บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.3

ตอนแรกที่มองเห็นกำแพงสูงล้อมรอบ หญิงสาวยังมองไม่ออกถึงความใหญ่โตโอ่อ่าของตัวเคหาสน์ แต่ตอนนี้เห็นชัดว่าเธอประเมินที่นี่ต่ำไป

เฉลียงทางเดินทั้งสองฝั่งเป็นเรือนระเบียงที่ทำจากไม้แกะสลัก ทอดยาวซ้ายขวาไปสู่เรือนหลัก เรือนตะวันตก และเรือนตะวันออก ทางเดินตบแต่งด้วยราวไม้แกะสลักอันงดงามตามแบบโบราณ ให้ความรู้สึกถึงกลิ่นอายของความเก่าแก่ที่ดูมีมนต์ขลัง ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกเยือกเย็นและน่าเกรงขาม ตรงกลางมีสวนที่มีน้ำตกจำลองและต้นไม้ร่มรื่นทำให้ผู้ที่มองผ่านรู้สึกสงบใจ

“ที่นี่มีส่วนของที่พักสามเรือนครับ คุณท่านทั้งสองอยู่ที่เรือนหลักเสียเป็นส่วนใหญ่ เรือนตะวันออกเคยคิดจะยกให้คุณหนูเล็กแต่...”

ลุงหวังหยุดพูดเมื่อมองเห็นสีหน้าของลี่ฉิงซวง เธอเพียงยิ้มน้อยๆ ดวงตาแดงก่ำเช่นทุกครั้งที่คิดถึงความสูญเสีย ผู้อาวุโสกว่ากระแอมทีหนึ่งจากนั้นจึงพูดต่อ

“ไปที่เรือนหลักก่อนก็แล้วกันนะครับ ดูว่าขาดเหลืออะไรผมจะได้จัดหามาให้”

“ค่ะ” หญิงสาวส่งเสียงเห็นด้วย จากนั้นจึงเดินตามลุงหวังไปอย่างว่าง่าย ระหว่างเดินไปตามโค้งทางเดิน สายตาก็กวาดมองไปรอบๆ

บรรยากาศอันสงบเงียบทำให้หญิงสาวรู้สึกเยือกเย็นมากขึ้น เคหาสน์เฟิงเยี่ยนมีกลิ่นอายโบราณ ความเงียบจึงยิ่งส่งผลให้สถานที่แห่งนี้ดูวังเวง

ถึงอย่างนั้นลี่ฉิงซวงกลับไม่ได้รู้สึกรังเกียจ เธอกลับรู้สึกว่าทุกตารางนิ้วของที่นี่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด

‘ซวงซวง’

เสียงทุ้มเศร้าสร้อยดังขึ้นแผ่วเบา ลี่ฉิงซวงหันไปมองยังต้นเสียง ด้านหลังภูเขาจำลองริมกำแพงสูงข้างเรือนหลัก เงาร่างสูงของชายคนนึ่งยืนอยู่ เขาสวมชุดตัวยาวสีเขียวยืนหันหลังมายังจุดที่เธอยืนอยู่ เรือนผมยาวสยายคลุมลงมาเต็มแผ่นหลังผึ่งผาย

‘เจ้ากลับมาแล้วหรือ’

เสียงนั้นดังขึ้นราวกับเขายืนอยู่ไกลแสนไกล เสี้ยวหน้าด้านข้างค่อยๆ หันกลับมา

ลี่ฉิงซวงขมวดคิ้ว “นั่นใครหรือคะ”

ลุงหวังชะงัก “อะไรนะครับ”

เมื่อละสายตามามองลุงหวังเพียงครู่ ชายคนนั้นก็หายตัวไปแล้ว ลี่ฉิงซวงก้าวเดินไปตามเรือนระเบียง จากนั้นจึงเดินเร็วๆ ไปยังจุดที่ร่างสูงยืนอยู่ แต่เมื่อไปถึงรอบๆ กลับว่างเปล่า ชายคนนั้นหายไปแล้ว

สายตาล่อกแล่กของลุงหวังกวาดมองไปรอบๆ ในดวงตาฉายแววหวั่นหวาด แต่กลับพยายามซ่อนเอาไว้สุดความสามารถ เขาบังคับน้ำเสียงให้นิ่งที่สุด จากนั้นเพียงบอกว่าหญิงสาวคงจะตาฝาด เพราะภายใต้กำแพงสูงนี้ไม่มีคนอื่นนอกจากคนในเคหาสน์

“นั่นสินะ...” ชั่วพริบตาคนกลับหายวับไปทันที ที่โล่งๆ จะหายตัวไปอย่างรวดเร็วขนาดนี้เลยหรือ นอกเสียจากว่าเขาไม่ใช่คน...

ลี่ฉิงซวงส่ายหน้าหัวเราะให้กับความเหลวไหลของตัวเอง เธอไม่เคยเชื่อเรื่องผีวิญญาณ ตลอดมาก็เชื่อเฉพาะเรื่องที่พิสูจน์ได้เท่านั้น หญิงสาวเชื่อว่าคนตายจะน่ากลัวเท่าคนเป็นด้วยกันได้ยังไง...

เมื่อไปถึงเรือนหลักลี่ฉิงซวงให้ลุงหวังกลับไป จากนั้นหญิงสาวเพียงเดินดูรอบๆ ด้วยตัวเอง ลุงหวังรับปากว่าจะมาอีกตอนเช้า ทั้งนี้ก็เพื่อส่งมอบสมุดบัญชีและรายละเอียดค่าใช้

ทันทีที่ได้อยู่คนเดียวลี่ฉิงซวงก็นั่งลงกลางห้อง ทุกอย่างในห้องมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นของที่คงอยู่แต่เดิมในเคหาสน์ แม้สภาพเก่าแก่แต่เพราะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงสามารถคงสภาพเอาไว้ได้นานขนาดนี้

‘ซวงซวง’

“เสียงนี้อีกแล้ว” ลี่ฉิงซวงขมวดคิ้วเดินไปเปิดหน้าต่าง มองไปรอบๆ ที่นี่เงียบสงบมีเพียงเสียงนกและสรรพสัตว์ตัวน้อยๆ ที่ดังข้ามกำแพงมา นัยว่าด้านหลังคงจะเป็นเขาสูงลดหลั่นกันขึ้นไป เพราะเธอสามารถมองเห็นต้นไม้สูงใหญ่กับเนินเขาเล็กๆ

ด้านหลังเรือนหลักเป็นส่วนของโฮ้วจ้าวฝาง เพราะที่นี่เงียบมากดังนั้นจึงได้ยินเสียงพูดคุยของลุงหม่าและป้าหลิวแว่วมาเป็นระยะ

เสียงกวาดลานแกรกๆ ดับสลับกันไปมาจากลานด้านหน้า ลี่ฉิงซวงตัดสินใจเดินออกมาจากห้องนอน เดินตามทางเดินออกมาสู่ห้องโถงรับแขก

หมิ่นเอ๋อร์กำลังยกชาเข้ามาพอดี “คุณหนู”

ลี่ฉิงซวงยิ้ม “ยังดีที่ไม่ใช่ป้านชาแบบโบราณ ไม่อย่างนั้นฉันคงฝันร้ายแน่ๆ”

หมิ่นเอ๋อร์หัวเราะเบาๆ ก้มลงมองแก้วชาเซรามิคมีหูจับวาดลวดลายดอกวิสเทอเรียสีม่วง

ของใช้ประจำวันบางอย่างเพิ่งจะถูกนำเข้ามาเพิ่มเติม หลังจากที่เคหาสน์เฟิงเยี่ยนแห่งนี้เปลี่ยนเจ้าของ เพราะเห็นว่าข้าวของบางอย่างในนี้เป็นของหายากที่มีเพียงคนสมัยโบราณเท่านั้นที่ใช้

“นี่เป็นชาผลไม้ คุณหนูลองดื่มหน่อยนะคะ จริงสินี่ก็จะห้าโมงเย็นแล้วเดี๋ยวฟ้าก็มืด มื้อค่ำมีอะไรที่อยากกินเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ”

หญิงสาวส่ายหน้า “ทำอะไรง่ายๆ มาสักสองสามอย่างก็พอ อ้อจริงสิ” เธอเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ “ปกติกินอยู่กันยังไงเหรอคะ เราอยู่ที่นี่แค่เจ็ดคน กินข้าวพร้อมกันหรือเปล่า”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel