บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.2

ลุงหวังตอบด้วยด้วยรอยยิ้ม หากไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับทนายโจวเกี่ยวกับลุงหวังและภรรยาที่เป็นคนดูแลเคหาสน์ เธอคงคิดว่าตัวเองกำลังโดนหลอกเสียแล้ว

“ถึงแล้วครับเคหาสน์เฟิงเยี่ยน”

มองเห็นบ้านโบราณบนเนินเขาสูงขึ้นไปอีกเล็กน้อยลี่ฉิงซวงพยักหน้า ความคลางแคลงใจก่อนหน้านี้ลดทอนลงแต่ก็ยังไม่หมดไป

“ที่นี่มีคนงานอยู่หกคน คนทำความสะอาดสองคน คนสวนสองคน แล้วก็คนดูแลครัวสองคน”

“แล้วลุงละคะ”

“ลุงมีบ้านเช่าอยู่กับเมียกับลูกชายลูกสะใภ้ โน่นครับห่างออกไปสองถนน ลุงเป็นคนดูแลเรื่องทั่วไปของเคหาสน์ แต่จะนำข้าวของจำเป็นมาให้ทุกๆ เจ็ดวัน หรือหากคุณหนูอยากไปที่ไหน หรือว่าขาดเหลืออะไรก็โทรบอกตามเบอร์ที่เคยให้ไว้ได้เลยครับ”

ลุงหวังช่วยยกกระเป๋าเดินทางของหญิงสาวลงจากรถ ที่หน้าประตูใหญ่มีคนจำนวนหนึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว พวกเขาต่างก็ก้มหน้าก้มตาด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม แต่เห็นชัดว่าใบหน้านั้นเต็มไปด้วยการรอคอย

“นี่เป็นคนงานทั้งหมดของเคหาสน์เฟิ่งเยี่ยนครับ”

ลี่ฉิงซวงพบว่าคนทั้งหกพักอาศัยอยู่ในโฮ้วจ้าวฝาง[1]ของเคหาสน์เฟิงเยี่ยน ทั้งยังรับรู้จากลุงหวังว่าพวกเขาล้วนไร้ที่ไป ดังนั้นพี่ชายของเธอจึงรับเอาไว้ให้ทำงานที่เคหาสน์เฟิงเยี่ยน

“นี่คือซิ่งเอ๋อร์กับหมิ่นเอ๋อร์ ทั้งสองอายุไม่น่าจะห่างจากคุณหนูมาก ปกติจะมีหน้าที่ทำความสะอาดส่วนในของเคหาสน์ ส่วนนั่นป้าหลิวและลุงหม่า ทั้งสองคนดูแลในเรื่องของอาหารการกินของทุกคนในเคหาสน์เฟิงเยี่ยน ส่วนอีกสองคนมีหน้าที่ทำงานทั่วไปและดูแลสวน เสี่ยวถิงกับเสี่ยวซุ่นจื่อ”

สองคนแรกเป็นพี่น้องฝาแฝด อีกสี่คนสองคู่เป็นคู่สามีภรรยา พี่ชายของเธอนี่ช่างเลือกคนงานเสียจริง จะได้ไม่มีปัญหาคนนอกเข้าๆ ออกๆ ดีจริง!!!

“เข้าไปด้านในดีมั้ยคะคุณหนู”

กวาดสายตาดูการแต่งตัวของคนทั้งหก หญิงสาวไม่ได้สงสัยอะไรมากไปกว่านั้น เนื่องจากคนที่นี่หากไม่สวมกี่เพ้า ก็มักจะสวมชุดฉางซาน[2] ไม่ก็ชุดจงซัน[3]

ตอนมาถึงครั้งแรกก็นึกประหลาดใจอยู่เหมือนกัน เพราะสมัยนี้หายากนักที่ผู้คนจะยังยึดถือธรรมเนียมเก่าๆ ทั้งยังเลือกที่จะสวมชุดเหล่านี้ มากกว่าจะตามกระแสนิยมที่ได้รับมาจากตะวันตก

“เรียกฉันว่าฉิงซวงเถอะนะคะ ทั้งสองคงอายุมากกว่าฉัน ดังนั้นฉันจะเรียกพี่หมิ่นเอ๋อร์ พี่ซิ่งเอ๋อร์ก็แล้วกัน ตอนนี้ฉันอยากเดินดูข้างในให้ทั่ว...”

ก้าวผ่านประตูใหญ่เข้าไป ลี่ฉิงซวงตระหนักว่าเคหาสน์เฟิงเยี่ยนถูกปลูกสร้างตามแบบเรือนสี่ประสาน[4] ยึดหลักตามแบบโบราณอย่างเห็นได้ชัด นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้เจ้าของคนเดิมต้องตั้งข้อแม้ขึ้นเพื่อให้คงรูปแบบเดิมของเคหาสน์เอาไว้

ลุงหวังส่งเสียงอธิบายโครงสร้างของเคหาสน์เฟิ่งเยี่ยน หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความชื่นชม ถึงอย่างนั้นเมื่อก้าวไปข้างหน้าเกือบจะพ้นเข้าไปในประตูชั้นใน เห็นคนทั้งหมดเดินตามหลังมากันเป็นขบวน หญิงสาวก็ลอบถอนหายใจออกมาเสียงเบา

“ไม่ต้องตามมาทั้งหมดก็ได้ค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นให้หมิ่นเอ๋อร์กับซิ่งเอ๋อร์ไปกับเราก็แล้วกันนะครับ เพราะทั้งสองคนจะเป็นคนดูแลคุณหนูตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่” ลุงหวังเสนอ

“ก็ได้ค่ะ” ลี่ฉิงซวงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ลุงกับป้าแล้วก็พี่ทั้งสองคน” เธอหมายถึงเสี่ยวถิงกับเสี่ยวซุ่นจื่อ “กลับไปทำงานที่ค้างเอาไว้ได้เลยค่ะ ทุกคนทำตัวตามสบายนะคะ”

เดินผ่านประตูชั้นในมาจนกระทั่งถึงลานกลางบ้านซึ่งเป็นสวนหย่อมขนาดใหญ่ มีน้ำตกจำลองช่วยเสริมให้บรรยากาศดูร่มรื่นเย็นสบาย ลี่ฉิงซวงถึงกับต้องสูดปาก

[1] เรือนด้านหลังสุดแบ่งออกเป็นสองถึงสามส่วน แบ่งเป็นห้องครัว ห้องเก็บของ และห้องพักของคนรับใช้

[2] ฉางซาน 长衫 แปลว่าเสื้อคลุมยาว เป็นเสื้อคลุมยาวชิ้นเดียวจรดข้อเท้า ชาวแมนจูจะเป็นเสื้อคลุมแบบด้านขวาทับด้านซ้าย ส่วนจีนฮั่นจะเป็นด้านซ้ายทับด้านขวา

[3] ชุดจงซัน หรือ จงซันจวง (中山装) ออกแบบโดยรับอิทธิพลมาจากชุดของตะวันตก เสื้อเป็นเสื้อคอปกตั้ง กระดุมห้าถึงหกเม็ด มีกระเป๋าสี่ใบบนล่างซ้ายขวา กระเป๋าล่างขยายได้สามารถใส่หนังสือหรือสิ่งของได้ตามชอบใจ ส่วนกางเกงผ่าด้านหน้ามีกระดุมลับ ด้านข้างซ้ายขวามีกระเป๋าลับ และจับจีบที่เอว

[4] เรือนสี่ประสาน หรือ ซื่อเหอเยวี่ยน สร้างอยู่บนพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า รอบๆ บริเวณจะเป็นที่ตั้งเรือนพักอาศัย ล้อมรอบทิศทั้งสี่ของพื้นที่ เว้นพื้นที่ตรงกลางเป็นที่โล่ง เหมือนวงแหวนสี่เหลี่ยม โดยถือเอาที่โล่งว่างกลางบ้านเป็นศูนย์กลาง หน้าบ้านต้องเป็นด้านทิศใต้ อาคารเรือนหลักที่สำคัญที่สุดตั้งอยู่ด้านทิศเหนือโดยหน้าบ้านหันไปทางทิศใต้ ปลูกสร้างหลังใหญ่เป็นประธาน ส่วนด้านทิศตะวันออกจะอยู่ขวามือและทิศตะวันตกจะอยู่ด้านซ้ายมือ เป็นที่ตั้งเรือนพักอาศัยสำคัญรองลงมา
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel