บท
ตั้งค่า

บทที่ 3

เขานิ่งค้างไป ในเสี้ยววินาทีนั้น มีบางอย่างแวบผ่านในดวงตาของเขา—ความตกใจ ความรู้สึกผิด หรือบางทีอาจมีความหวาดกลัวปนอยู่ด้วย

จากนั้นณลินก็ขยับเข้าไปใกล้อีกนิด มือที่ตกแต่งเล็บอย่างประณีตข้างหนึ่งป้องอยู่ที่ท้องน้อย ก่อนจะก้มไปกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูเขา

กรามของธีภพเกร็งแน่น เขาหันมามองฉัน

“อารยา”เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คุณไม่จำเป็นต้องโกหกเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผมหรอก”

จากนั้น เขาเสริมต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดขาด ราวกับผ่าลมในโถงทางเดินออกเป็นสองส่วน

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมจะไม่ทิ้งณลิน”

แล้วพวกเขาก็เดินจากไปด้วยกัน ไม่หันกลับมามองแม้แต่ครั้งเดียว

ในวินาทีนั้นเอง หัวใจของฉันก็แตกสลายอย่างสิ้นเชิง—แตกอย่างสะอาด เงียบงัน และไม่เหลือที่ให้เยียวยาอีกต่อไป

เด็กคนหนึ่งที่ไม่เคยถูกคาดหวังตั้งแต่ต้น ไม่สมควรถูกพามาเกิดท่ามกลางความโกลาหลเช่นนี้

และการแต่งงานที่แตกร้าวจนเกินเยียวยา ก็ไม่คุ้มค่าให้ยื้อไว้เช่นกัน

ความทรงจำถัดมาที่ฉันมี มีเพียงแสงสีขาวเย็นเฉียบและจ้าเกินไปของเพดานโรงพยาบาล

จากนั้นคือความเจ็บปวด แล้วก็…ความว่างเปล่า

เมื่อทุกอย่างจบลง ฉันก็กลับบ้าน

บ้านเงียบสนิท—ความเงียบที่เหมือนมีเสียงหึ่งในตัวเอง หนักอึ้งและกลวงเปล่า

ธีภพไม่ได้กลับมาหลายวันแล้ว ฉันไม่โทรหา และก็ไม่ใส่ใจ

ตลอดสัปดาห์ถัดมา ฉันพักฟื้นร่างกายไปพร้อมกับคุยกับทนาย จัดการรายละเอียดของชีวิตที่ฉันไม่อยากมีอีกต่อไป

ม่านหน้าต่างถูกปิดไว้ตลอด โลกภายนอกยังคงหมุนไปตามปกติ ส่วนฉันนั่งนิ่งไม่ไหวติง ราวกับกำลังรอให้เสียงอึกทึกทั้งหมดค่อยๆ จางหาย

จนกระทั่งบ่ายวันหนึ่ง ณลินอัพเดทโพสต์ Instagram ล่าสุด

ธีภพผู้ซึ่งไม่เคยชอบกล้อง กลับสวมที่คาดผมการ์ตูนแสนตลก ยิ้มให้เธอ ขณะเป็นเพื่อนเธอไปถ่ายภาพคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์

มือของพวกเขาประกบกันเป็นรูปหัวใจอยู่หน้าท้องของเธอ

คำบรรยายเขียนว่า “ปาฏิหาริย์น้อยๆ ของเรา แข็งแรงขึ้นทุกวัน”

พวกเขาดูเปล่งประกาย—มีความสุข สดใส และจริงแท้

ฉันกดไอคอนรูปหัวใจใต้โพสต์นั้น

การกระทำเล็กน้อย แต่ตั้งใจ

ลายเซ็นแห่งการยอมแพ้ในรูปแบบดิจิทัล

สามวันต่อมา โทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้น

เป็นธีภพ

“คืนนี้มากินข้าวที่คฤหาสน์เจริญกิจนะ”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อ “แม่ผมอยากคุยกับคุณ”

แน่นอน เธออยากคุยอยู่แล้ว

ตอนนั้น กระเป๋าเดินทางของฉันเก็บไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว เอกสารหย่าก็เซ็นเรียบร้อย เหลือแค่ยื่น ฉันตัดสินใจไป—เพื่อปิดฉากทุกอย่างให้สิ้นสุด

เมื่อฉันไปถึง ที่นั่งประจำของฉันบนโต๊ะอาหาร มีคนนั่งอยู่แล้ว

เป็นณลิน

แม่ของธีภพ—มาลินีนั่งอยู่ข้างเธอ จับมือเธอไว้แน่น สีหน้าใกล้ชิดราวกับเป็นครอบครัวเดียวกัน—ซึ่งในตอนนี้ ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

ตลอดเจ็ดปี มาลินีไม่เคยยิ้มให้ฉันแม้แต่ครั้งเดียว แต่คืนนี้ เธอกลับยิ้มไม่หยุด

“อารยา”เธอเอ่ยขึ้น น้ำเสียงหวานเลี่ยนแต่คมกริบ “คุณกับธีภพแต่งงานกันมาห้าปีแล้ว แต่ยังไม่มีลูกเลย คุณรู้ไหมว่าฉันอยากมีหลานแค่ไหน”

นิ้วของเธอบีบมือณลินอย่างอ่อนโยน “ณลินผู้น่าสงสารยังสาวขนาดนี้ก็ต้องเสียชยพล ไป โชคดีที่ยังมีธีภพคอยช่วยเหลือเธอ”

ฉันไม่พูดอะไรเลย มาลินีเป็นแบบนี้เสมอ—เปลี่ยนความเมตตาให้กลายเป็นอาวุธ เปลี่ยนความสุภาพให้เป็นบททดสอบ

“ตอนนี้ ณลินกำลังอุ้มท้องลูกของตระกูลเจริญกิจ”เธอพูดต่อและจ้องฉันด้วยรอยยิ้มสงสารจอมปลอม “ฉันเลยให้เธอย้ายมาอยู่ที่นี่แล้ว ดีกับทุกฝ่าย คุณคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม?”

ทั้งห้องอาหารเงียบงัน ราวกับกำลังรอฟังคำตอบของฉัน

ครั้งหนึ่ง คำพูดของเธอเคยเผาฉันจนเจ็บปวด

ครั้งหนึ่ง ฉันคงรีบปกป้องตัวเอง—พยายามพิสูจน์ว่าฉันเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่

แต่ตอนนี้ ในใจฉันเหลือเพียงความว่างเปล่า

ฉันสบตาเธอ น้ำเสียงราบเรียบและชัดเจน ตอบเธอว่า“ฉันไม่มีข้อคัดค้าน”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel