บท
ตั้งค่า

9 เด็กเส้น

ณ บริษัท ไร่ชาธาราภัค เบฟเวอเรจ จำกัด อาคารสำนักงานโอ่อ่าที่ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น วายุสาวเท้าเดินดุ่ม ๆ เข้าไปในห้องทำงานของบิดาด้วยใบหน้าบึ้งตึง ไฟโทสะยังคงสุมอยู่ในอกเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ ที่คนของบิดาบุกรุกถึงเตียงนอนเมื่อเช้า

“คุณพ่อจะทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ! นั่นมันพื้นที่ส่วนตัวของผม พ่อให้เลขาฯ บุกเข้าไปถึงในห้องนอนผมได้ยังไง!” ชายหนุ่มระเบิดอารมณ์ใส่บิดาทันทีที่ประตูปิดลง วาทิตซึ่งกำลังตรวจเอกสารอยู่ เงยหน้าขึ้นมองลูกชายด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้แววรู้สึกผิด

“ฉันไม่มีเวลามาต่อล้อต่อเถียงเรื่องไร้สาระกับแกหรอกนะวายุ”

“ก็ถ้าแกไม่มาทำงานสาย จนเกือบทำเรื่องสำคัญพัง ฉันจะส่งหนูอัปสรไปตามแกถึงที่ทำไม หรือแกอยากให้ฉันเปลี่ยนจากส่งคนไปตาม เป็นสั่งตัดเงินเดือนแกแทนดีล่ะ?” คุณวาทิตเลิกคิ้วขู่ด้วยน้ำเสียงทรงพลัง ทำให้วายุชะงักไปครู่หนึ่ง

“โถ่ววว... คุณพ่อ แค่โทรตามผมก็มาแล้ว” วายุบ่นอุบอิบ แม้ในใจจะค้านว่าที่เขาช้านั้นเพราะกิจกรรมร้อนแรงเมื่อคืนต่างหาก

“โทรตามแกน่ะเหรอ? กว่าแกจะตื่น กว่าแกจะรับสาย แขกเขากลับญี่ปุ่นไปก่อนพอดี” วาทิตลุกขึ้นยืนพลางจัดสูทให้เข้าที่

“วันนี้ฉันมีแขกสำคัญ แกน่าจะรู้นะว่าฉันรอไม่ได้”

“ผมแค่ช้าไปนิดเดียวเองนะครับ”

“นิดเดียวของแก คือความเสียหายหลายร้อยล้าน!” วาทิตเลิกคิ้วขู่ด้วยน้ำเสียงทรงพลังจนวายุชะงัก

“ถ้าวันนี้แกเบี้ยวประชุม แล้วคุณทาเคชิถอนตัว แกเตรียมตัวโดนสั่งตัดเงินเดือนและระงับบัตรเครดิตทุกใบได้เลย เลือกเอา... จะรักษาพื้นที่ส่วนตัว หรือจะรักษากระเป๋าสตางค์!”

“แต่ก็ไม่น่าต้องให้ยายเพิ้งนั่นไปทำลายบรรยากาศผมเลย” วายุบ่นอุบอิบในลำคอ พลางนึกถึงความเร่าร้อนของพิมพ์วดีที่ถูกขัดจังหวะด้วยใบหน้าจืดชืดของเลขาฯ

“วันนี้แขกจากญี่ปุ่นเขาบินมาเพื่อดูความพร้อมของเรา ถ้าเขาเห็นรองประธานยังนอนกินบ้านกินเมือง แผนขยายตลาดชาไทยไปญี่ปุ่นคงจบตั้งแต่ยังไม่เริ่ม” วาทิตลุกขึ้นยืนพลางจัดสาบสูทให้เนี๊ยบกริบ สายตาจริงจังจ้องมองลูกชาย

“ฟังนะวายุ... คุณทาเคชิคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ชาไทยของเรากลายเป็นสินค้าพรีเมี่ยมในญี่ปุ่น ถ้าเราดีลครั้งนี้สำเร็จ โรงงานผลิตชาของเราจะยกระดับขึ้นสู่มาตรฐานโลกทันที”

“ทราบแล้วครับพ่อ...”

“ทราบก็ไปได้ล่ะ! ไปช่วยหนูอัปสรเค้าเตรียมแผนนำเสนอโรงงานผลิตชาของเรา ทำให้คุณทาเคชิเชื่อให้ได้ว่าไม่มีโรงงานไหนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะผลิตชาออร์แกนิกได้ดีเท่าไร่ชาธาราภัคของเราอีกแล้ว!”

“ยืนงงอะไรอีก ไปสิ”

“ครับๆ”

ภายในห้องประชุมที่ตกแต่งอย่างหรูหรา บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดัน คุณทาเคชิ ยามาดะ นักลงทุนชาวญี่ปุ่นนั่งหน้านิ่งมองดูเอกสาร ตรีอัปสรยืนอยู่หน้าจอโปรเจกเตอร์ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเริ่มขยับปากพูด

“ที่นี่เรามีโรงงานผลิตชาคุณภาพสูงค่ะ โรงงานของเราเน้นกรรมวิธีแบบออร์แกนิก 100% เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสรสชาติชาไทยระดับพรีเมี่ยม...”

ถ้อยคำฉะฉานที่หลุดออกมาเป็น ภาษาญี่ปุ่นสำเนียงเป๊ะกริบ ทำเอาวายุถึงกับหูผึ่ง เขาจ้องมองเลขาฯ สาวด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ตรีอัปสรในยามนี้ดูมีความมั่นใจและสง่างาม แม้จะอยู่ภายใต้กรอบแว่นหนาเตอะก็ตาม

“ในส่วนของไร่ชา เราควบคุมดูแลตั้งแต่กระบวนการปลูกโดยปราศจากสารเคมีทุกชนิด เพื่อสุขภาพที่ดีที่สุดของผู้บริโภค...” เธออธิบายต่ออย่างคล่องแคล่ว แววตาภายใต้เลนส์แว่นเป็นประกายมุ่งมั่น

เมื่อสิ้นสุดการนำเสนอ เสียงปรบมือก็ดังขึ้นทั่วห้องประชุม คุณทาเคชิยิ้มกว้างอย่างพอใจและกล่าวชมเป็นภาษาญี่ปุ่นไม่ขาดปาก แผนการร่วมทุนส่งออกชาไทยไปญี่ปุ่นดูเหมือนจะสดใสกว่าที่คิด วาทิตยิ้มหน้าบานด้วยความภูมิใจ เขาคิดไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกตรีอัปสรมาเป็นร่วมงานในครั้งนี้

“คุณอัปสร... เข้ามาพบผมที่ห้องด้วย” เสียงห้าวลึกของรองประธานหนุ่มเอ่ยเรียกเลขาฯ สาวหลังจากแขกบ้านแขกเมืองกลับไปแล้ว ตรีอัปสรพยักหน้ารับคำอย่างสงบและเดินตามเขาเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว

วายุนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ จ้องมองหญิงสาวที่ยืนประสานมืออยู่ตรงหน้า แม้เขาจะทึ่งในความสามารถระดับเกียรตินิยมวิศวกรรมศาสตร์ของเธอ แต่ความอคติที่ว่าเธอคือเด็กเส้นของบิดาก็ยังไม่จางหายไป

เขากับเธอเห็นกันมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ช่วงเวลาที่ต่างคนต่างไปเรียนต่อเมืองนอกทำให้ความสนิทสนมเจือจางลง จนเหลือเพียงภาพจำของเด็กหญิงตัวน้อยที่บิดาเขาพยายามจะจับคู่ให้มาโดยตลอด วาทิตมองการณ์ไกลว่าหากวายุแต่งงานกับตรีอัปสร ธุรกิจไร่ชาและโรงงานผลิตชาจะถูกผนึกเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องกลัวใครมาแทรกแซง

“เก่งนี่... พูดญี่ปุ่นปร๋อเชียว” วายุเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่เดาอารมณ์ไม่ถูก

“ขอบคุณค่ะท่านรอง”

“แต่อย่าคิดว่าแค่เรื่องงานวันนี้จะทำให้ฉันลืมเรื่องที่เธอบุกเข้าไปในห้องนอนฉันเมื่อเช้านะอัปสร...” เขาขยับกายเข้ามาใกล้ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาภายใต้กรอบแว่น

“คนอย่างฉัน... ไม่ชอบให้ใครมาล้ำเส้น!” ตรีอัปสรเม้มปากแน่น แม้จะภูมิใจกับงานที่เพิ่งจบไป แต่คำขู่และสายตาเหยียดหยามของชายตรงหน้าก็ทำให้เธอรู้ซึ้งว่า... การทำงานกับเจ้านายอย่างวายุนั้น ไม่ได้ง่ายเหมือนการท่องตำราเรียนญี่ปุ่นเลยสักนิด
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel