ตอนที่ 2
นิตยาพาสองแม่ลูกเข้ามานั่งในห้องรับแขก รจิตมองห้องรับแขกที่แยกเป็นสัดส่วน ของประดับล้วนแล้วแต่หายาก แจกันคู่ใบใหญ่สูงถึงเอว มีหางนกยูงเสียบไว้หลายอัน และงาช้างคู่ใหญ่ยาวโง้งวางอยู่บนแท่น
"คุณจะขายแค่บ้าน หรือขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์ด้วยคะ"
"พร้อมเฟอร์นิเจอร์ค่ะ แต่อาจมีของบางชิ้นต้องขอไม่ขายรวมนะคะ"
"ฉันเข้าใจค่ะ ที่นี่มีกี่ห้องคะ"
"ที่นี่มี 3 ชั้น ชั้นบนมีชั้นละ 6 ห้อง รวมเป็น 18 ห้องค่ะ ทุกห้องมีตู้มีเตียงและโต๊ะเครื่องแป้ง มีบางส่วนชำรุดเสียหาย แต่ฉันก็หาของใหม่มาใส่ให้แล้ว ด้านหลังมีเรือนพักของคนรับใช้เก่า...ผุพังไปมาก แล้วก็มีศาลาเอาไว้ประกอบอาหารด้วยค่ะ"
รจิตพยักหน้ายิ้มพอใจ
"ทั้งหมดนี้จะขาย 80 ล้านใช่ไหมคะ ไม่ทราบว่า...ต่อรองได้ไหมคะ"
นิตยายิ้มส่ายหัวเล็ก ๆ
"อย่าต่อเลยค่ะ ราคานี้ไม่แพงเลย แค่ที่ดินก็ไม่ได้แล้วค่ะ"
รจิตพยักหน้า รัญชิดานั่งเฉย ๆ ก็นึกเบื่อ เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง คิดจะไปเดินสำรวจรอบ ๆ บ้าน
"คุณแม่ขา...แพร์ขอออกไปเดินดูรอบ ๆ บ้านได้ไหมคะ"
"เอาสิลูก...ถ่ายรูปมาให้แม่ดูด้วยนะจ๊ะ"
"ค่ะคุณแม่"
รัญชิดาส่งยิ้มให้นิตยา แล้วก้มตัวเดินผ่านออกไป
"ลูกสาวคุณสวยน่ารักมากค่ะ"
รจิตยิ้มรับคำชม ทั้งคู่นั่งพูดคุยกันถึงเรื่องของบ้านกันต่อ รจิตถามถึงที่มาที่ไปของบ้าน ก็ได้รู้แค่ว่า...ที่นี่เป็นบ้านของคหบดีชาวจีนที่เข้ามาค้าขายจนร่ำรวยในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้สืบทอดสู่ลูกหลานมาหลายรุ่น จนมาถึงรุ่นนี้ซึ่งเป็นรุ่นที่ 6 แล้ว
รัญชิดาเดินดูเดินถ่ายรูปไปทั่ว หญิงสาวเพลิดเพลินกับความแปลกใหม่ ข้าง ๆ บ้านปลูกดอกกุหลาบงามสีแดงสด...ที่กำลังบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่ว
"อุ๊ย...กุหลาบที่นี่สวยจังเลย"
หญิงสาวเดินมาดูดอกกุหลาบสีแดงสด เธอช้อนดอกเบา ๆ มาดมกลิ่น
"อืม...หอมชื่นใจจัง ปลูกกุหลาบยังไงนะ...ถึงได้สีแดงสวยขนาดนี้"
รัญชิดาเงยหน้ามองไปรอบ ๆ ก็เห็นเรือนไม้เก่าแก่อยู่เลยกอกุหลาบไปไม่ไกล หญิงสาวค่อย ๆ เดินไปดู จู่ ๆ ก็รู้สึกเย็นขึ้นมา บรรยากาศรอบข้างช่างวังเวงและเงียบเชียบ
หญิงสาวรู้สึกว่าตรงนี้เย็นเยือก ๆ ชอบกล เธอมองไปที่ศาลาซึ่งอยู่ห่างออกไปไกล
"ลมพัดจากแม่น้ำมาถึงตรงนี้เลยหรือ มิน่าล่ะ...ถึงรู้สึกเย็น ๆ"
รัญชิดาหนาวแขนจนขนลุก ต้องเอามือขึ้นมาลูบแขนตัวเอง เธอเดินมายืนมองเรือนไม้เก่าคร่ำคร่า มันโย้เย้จะพังมิพังแหล่ ดู ๆ แล้วไม่น่าจะขึ้นไปดูข้างบนได้ เธอเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ
"โห...เก่ามากเลยอ่ะ สงสัยสมัยก่อนคงมีคนรับใช้เยอะมากแน่ ๆ ถึงปลูกเรือนยาวขนาดนี้"
รัญชิดาเดินดูและถ่ายรูปเก็บไว้
"ถ้าทำดี ๆ เป็นที่พักพวกพนักงานเสิร์ฟได้สบาย ๆ เลยนะเนี่ย"
เธอมองเลยไปทางซ้ายมือของตัวเอง แล้วเดินไปดูทางนั้น มีศาลาไม้หลังใหญ่ที่ยังมีสภาพดีแม้จะเก่า เธอขึ้นบันได 3 ขั้นเตี้ย ๆ ไปดู ข้างในยังมีตู้กับข้าวเก่าที่พังแล้ว กับเครื่องครัวที่ดูแล้วไม่น่าจะใช้การได้อีก
"โรงครัวสินะ...ใหญ่ดีจัง"
รัญชิดาถ่ายบรรยากาศรอบ ๆ เป็นคลิปเอาไว้ดู เธอแพนมือถือถ่ายคลิปไปรอบ ๆ เพื่อเก็บรูปให้ได้มากที่สุด
แต่แล้วเธอก็สะดุ้งสุดตัว เมื่อแพนไปเจอชายหนุ่มหน้าหล่อเหลา เขามายืนมองเธอด้วยสีหน้าบึ้งตึงไม่พอใจ
"ว๊ายยยย..."
รัญชิดาร้องลั่นด้วยความตกใจ มือถือเกือบตกจากมือ ชายหนุ่มจ้องเธอหน้านิ่ง หญิงสาวกลัวจนสั่น แต่พยายามตั้งสติมองเขา
"คน...หรือผี"
เธอถามเสียงสั่น
"เหลวไหล...โลกนี้มีผีซะที่ไหนล่ะ คุณเป็นใคร...ทำไมมาเดินอยู่แถวนี้"
ชายหนุ่มถามเสียงห้วน หน้าตาไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย รัญชิดาถอนใจโล่งอกที่รู้แน่แล้วว่าเขาเป็นคน
"ฉัน...มาดูบ้านกับคุณแม่"
"อ้อ...พวกจะมาขอซื้อเคหาสน์เอื้อมดาวนี่เอง ออกไปเลยนะ...ผมไม่ขายให้ใครทั้งนั้น"
ชายหนุ่มตวาดเสียงดัง
"ไร้มารยาท คุณเป็นใคร...ถึงมีสิทธิ์มาบอกว่าจะขายหรือไม่ขาย"
รัญชิดาเสียงดังใส่บ้าง
"สิทธิ์ของความเป็นเจ้าของบ้านไงล่ะ ผมคือทายาทคนปัจจุบัน...ที่เป็นเจ้าของตัวจริงของเคหาสน์เอื้อมดาว"
"อะไรนะ...เจ้าของตัวจริงงั้นหรือ แล้วคุณนิตยาล่ะ"
"ท่านเป็นคุณแม่ของผม"
รัญชิดาพยักหน้าเข้าใจ
"งั้นคุณคงต้องไปคุยกับแม่คุณแล้วล่ะ เพราะเธอเป็นคนประกาศขายบ้านหลังนี้ คุณแม่ฉันสนใจเลยมาซื้อ"
"ก็บอกแล้วไงว่าไม่ขาย"
"ก็บอกแล้วไงว่าแม่คุณขาย ไปคุยกันเองสิ จะมาโกรธใส่คนซื้อได้ยังไง ไม่ใช่เรามาตื๊อขอซื้อเองสักหน่อย"
ชายหนุ่มขมวดคิ้วจ้องหญิงสาวหน้าหวานตรงหน้า ท่าทางเธอดูอ่อนหวานเรียบร้อย แต่ฝีปากจัดจ้านไม่เบา
"ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เมื่อคุณรู้แล้วว่าผมไม่ขาย...ก็กลับไปเสียสิ"
"เชอะ...ไม่หล่อแล้วยังพูดจาไม่ดีอีก ไม่ต้องมาไล่หรอก...ฉันกลับแน่"
รัญชิดาพูดใส่หน้าเขาแล้วสะบัดหน้าเดินลงจากศาลา เธอเดินตรงเข้าบ้านโดยไม่แวะดูอะไรอีก ชายหนุ่มขมวดคิ้วมองไม่พอใจ
"เชอะ!...มาว่าเราไม่หล่อได้ไง หล่อขนาดนี้ยังจะมาว่าไม่หล่ออีก ยายตาถั่วเอ๊ย...ตัวเองสวยตายล่ะ"
เขาฮึดฮัดโมโห แล้วเดินตามหลังรัญชิดาเข้าบ้านอีกคน
