ตอนที่5.คุณน้อมจิต
ปลายเล็บแหลมคมเคลือบด้วยสีแดงสด กรีดไล้ลงบนชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาด ก่อนจะหยิบมาทาบตัวแล้วหมุนไปมา ตามทำนองของเพลงโปรด ที่เปิดขับกล่อมยามนิทรา ผู้หญิงทุกคนฝันถึงวันแต่งงานของตัวเอง กับผู้ชายที่ตัวเองรัก น้อมจิตก็เช่นกัน ชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาด ที่เธอกอดแล้วพาหมุนวนไปตามทำนองเพลงชุดนี้ เธอสั่งตัดตั้งแต่ตอนที่มีความรักครั้งแรก และวาดหวังเอาไว้ว่าเธอจะใส่มันเข้าพิธีแต่งงานกับเขา เมื่อคิดถึงคนที่เธอรัก เท้าที่ร่ายรำไปตามทำนองเพลงก็หยุดชะงัก กี่ปีแล้วที่เธอรอเขา รอว่าวันหนึ่งเขาจะรักเธอเหมือนอย่างที่เธอรักเขา วิวัฒนาการทางการแพทย์ช่วยทำให้เธอรักษาความสวยงามเอาไว้ได้ก็จริง แต่สภาพร่างกายต้องทรุดโทรมไปตามกาลเวลา
“พี่พร้อมว่าฉันยังใส่ชุดนี้ได้ไหม” ถามคนสนิทที่นั่งดูเธอร่ายรำไปตามทำนองเพลง
“คุณน้อมยังสาวและสวยเหมือนเดิมค่ะ”
“จริงหรือพี่ ฉันย่างเข้าห้าสิบแล้วนะ”
“คุณน้อมยังเด็กอยู่เลยค่ะ ดูไม่ออกเลยว่าอายุห้าสิบแล้ว” เพราะไม่อยากทำให้เจ้านายโกรธ ป้าพร้อมจึงพูดเพื่อเอาใจ
“พี่พร้อมก็พูดไปเรื่อย พี่ว่าตาใหญ่จะชอบชุดนี้หรือเปล่า” ใบหน้าที่ยิ้มอยู่แล้ว ยิ้มมากขึ้นไปอีกเมื่อเอ่ยถึงภาสันต์
“คุณน้อมสวยขนาดนี้ ถ้าคุณใหญ่เห็นเข้า ต้องรักต้องหลงคุณน้อมแน่นอนค่ะ”
“พี่พร้อมไม่ต้องพูดให้ฉันรู้สึกดีหรอก ฉันรู้ว่าตาใหญ่ไม่เคยรักฉัน”
“ที่เป็นแบบนั้นเพราะฐานะที่เป็นค่ะ คุณน้อมมีศักดิ์เป็นย่า คุณใหญ่คงไม่กล้าคิดเกินเลย”
“ทำเหมือนฉันไม่รู้ ตาใหญ่รักปนันชิตา”
“คุณปั้นกำลังจะแต่งงานกับคุณเล็ก คุณน้อมอย่ากังวลไปเลย นอนได้แล้วค่ะ นอนดึกเดี๋ยวไม่สวยนะคะ”
“จริงด้วย ตาใหญ่เข้านอนแล้วใช่ไหม”
“ค่ะ...คุณใหญ่เข้านอนตั้งแต่หัวค่ำแล้ว พักนี้งานเธอยุ่ง คงเพลียน่ะค่ะ” ป้าพร้อมพูดโกหกเพราะไม่อยากทำให้น้อมจิตไม่สบายใจ โรคที่น้อมจิตเป็นอยู่จะกำเริบถ้ามีคนขัดใจ
“พรุ่งนี้บอกให้ปั้นทำซุปไก่ให้ตาใหญ่ด้วยนะ น้อมเป็นห่วงตาใหญ่”
“ค่ะ พร้อมจะบอกให้นะคะ” พูดจบป้าพร้อมก็เดินมาหยิบชุดเจ้าสาวออกจากอ้อมแขนของน้อมจิต แล้วนำไปแขวนไว้ในตู้ตามเดิม โรคที่น้อมจิตเป็นอยู่ อาจจะน่ากลัว แต่สำหรับนางแล้วมีแต่ความสงสาร น้อมจิตเข้ามาอยู่กับคุณท่านตั้งแต่เด็ก มารู้จักกับคำว่ารักก็ตอนที่พบกับภาสันต์ ยิ่งภาสันต์โตขึ้นนางก็รักมากขึ้น
“น้อมอยากไปหาตาใหญ่”
“พรุ่งนี้นะคะ คุณใหญ่เข้านอนแล้วค่ะ” ป้าพร้อมบอกพร้อมกับประคองน้อมจิตขึ้นเตียงนอน ถ้าน้อมจิตรู้ว่าคนที่นางกำลังคิดถึง เดินลัดเลาะไปทางหลังบ้านแล้วหายเข้าไปในเรือนหลังเล็ก จนป่านนี้ยังไม่ออกมา น้อมจิตคงอาละวาดจนบ้านแตก
เรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านไม่เคยพ้นสายตาของนาง แต่จะพูดหรือไม่ก็แล้วแต่เหตุการณ์ น้อมจิตพยายามเข้าหาภาสันต์มาตั้งแต่เด็ก เป็นนางอีกเช่นกันที่ช่วยให้ภาสันต์รอดพ้น น้อมจิตมีปัญหาทางจิต นางไม่อยากให้ภาสันต์หรือใคร ๆ ต้องมีตราบาปติดตัว
“ฝันดีนะคะ”
“น้อมจะฝันถึงตาใหญ่” พูดจบน้อมจิตก็กอดผ้าห่มที่ป้าพร้อมห่มให้แนบกาย จินตนาการว่าผ้าผืนนี้ คือร่างกายของภาสันต์ ป้าพร้อมถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะเดินไปนอนที่โซฟาหน้าเตียงนอน คืนนี้คงต้องนอนที่นี่ เกิดน้อมจิตตื่นขึ้นมาแล้วอยากไปหาภาสันต์นางจะได้ห้ามทัน
ภาสันต์กอดคนในอ้อมแขน เมื่ออิ่มเอมกับบทรักที่เพิ่งจบลง ปนันชิตาหัวไวเรียนรู้ได้เร็ว เขาสอนแค่ไม่กี่ครั้งเธอก็ทำตามได้อย่างคล่องแคล่ว นึกแล้วก็ขำตั้งใจจะเป็นคนคุมเกมแท้ ๆ แต่พอมาเจอกับความสดใหม่ ก็แพ้อย่างไม่เป็นท่า พรุ่งนี้เขาจะพาเธอไปจดทะเบียนสมรส เงินที่เธอเรียกร้อง ไม่ได้มากเลยถ้าเทียบกับสิ่งที่เขาได้จากเธอ เอาตัวเธอมาเป็นของเขาก่อน หัวใจเอาไว้ทีหลัง เธอคงไม่เกลียดกันยันวันตาย
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
เสียงข้อความ ที่ดังมาจากมือถือบนหัวเตียง ทำให้ภาสันต์ย่นคิ้ว ใครส่งข้อความมาหาเธอเวลานี้ ไวเท่าความคิดมือหนากดเข้าไปอ่าน เพราะเธอไม่ได้ตั้งรหัสล็อกเครื่องเอาไว้
พ่อ : พรุ่งนี้เช้าโอนตังค์ให้พ่อด้วย พ่อต้องใช้ด่วน
“หึ...ไม่พ้นการพนัน” พูดกับตัวเอง เมื่อเลื่อนอ่านข้อความ ที่คุณอรุณส่งหาลูกสาว ทุกข้อความต้องมีคำว่าตังค์ปนอยู่ในนั้น เขาไม่เคยมีพ่อ เลยไม่รู้ว่าความรักของพ่อที่มีต่อลูกซาบซึ้งแค่ไหน ข้อความที่คุณอรุณส่งมา ก็ไม่ทำให้ซาบซึ้งเลยสักนิด เพราะทุกประโยคจะมีแต่คำว่าเดือดร้อน และจบที่การขอเงิน
“ขายลูกกิน!” คำรามในลำคอแล้ววางมือถือลงที่เดิม พ่อของเธอเป็นหนี้มากมายเพราะติดการพนัน ส่วนแม่ก็จมไม่ลง ที่ปนันชิตาเรียกร้องเงินจากเขา เพราะอยากทำให้คนพวกนั้นมีความสุข เห็นทีเขาต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ขืนปล่อยไว้อย่างนี้ เมียเขาคงไม่มีความสุข
