บทที่ 2
เช้าวันถัดมา ฉันไปโรงพยาบาล
เพิ่งจ่ายเงินเสร็จก็นั่งลงในโถงรอได้ไม่นาน ฉันก็เห็นพวกเขา
ธีภพประคองแขนของณลินเดินออกมาจากห้องอัลตราซาวด์ ก้าวเดินช้าและระมัดระวัง—เหมือนคู่รักในโฆษณาความรักที่สมบูรณ์แบบ พวกเขานั่งเคียงกัน ยิ้มให้กับภาพอัลตราซาวด์ที่เป็นมันเงา
ณลินชี้ไปยังตำแหน่งหนึ่งบนกระดาษ หัวเราะเบาๆ ขณะที่ธีภพจดบันทึกอย่างตั้งใจในโทรศัพท์ ราวกับว่านี่คือโครงการศักดิ์สิทธิ์ที่ทั้งสองต้องดูแลร่วมกัน
มือของฉันยกขึ้นมาวางทับหน้าท้องของตัวเองโดยไม่รู้ตัว
ตรงนั้นมีอาการปวดหน่วงจางๆ—ไม่ใช่เพราะเด็ก แต่เพราะฉันเพิ่งตระหนักว่า แท้จริงแล้วฉันอยู่เพียงลำพัง
ฉันหันหลังคิดจะเดินจากไป อยากออกไปก่อนที่พวกเขาจะเห็นฉัน ก่อนที่ฉันจะพังทลายไปมากกว่านี้
แต่ธีภพเงยหน้าขึ้น“อารยา?”
เขาขมวดคิ้ว น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นระแวงทันที “คุณตามผมมาเหรอ?”
ฉันยังไม่ทันได้พูด ณลินก็ยกมือดึงแขนเสื้อเขาเบาๆ
“ธีภพ บางทีเธออาจเข้าใจผิดก็ได้” เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน สั่นเล็กน้อย “ให้ฉันไปอธิบายกับเธอเถอะ เราไม่ควรปล่อยให้เรื่องนี้ทำลายการแต่งงานของคุณ”
นั่นคือการแสดงที่สมบูรณ์แบบ
“อย่าขยับ” เขาพูดตัดบทด้วยน้ำเสียงเย็นชา พร้อมกดเธอกลับให้นั่งลงบนเก้าอี้
“คุณกำลังตั้งครรภ์อยู่” เขาพูดประโยคนั้นราวกับกำลังประกาศถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์ “ผมจะคุยกับเธอเอง”
ฉันไม่จำเป็นต้องฟังอะไรอีก ฉันหันหลังจะเดินจากไป แต่ธีภพคว้าข้อมือฉันไว้แล้วกระชากแรงจนฉันเซไปหนึ่งก้าว
“คุณคิดจะทำอะไร อารยา?”เสียงของเขาแหลมคมและบาดหู “เมื่อคืนเราไม่ได้คุยกันชัดเจนแล้วเหรอ?ตอนนี้คุณถึงขั้นตามสะกดรอยพวกเราแล้วงั้นเหรอ?”
ความเจ็บแล่นผ่านข้อมือ ฉันสะบัดมือออกอย่างแรง ทิ้งรอยแดงเด่นชัดไว้บนผิวหนัง
“ฉันไม่ได้มาที่นี่เพราะคุณ” ฉันพูดอย่างเย็นชา “คุณคิดมากไปเอง”
“งั้นคุณมาที่นี่ทำไม?”
ฉันหนีบใบเสร็จค่ารักษาขึ้นมาด้วยสองนิ้ว “มาหาหมอ”
เขาขมวดคิ้ว สีหน้าฉายแววสับสน “คุณไม่สบายเหรอ?ทำไมไม่บอกผม?”เขาพูดพลางเอื้อมมือจะหยิบกระดาษใบนั้น
ยังไม่ทันที่เขาจะได้แตะต้อง ณลินก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า—ดวงตาแดงก่ำ ร่างกายสั่นน้อยๆ ราวกับนกที่เปราะบาง
“อารยา”เธอสะอื้น คว้ามือฉันไว้ “ฉันไม่เคยคิดจะทำร้ายคุณเลย หลังจากชยพลเสียชีวิต ฉันก็แค่อยากได้…เหตุผลที่จะมีชีวิตต่อไป ฉันอ้อนวอนให้ธีภพช่วย ฉันสาบานว่าไม่เคยคิดจะทำลายการแต่งงานของพวกคุณ”
ถ้าเธอแค่อยากมีลูก เธอไปคลินิกก็ได้
เธอไม่จำเป็นต้องใช้ DNA ของสามีฉัน—ยิ่งไม่จำเป็นต้องได้ความใส่ใจจากเขา
และยิ่งไม่จำเป็นต้องเอาเรื่องทั้งหมดไปโพสต์บนอินเทอร์เน็ต
ฉันฝืนยิ้มอย่างสุภาพ ก่อนจะดึงมือกลับมาเบาๆ
ณลินสูดลมหายใจเข้าอย่างเกินจริงแล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าวเหมือนจะเสียหลัก
ธีภพพุ่งเข้าไปทันที โอบเธอไว้ในอ้อมแขน ราวกับพระเอกในละครน้ำเน่าราคาถูก
“ณลิน!คุณเป็นอะไรไหม?”เขาร้องถามอย่างร้อนรน
เธอโอบคอเขาไว้ น้ำตาไหลลงมาตามแก้มที่แต่งอย่างประณีต “ฉันไม่เป็นไร…แค่ไม่คิดว่าอารยาจะ…” เสียงของเธอสั่นแล้วแปรเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้นที่พอดีเกินไป
สีหน้าของธีภพบิดเบี้ยวกลายเป็นความโกรธในพริบตา
“อารยา!”เขาตะโกน “เธอกำลังตั้งครรภ์อยู่นะ!คุณรู้ไหมว่าคุณอาจทำให้เธอเป็นอันตราย!”
“ฉันไม่ได้แตะต้องเธอเลย” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ผมเห็นกับตา!”เสียงเขาดังขึ้นอีก “คุณผลักเธอ!ถ้าณลินหรือเด็กเป็นอะไรไป ผมจะไม่มีวันให้อภัยคุณ เดิมทีผมยังคิดจะพาคุณกลับบ้านหลังจากตรวจเสร็จ แต่ตอนนี้?
ลืมไปซะ คุณกลับเองเถอะ ผมจะไปส่งณลิน”
เขาโอบไหล่เธอไว้ แล้วหันหลังเดินจากไป
ฉันยืนอยู่ตรงนั้น มองแผ่นหลังของพวกเขา—ภาพแทนของความชอบธรรมและโศกนาฏกรรมที่สมบูรณ์แบบ—และมีบางอย่างในใจฉันแตกสลายลงอย่างสิ้นเชิง
“ธีภพ”ฉันเรียกเขา
เขาหันกลับมา
น้ำเสียงของฉันสงบมาก สงบจนน่ากลัว “ถ้าฉันบอกคุณว่า ฉันก็กำลังตั้งครรภ์ และวันนี้ที่ฉันมาที่นี่ เป็นเพราะฉันจะมาทำแท้ง…คุณจะอยู่ต่อไหม?”
