บท
ตั้งค่า

18 เกือบไปสวรรค์

บรรยากาศภายในรถยุโรปคันหรูเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานอย่างนุ่มนวล ทว่าหัวใจของคนขับกลับเต้นรัวไม่เป็นจังหวะตรีอัปสร ลอบถอนหายใจยาวขณะบังคับพวงมาลัยเข้าสู่ที่จอดรถของคอนโดมิเนียมหรูระดับไฮเอนด์ เธอหันไปมองคนข้างกายที่ดูเหมือนจะหมดสติเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่รอยหยักที่มุมปากเขากลับฟ้องว่าเขากำลังสนุกที่ได้แกล้งเธอ

“ถึงคอนโดแล้วค่ะ พี่วายุ” เธอเอ่ยพลางเอื้อมมือไปเขย่าแขนแกร่งเบาๆ

“ขึ้นไปส่งพี่ก่อนสิ...” วายุลืมตาขึ้นทันควัน แววตาคมกริบที่จ้องมองมานั้นพราวระยับด้วยเล่ห์กล ผสมกับรังสีคุกคามอันตรายที่ทำให้อุณหภูมิในรถร้อนฉ่าขึ้นมาทันที ตรีอัปสรพยายามรวบรวมสติ นึกถึงคำเตือนของมารดาที่ว่าอย่าใจง่าย แต่ท่าทางซวนเซที่ดูเหมือนจงใจของเขาก็ทำให้เธอลืมคำเตือนนั้นไปเสียสนิท

“พี่เดินไม่ไหวเหรอคะ? งั้นเดี๋ยวอัปสรจะไปตาม รปภ. ให้”

“ไม่ต้องหรอก อัปสรขึ้นไปส่งพี่หน่อยได้มั้ย” เขาต้อนเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ แฝงอำนาจที่ทำให้คนฟังใจสั่นระรัว จนสุดท้ายเธอก็ต้องยอมประคองร่างหนาขึ้นไปยังห้องพักส่วนตัว ทันทีที่เสียงสแกนคีย์การ์ดดังขึ้นและประตูปิดสนิทลงกลอน ความเงียบสงัดภายในห้องกลับถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม วายุหมุนร่างบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว บังคับให้แผ่นหลังเนียนแนบชิดกับบานประตูเย็นเฉียบ

“พี่วายุ!!!” เธออุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อมือหนาลูบไล้จากต้นแขนขึ้นมายังลาดไหล่มน สัมผัสร้อนผ่าวจากฝ่ามือเขาทำเอาเธอขนลุกซู่ เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกคลอเคลียอยู่ที่พวงแก้มใส

“มาให้พี่ชื่นใจหน่อยสิ อัปสรจ๋า...”

“ปล่อยค่ะ! ถึงห้องแล้วอัปสรจะกลับ!”

เสียงหวานแหวขึ้นพร้อมความพยายามที่จะเบี่ยงตัวหนี ทว่ายิ่งเธอขยับ ทรวงอกอวบอัดที่โผล่พ้นขอบชุดราตรีสีชมพูหวานก็ยิ่งบดเบียดกับแผงอกแกร่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า สัมผัสนุ่มหยุ่นที่เสียดสีผ่านเนื้อผ้าบางเบาทำเอาคนตัวโตถึงกับหายใจติดขัด ความหึงหวงที่สะสมมาตลอดทั้งงานระเบิดออกมาผ่านดวงตาคมวาวโรจน์

“ไปเต้นรำกับมัน เธออยากนอนกับมันหรือไง...หึ!!! สนิทกันถึงขั้นไหนแล้วถึงได้ยอมให้มันกอดไดง่ายๆ หรือว่า... เธอเลยเถิดกับมันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว!”

เพียะ!

ใบหน้าหล่อเหลาสะบัดไปตามแรงเหวี่ยง ตรีอัปสรตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธที่ถูกดูหมิ่นศักดิ์ศรี

“หยุดพูดจาสกปรกนะ! พี่นิคเขาเป็นสุภาพบุรุษ ไม่เคยทำตัวป่าเถื่อนเหมือนที่พี่ทำอยู่ตอนนี้!”

“ปากดีนัก!” วายุกัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสัน แววตาที่เคยนิ่งขรึมบัดนี้เต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งโทสะ เขาจัดความเจ็บแสบที่แก้มทิ้งไปด้วยการรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเดียว แรงบีบที่ข้อมือทำให้อัปสรหนีไปไหนไม่ได้ ก่อนจะถูกลากเข้าไปในห้องนอนที่สลัวรางด้วยแสงไฟเพียงน้อยนิด

กลิ่นน้ำหอมบุรุษเพศผสมกลิ่นวิสกี้จางๆ จากกายเขา ยิ่งเพิ่มความรัญจวนใจอย่างประหลาดในยามที่ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้ม วายุเหวี่ยงร่างระหงลงบนโซฟาหนังนุ่มตัวยาว ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งและกระชากร่างเล็กขึ้นมานั่งเกยบนตักกว้างในท่าล่อแหลม

“อื้อ! พี่วายุ... อย่าค่ะ!!...” เสียงประท้วงถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหนาฉกวูบลงมาปิดปากอิ่มอย่างดุดัน จูบนั้นไม่ได้อ่อนหวาน แต่มันเต็มไปด้วยรสชาติของความต้องการและเพลิงริษยา ลิ้นร้อนจวบจ้วงสำรวจความหวานในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ ปลุกเร้าอารมณ์ที่ซ่อนเร้นจนคนตัวเล็กเริ่มอ่อนระทวยและเผลอครางเครือในลำคอ

วายุช้อนอุ้มร่างที่กึ่งไร้สติไปที่เตียงกว้าง รวบข้อมือบางขึ้นเหนือศีรษะทับไว้กับที่นอนหนานุ่ม ร่างหนาทาบทับลงมาจนสัมผัสได้ถึงสัดส่วนที่บดเบียดกันอย่างลึกซึ้ง ทุกส่วนโค้งเว้าของเธอถูกความแกร่งกร้าวของเขาครอบงำจนแทบรวมเป็นเนื้อเดียว

“ปล่อยอัปสรนะคะ พี่เมามากแล้ว” ตรีอัปสรพยายามประคองสติที่เริ่มกระเจิดกระเจิงจากการรุกรานที่แสนเร่าร้อน

“ถ้าพี่จะเมา...แต่พี่ก็ทำให้เธอครางได้นะอัปสร” วายุไม่ได้พูดเพียงเปล่า แต่กลับซุกไซ้ซอกคอขาวหอมกรุ่น สูดดมความสาวอย่างโหยหาประดุจสัตว์ป่าที่ขาดน้ำมาแสนนาน ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่เป่ารดผิวเนียนทำให้อัปสรรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะละลายกลายเป็นน้ำ

“ถ้าพี่วายุฉวยโอกาสกับอัปสร อัปสรจะฟ้องคุณลุง!” เธอขู่เสียงสั่น ทว่าแววตาปรือปรอยนั้นกลับไม่ได้ดูน่ากลัวเลยสักนิด

“เชิญ!!!.. ยังไงพ่อก็อยากให้เธอเป็นเมียพี่อยู่แล้วอัปสร?” เขาเย้าเสียงต่ำพร่าพร่ามัวพลางจ้องหน้าสวยที่แดงระเรื่อ แววตาคมกริบบัดนี้เปลี่ยนเป็นอ่อนแสงลงอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็น

“พี่จะเอาอัปสรไปเป็นเมียทำไมในเมื่อพี่เกลียดอัปสร” คำถามนั้นทำให้บรรยากาศที่เคยร้อนแรงเงียบสงัดลงชั่วอึดใจ ทว่า...ความเงียบกลับยิ่งทำให้เสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งคู่ดังชัดเจนขึ้น

“พี่ไม่ได้เกลียดอัปสรสักหน่อย... พี่แค่ไม่ชอบวิธีที่พ่อบังคับ พ่ออยากได้ไร่ชาของน้าวรรณ จนถึงขั้นต้องใช้เรื่องงานแต่งมาผูกมัดเราสองคนเอาไว้” สิ้นเสียงเขาโน้มตัวลงบดเบียดริมฝีปากกับกลีบปากอิ่มอีกครั้ง คราวนี้มันนุ่มนวลและเว้าวอนจนอัปสรไม่อาจขัดขืน มือหนาเริ่มซนลูบไล้ผ่านเดรสสีชมพูขึ้นมาถึงต้นขาอ่อน ปลุกเร้าอารมณ์ดิบให้พุ่งพล่านจนเธอเผลอแอ่นกายเข้าหาเขาอย่างลืมตัว

“พี่วายุ... อื้อ!!!... ขอร้องเถอะ อัปสรยังไม่พร้อม” เสียงประท้วงนั้นแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปในลำคอ เมื่อฝ่ามือร้อนจัดของชายหนุ่มเริ่มซุกซนลูบไล้ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งที่สะท้านเยือกทุกครั้งที่ปลายนิ้วหยาบกร้านสัมผัสผิวเนื้อเนียนละเอียดใต้ร่มผ้าเดรสสีหวานที่บัดนี้รั้งขึ้นมาจนกองอยู่ที่เอวคอด

“เป็นของพี่นะอัปสร...” วายุพึมพำชิดริมฝีปากอิ่ม น้ำเสียงเขาทั้งแหบพร่าและเต็มไปด้วยคำอ้อนวอนที่แฝงอำนาจควบคุม เขาไม่ได้เพียงแค่ต้องการครอบครองร่างกาย แต่เขาอยากจะหลอมละลายความพยศของเธอให้ราบคาบภายใต้ร่างของเขา

บรรยากาศในห้องนอนที่สลัวรางด้วยโคมไฟหัวเตียงเริ่มอบอวลไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ข้นคลัก วายุขยับกายเข้าหาจนความแข็งแกร่งรุ่มร้อนบดเบียดเข้ากับความนุ่มนวลอย่างจงใจ มือหนาข้างหนึ่งรวบข้อมือเล็กไว้เหนือศีรษะ ส่วนอีกข้างเริ่มทำหน้าที่ปลดเปลื้องพันธนาการที่ขวางกั้นอย่างช่ำชอง หวังจะควบรวมร่างบางให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้ผ้าห่มผืนหนาที่บัดนี้กลายเป็นดั่งสมรภูมิรัก

ทว่า... ในจังหวะที่ความต้องการพุ่งขึ้นถึงขีดสุด จนอัปสรเกือบจะหลับตาพริ้มยอมรับสัมผัสจากเขา

Grrrrrrrrr!!! Grrrrrrrrr!!!

เสียงของโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายของตรีอัปสรก็ดังแหวกความเร่าร้อนขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แสงสว่างจากหน้าจอวาบขึ้นท่ามกลางความมืด สาดส่องให้เห็นใบหน้าสวยของอัปสรที่บัดนี้เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและอารมณ์ที่ค้างคา

สติของหญิงสาวดีดกลับคืนมาทันทีที่เห็นชื่อของผู้เป็นมารดากะพริบหราอยู่บนจอ เธอยันแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของวายุออกสุดแรงในจังหวะที่เขาเผลอ

“คุณแม่! คุณแม่โทรมาค่ะพี่วายุ!”

อัปสรหอบหายใจรัวเร็ว มือรีบคว้าชายกระโปรงลงมาปกปิดความขาวโพลนของเรียวขาด้วยท่าทางลนลาน ความเขินอายที่ถูกความใคร่บดบังเมื่อครู่กลับมาทำหน้าหน้าที่ของมันจนหน้าสวยแดงก่ำไปถึงใบหู

ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนหงาย พ่นลมหายใจยาวด้วยความหงุดหงิดที่อารมณ์รักถูกขัดจังหวะด้วยสายเรียกเข้าที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ มองร่างระหงที่รีบกระโดดลงจากเตียงแล้ววิ่งไปกดรับสายที่ระเบียงห้อง

“พี่วายุ... อัปสรต้องกลับก่อนนะคะ แม่โทรตามแล้วค่ะ” เธอเอ่ยเสียงสั่นพร่า พยายามหลบสายตาเร่าร้อนที่ทำเอาเธอแทบจะละลายกลายเป็นหยดน้ำ

“อืม...” วายุครางรับในลำคอเบาๆ เขาจำใจยอมปล่อยร่างนุ่มนิ่มที่เขากำลังจะกลืนกินก่อนหน้าให้เป็นอิสระ มือหนายกขึ้นลูบไล้ริมฝีปากตัวเองที่ยังคงกรุ่นกลิ่นอายความหวานจากเลขาฯ สาวไม่จางหาย

ร่างสูงใหญ่ก้าวตามไปส่งเธอที่ประตูห้อง แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ยังไม่ได้รับการเติมเต็ม เขาโน้มตัวลงไปกระซิบชิดใบหูขาวสะอาดด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำทว่าหนักแน่นจนคนฟังขนลุกซู่

“สรุปพี่ไปญี่ปุ่นกับอัปสรนะครับ!” คำพูดทิ้งท้ายที่แฝงไปด้วยนัยแห่งความรัญจวนทำเอาตรีอัปสรหัวใจเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก เธอไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองเจ้าของเสียงห้าวเสน่ห์นั้น ได้แต่รีบก้าวเท้าเดินออกจากคอนโดหรูไปพร้อมกับความรู้สึกวาบหวามที่ตีรวนอยู่ในท้องน้อย ขณะที่วายุยืนพิงขอบประตู มองตามหลังร่างระหงที่หายลับไปในลิฟต์ รอยยิ้มร้ายกาจผุดพรายขึ้นที่มุมปากอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel