีบขยำอกอวบอย่างมันมือ มืออีกข้างเกี่ยวเป้าชั้นในออกไปไว้ด้านข้าง ถูไถปลายนิ้วกับร่องสวาทที่บวมช้ำ ขยี้แรง ๆ ตรงตุ่มไตที่ไวต่อความรู้สึก ปากร้อนครอบลงเต้าสวย ดูดยอดทับทิมสีหวาน แล้วสอดนิ้วเข้าไปในร่องรักของเธอ ปนันชิตาสะดุ้งเมื่อนิ้วแข็งแกร่งดันเข้าไปภายใน

“คุณใหญ่...”

“เสียวไหม...” กระซิบชิดอกอวบ แล้วสลับดูดเลียสองเต้าอย่างหิวกระหาย วันนี้ทั้งวันเขาเฝ้าแต่คิดถึงและอยากทำแบบนี้กับเธอ

“เจ็บค่ะ” ถึงแม้จะไม่มีอารมณ์ร่วม แต่เมื่อถูกปลุกเร้าร่างกายก็เอนเอียงไปกับสัมผัสของเขา

“น้ำออกแล้ว เดี๋ยวก็เสียว” แทบไม่เชื่อหูว่าคำพูดหยาบโลนพวกนี้ จะออกมาจากปากของภาสันต์ กับคนอื่นภาสันต์จะสุภาพ อบอุ่นและอ่อนโยน แต่กับเธอกลับตรงกันข้าม ภาสันต์คนนี้ดุดัน รุนแรง จนเธอต้านทานและรับเขาไม่ไหว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel