10 แผนซ้อนแผน
ภายในห้องทำงานที่เงียบสงบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงาน วายุนั่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ สายตาของเขาจดจ้องไปยังแผ่นหลังของเลขาฯ สาวที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดเอกสารอย่างตั้งใจ ท่าทางจืดชืดของเธอขัดกับบรรยากาศเร่าร้อนที่เขายังคงติดตาจากเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิง แต่มันกลับกระตุ้นสัญชาตญาณบางอย่างให้เขาอยากจะแกล้งเธอขึ้นมา
“อัปสร...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกทำลายความเงียบ
“คะ” ตรีอัปสรสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาขยับแว่นหนาให้เข้าที่
“ว่างหรือเปล่า” วายุถามพลางหมุนปากกาในมือเล่น สายตาคมกริบกวาดมองร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างจาบจ้วง ราวกับจะค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ยูนิฟอร์มแสนเชยนั้น
“ว่างค่ะ ท่านรองจะให้ฉันทำอะไรคะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงกังวลเล็กน้อย เมื่อเห็นสายตาที่ดูไม่น่าไว้วางใจของเจ้านายหนุ่ม
เขายื่นมือหนาออกมาคว้าขอบโต๊ะไว้ กักขังร่างบางไว้ในพันธนาการของวงแขนแกร่ง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกโด่งแทบจะชนกับพวงแก้มใสที่เริ่มซับสีระเรื่อ
“ต่อไปนี้ถ้าจะพูดจากับฉัน เธอต้องแทนตัวเองด้วยชื่อเล่น...เท่านั้น เข้าใจรึเปล่า!!” น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าดังกดชิดใบหู มันไม่ใช่แค่คำสั่ง แต่มันคือการแสดงความเป็นเจ้าของที่ทำให้คนฟังถึงกับใจสั่นระรัว
“ค่ะ... ท่านรองจะให้อัปสรทำอะไรเหรอคะ” เธอตอบรับเสียงแผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมานอกอกภายใต้ชุดทำงานที่ปิดมิดชิด การแทนชื่อตัวเองตามคำสั่งของเขาทำให้นิยามความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายและลูกน้องดูจะพร่าเลือนลงไปทุกที
วายุยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนละเอียดที่อยู่ห่างไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร เขาสังเกตเห็นริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันด้วยความประหม่า และกลิ่นหอมสะอาดสะอ้านที่ลอยออกมาจากผิวกายของเธอ กลิ่นที่ดูไร้เดียงสาแต่กลับปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายเขาได้อย่างประหลาด
เขาลากปลายนิ้วผ่านไรผมที่ปรกหน้าผากเธอเบาๆ สัมผัสที่ร้อนผ่าวราวกับจะเผาไหม้ผิวเนื้อนุ่ม ตรีอัปสรยืนนิ่งเป็นหิน ลมหายใจติดขัดเมื่อต้องรับมือกับเสน่ห์อันเหลือร้ายที่วายุจงใจสาดใส่เธออย่างไร้ความปรานี
“ไปจัดการเรื่องจองตั๋วเครื่องบินไปโตเกียวให้ฉันสองที่สิ” วายุเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยคำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธ เขาขยับกายโน้มมาข้างหน้าจนใบหน้าคมสันอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมบุรุษเพศที่ปนเปไปกับกลิ่นอายดิบเถื่อนโชยเข้ากระทบจมูกเลขาฯ สาวจนเธอต้องลอบกลืนน้ำลาย
“ไปโตเกียว... สองที่เหรอคะ?” ตรีอัปสรทวนคำ พลางรีบหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาบันทึกข้อมูล หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างประหลาดเมื่อต้องสบตากับดวงตาคู่ร้ายที่จ้องเขม็งมา
“ใช่... สองที่ และจำไว้ว่าต้องเป็นที่นั่งติดกัน” วายุกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาจินตนาการถึงแผนการชิ่งทริปนี้และปล่อยให้เธอไปกับพ่อของเขาตามลำพัง แต่ในวินาทีที่เขามองเห็นผิวเนื้ออ่อนละมุนที่โผล่พ้นปกเสื้อเชิ้ตของเธอ ความคิดฝ่ายต่ำก็แวบเข้ามาในหัว... ว่าถ้าหากเขาลองเปลี่ยนใจไปกำราบ เลขาฯ หน้าจืดคนนี้ที่ญี่ปุ่นด้วยตัวเองดูสักครั้ง มันก็น่าจะเร้าใจกว่าการอยู่ควงพริตตี้อยู่ที่นี่หรือไม่ คิดได้แค่นั้นเขาทำท่ายักไหล่เพราะคนควงใหม่ที่เร้าใจกว่าพิมพ์วดียังรอเข้าคิวอีกเพียบ
“รับทราบค่ะ เดี๋ยวอัปสรจะรีบไปจัดการให้เร็วที่สุดค่ะ” ตรีอัปสรรีบก้มหน้าหลบสายตาที่ร้อนแรงคู่นั้น เธอรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นผ่านผิวแก้ม
“ดีมากอัปสร... หัดว่าง่าย ๆ แบบนี้สิ แล้วชีวิตเลขาฯ ของเธอจะสบายขึ้นเยอะ”
“เอ่อ ท่านรองคะ แล้วท่านรองจะไปวันไหนเหรอคะ?” ตรีอัปสร เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบเป็นงานเป็นการ มือเรียวกระชับแท็บเล็ตเตรียมรับคำสั่งอีกครั้ง โดยไม่รู้เลยว่าภายใต้ใบหน้าหล่อเหลานั้นกำลังวางแผนการบางอย่างอยู่
“น่าจะเสาร์-อาทิตย์นี้” วายุตอบสั้นๆ มุมปากหยักลึกยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อนึกถึงแผนที่จะสะบัดตัวให้หลุดจากพันธนาการของบิดา
“ค่ะ... รับทราบค่ะ” หญิงสาวหมุนตัวเตรียมจะเดินออกจากห้อง ทว่าเสียงทุ้มทรงอำนาจกลับรั้งเธอไว้ด้วยประโยคที่ทำให้เธอต้องชะงักกึก
“เอ่อ... เดี๋ยว! งานนี้... ฉันจะให้เธอไปกับท่านประธานนะ แล้วก็อย่าเพิ่งไปบอกคุณพ่อฉันล่ะ” ตรีอัปสรขยับแว่นสายตาหนาเตอะพลางเลิกคิ้วมองเจ้านายหนุ่มด้วยความสงสัย
“ทำไมท่านรองไม่ไปกับท่านประธานเองล่ะคะ? ในเมื่อคุณลุงตั้งใจจะให้ท่านรองไปเรียนรู้งานด้วยตัวเอง”
“ฉันไม่อยากไป! และอีกอย่าง... ฉันก็ไม่ถนัดภาษาญี่ปุ่นด้วย” วายุแกล้งปั้นหน้านิ่งพลางโกหกคำโต ทั้งที่ความจริงเขาตั้งใจจะใช้มุก ป่วยกะทันหัน ในวันเดินทาง เพื่อปล่อยให้บิดาไปกับเลขาส่วนตัวแทน ส่วนเขาจะขอครองอาณาจักรที่นี่เพื่อควงสาวๆ ให้หนำใจต่างหาก
“แล้วท่านรองได้บอกท่านประธานหรือยังคะ เรื่องที่จะไม่ไป?”
“พอถึงเวลา ฉันก็แกล้งป่วยกะทันหันไงล่ะ แค่นี้คุณพ่อก็ต้องไปเองอยู่แล้ว” เขาบอกความจริงพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาภายใต้เลนส์แว่นหนาประหนึ่งจะข่มขวัญ
“ส่วนเธอเองก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเอาไว้นะ” วายุมองตามแผ่นหลังที่ดูจืดชืดของเลขาฯ สาวด้วยความลำพองใจ เขาจินตนาการถึงอิสระที่กำลังจะได้รับ โดยไม่เฉลียวใจเลยว่าภายใต้ท่าทางสงบเสงี่ยมเมื่อสักครู่นั้น ตรีอัปสรกำลังบันทึกทุกคำพูดและท่าทางของเขาเอาไว้ในใจ เพื่อเตรียมนำไปบอกกับผู้เป็นบิดาของเขา