บท
ตั้งค่า

19 รักเล่นกล

หลายวันต่อมาการเดินทางไปดูงานที่ญี่ปุ่นก็มาถึง ตรีอัปสรยืนอยู่ท่ามกลางกองเสื้อผ้าที่แผ่หลากสีอยู่บนเตียงกว้าง หัวใจของเธอกระตุกไหวด้วยความตื่นเต้นผสมปนเปกับความประหม่า เพราะนี่คือการเดินทางครั้งสำคัญที่จะทำให้เธอได้ใกล้ชิดกับวายุชายหนุ่มที่ครอบครองหัวใจเธอมาเนิ่นนาน

ในขณะที่มือเรียวหยิบจับเสื้อผ้าลงกระเป๋า หน้าจอสมาร์ทโฟนก็สว่างวาบพร้อมเสียงวิดีโอคอลจากจริยา เพื่อนรักตัวแสบที่เป็นคนปฏิวัติลุคให้เธอจนวายุเกือบตบะแตกมาหลายครั้งหลายหน

“ยังไงแกก็ต้องใส่ชุดนี้ลงไปในกระเป๋า!” จริยาโพล่งขึ้นทันทีที่เห็นเพื่อนสาวโชว์ชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีแดง บางเบาจนแทบมองเห็นทะลุผ่าน

“เชื่อฉันสิอัปสร ถ้าแกใส่ชุดนี้ ยาปลุกเซ็กซ์ที่คุณวาทิตแอบให้แกพกไว้น่ะ... ตกกระป๋องไปเลย ไม่ต้องใช้ให้เสียเวลาหรอก”

“คิดไปคิดมาฉันก็ไม่อยากทำเลยว่ะแก... ฉันกลัว” ตรีอัปสรพึมพำ ใบหน้าสวยสลดลงเล็กน้อย

“กลัวว่าถ้าพี่วายุจับได้ว่าฉันกับคุณลุงวางแผนกัน เขาจะยิ่งเกลียดฉันไปกันใหญ่”

“อย่าคิดมากสิเพื่อน เชื่อใจตัวเองหน่อย!” จริยาจีบปากจีบคอผ่านกล้อง

“แกน่ะมีของดีตั้งเยอะ ทั้งหน้าอกหน้าใจ ทั้งผิวพรรณ ที่ผ่านมาพี่วายุเขาก็แค่ต่อต้านเพราะโดนพ่อบังคับเฉยๆ แถมแกยังชอบทำตัวเป็นยัยเพิ้งใส่แว่นหนาเตอะ แต่ตอนนี้แกดูสิ... แกสวยจนผู้ชายทั้งออฟฟิศน้ำลายหก ครั้งนี้ฉันรับรองเลยว่า แกได้เสียตัวให้เขาแน่ๆ!”

“บ้าน่า! แกก็พูดเกินไป ฉันเป็นผู้หญิงนะเว้ย” ตรีอัปสรหน้าแดงก่ำไปถึงใบหู

“อีกอย่าง... ฉันแอบจองห้องเอาไว้ตั้งสองห้องแน่ะ”

“นี่แกกล้าขัดคำสั่งคุณวาทิตงั้นเหรอ!” จริยาอุทานอย่างตกใจ เพราะแผนเดิมคือการให้ทั้งคู่ติดอยู่ในห้องเดียวกัน

“อืม... ก็ฉันยังไม่พร้อมนี่นา ก็เลยแอบโทรไปจองห้องเพิ่มลับหลังคุณลุง”

“เฮ้อ! แกนี่มันจริงๆ เลยอัปสร จะสมหวังอยู่รำไรยังจะมาเล่นตัว” จริยาส่ายหน้า

“ถอนหายใจทำไม? พี่วายุหลงแกจนโงหัวไม่ขึ้นขนาดนั้นแล้ว หน้าที่แกคือรวบหัวรวบหางเขาให้จบๆ ไป ไม่ใช่มานั่งถอนหายใจทิ้งแบบนี้”

“ฉันยังทำใจไม่ได้เลยว่ะแก มันรู้สึกผิดยังไงไม่รู้...”

“จะไปญี่ปุ่นวันพรุ่งนี้แล้วเว้ย! เปลี่ยนใจไม่ทันแล้ว ถ้าขืนแกปอดแหกตอนนี้ คุณวาทิตเอาแกตายแน่”

“รู้แล้วน่า... ฉันจัดเสื้อผ้าก่อนนะ ขอบใจมากนะจริยาที่คอยช่วยฉันทุกเรื่อง” ตรีอัปสรตัดบทพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ สายตาจดจ้องไปที่ชุดนอนไม่ได้นอนที่วางเด่นอยู่บนกองเสื้อผ้า ความรู้สึกวูบวาบแล่นปราดไปทั่วท้องน้อยเมื่อจินตนาการถึงสายตาหิวกระหายของวายุที่จะจ้องมองเธอในชุดนี้

บรรยากาศความวุ่นวายในสนามบินนาริตะไม่ได้ทำให้ความตื่นเต้นในหัวใจของตรีอัปสรลดน้อยลงเลย ท่ามกลางกระแสผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ สายตาของเธอสะดุดเข้ากับป้ายภาษาไทยที่ชูเด่นหรา เขียนชื่อ “คุณวายุ ธาราภัค” โดยหญิงสาวชาวญี่ปุ่นมาดเนี๊ยบคนหนึ่ง

“ทางนั้นค่ะพี่วายุ... ตัวแทนมารับเราแล้ว” ตรีอัปสรชี้บอกคนข้างกายที่ยืนหน้านิ่งขรึมในลุคหนุ่มนักธุรกิจสุดเท่

“พี่เห็นแล้ว เรารีบไปกันเถอะ” วายุตอบรับสั้นๆ พลางเหลือบมองเลขาฯ สาวที่บัดนี้กลายเป็นล่ามส่วนตัว เธอสื่อสารกับตัวแทนของคุณทาเคชิ ยามาดะ ได้อย่างคล่องแคล่วจนเขาอดชื่นชมในใจไม่ได้ ความฉลาดและมีเสน่ห์ของเธอในตอนนี้ช่างดึงดูดใจเขาเสียเหลือเกิน

เมื่อตู้คันหรูมาส่งถึงโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงโตเกียว ตรีอัปสรถึงกับหน้าเสียเมื่อเช็กอินแล้วพบว่าห้องพักที่เธออุตส่าห์แอบจองแยกไว้เกิดความผิดพลาดอย่างมหันต์!

“ห้องที่คุณจองไว้... ทางเราต้องขออภัยจริงๆ ครับ มีคนจองทับซ้อนไปก่อนคุณ และตอนนี้ก็เต็มหมดแล้วทุกห้อง” พนักงานต้อนรับรีบกล่าวขอโทษตรีอัปสร

วายุที่ยืนฟังอยู่เงียบๆ ลอบยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ เมื่อทุกอย่างดูจะเป็นใจไปเสียหมด เขาถือวิสาสะวาดวงแขนโอบไหล่บางของหญิงสาวให้กระชับเข้าหาตัว

“ไม่เป็นไรหรอกครับ... เราพักห้องเดียวกันก็ได้” วายุเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลัง ทำเอาพนักงานโรงแรมยิ้มรับด้วยความยินดี ขณะที่ตรีอัปสรได้แต่ยืนหน้าเหวอ ยิ้มแห้งๆ อย่างทำอะไรไม่ได้

“นอนด้วยกันดีแล้ว จะได้ไม่หนาว” วายุแกล้งกระซิบถามข้างใบหูพลางโอบไหล่เธอไม่ยอมปล่อย

“งั้นคืนนี้อัปสรเสียสละนอนพื้นเอง” เธอตอบเสียงอ้อมแอ้มด้วยความเกรงใจ

เมื่อพนักงานเดินมาส่งถึงห้องพักหรู วายุก็จัดการลากกระเป๋าไปเก็บอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมาสั่งการเลขาฯ สาวที่ยังยืนเกร็งอยู่กลางห้อง

“พี่จะออกไปรอข้างนอก... อัปสรอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยนะ แล้วก็ฝากเอาเสื้อผ้าพี่ออกมาแขวนด้วยล่ะ” “ทำไมพี่ไม่ทำเองล่ะคะ?”

“หน้าที่เลขาฯ น่ะรู้จักไหม?” เขาบอกพร้อมกระตุกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินออกไป

“ถ้าอาบน้ำเสร็จแล้ว พี่จะพาไปกินข้าว!” เขาโผล่หน้ามาอีกรอบจนเธอสะดุ้ง

เกือบห้าทุ่ม ณ ร้านอาหารกึ่งบาร์ที่มีวิวเมืองโตเกียวเป็นฉากหลัง วายุจ้องมองใบหน้าสวยของตรีอัปสรผ่านแสงเทียนด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา

“พี่ถามจริงๆ นะ... การมาญี่ปุ่นครั้งนี้ ไม่ใช่แผนการของคุณพ่อพี่ใช่ไหม?” น้ำเสียงเขาเริ่มเคร่งขรึมจนเธอรู้สึกสั่นไปถึงขั้วหัวใจ

“ไม่ใช่ค่ะ... พี่วายุถามซ้ำหลายรอบแล้วนะคะ”

“พี่ก็แค่สงสัย... แล้วทำไมทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้แบบนั้นล่ะ หรือว่าหิวข้าว?”

“อัปสรทานบนเครื่องมาบ้างแล้วค่ะ ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่...” เธอกัดริมฝีปากพูดอย่างลำบากใจ

เมื่อกลับมาถึงห้องพัก บรรยากาศอึดอัดกลับแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวาม วายุนอนเอนกายอยู่บนเตียงกว้าง ส่วนตรีอัปสรแยกตัวไปนอนบนโซฟาเบดที่ค่อนข้างแคบ

“ถ้ามันแคบไป... ก็มานอนบนเตียงด้วยกันสิ อุ่นดีออก”

“ไม่เอาค่ะ... อัปสรไม่ไว้ใจพี่วายุ”

“ทำไม? กลัวพี่จะปล้ำขนาดนั้นเชียว?”

“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ... แต่อัปสรง่วงแล้ว ฝันดีนะคะ!” เธอรีบตัดบทสนทนาพลางคลุมผ้าห่มมิดคอ ในหัวนึกถึงคำยุยงของจริยาเรื่องชุดนอนไม่ได้นอน แต่สุดท้ายเธอก็ใจไม่กล้าพอที่จะใส่ในคืนแรก ตรีอัปสรนอนคิดอะไรเพลินๆ จนเผลอหลับไปด้วยความเพลีย

ท่ามกลางความเงียบ วายุขยับกายลุกจากเตียงอย่างเงียบๆ เขาเดินมาหยุดอยู่ที่โซฟา จ้องมองใบหน้ายามหลับใหลที่แสนบริสุทธิ์ของเธอ มือหนาเอื้อมไปจัดผ้าห่มให้เข้าที่ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไป ประทับจูบแผ่วเบาที่พวงแก้มเนียน กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอทำให้หัวใจคาสโนวาถึงกับอ่อนระทวย

“ฝันดีนะ... ยัยตัวแสบ” เขากระซิบเบาๆ ก่อนจะกลับไปที่เตียง

ตรีอัปสรที่กึ่งหลับกึ่งตื่นรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นชื้นที่แก้มจนหัวใจพองโต เธอแอบอมยิ้มใต้ผ้าห่มพร้อมสัญญาใจกับตัวเองว่า... ชุดนอนที่จริยาซื้อให้ จะต้องได้ทำหน้าที่ของมันแน่ ๆ!

วันที่สองในโตเกียว บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความหนาวเหน็บ ทว่า...ภายในใจของตรีอัปสรกลับร้อนรุ่มราวกับมีกองไฟสุมอยู่ เธอจ้องมองแคปซูลยาเม็ดสีขาวในมือด้วยความสับสน คำสั่งของคุณลุงวาทิตยังคงดังก้องอยู่ในหัว แลกกับความซื่อสัตย์ในหัวใจที่โต้แย้งว่าเธอต้องการความรักที่ไม่ใช่เพียงความใคร่ที่เกิดจากยาปลุกอารมณ์ สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะเก็บมันลงกระเป๋าตามเดิม... เธอจะใช้เสน่ห์และความรักของเธอพิชิตเขาให้ได้

ค่ำคืนนั้น หลังกลับจากงานเลี้ยงสังสรรค์กับคุณทาเคชิ วายุอยู่ในอาการมึนเมาจนตรีอัปสรต้องประคองร่างหนาเข้ามาในห้องพัก แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟหัวเตียงขับเน้นให้ใบหน้าหล่อเหลาดูเย้ายวนใจ ทันใดนั้นวายุกลับฉุดร่างบางให้นอนลงเคียงข้าง ความใกล้ชิดทำให้เธอได้กลิ่นไวน์จางๆ ผสมกับกลิ่นกายบุรุษเพศที่แสนคุ้นเคย

“อย่าค่ะ... พี่วายุ” เธอประท้วงเสียงแผ่ว แต่หัวใจกลับเต้นรัวหอบแรง

“พี่อยากแช่ออนเซ็น...” เขาพึมพำชิดใบหูจนเธอขนลุกซู่

เมื่ออาบน้ำชำระกายเสร็จ ตรีอัปสรก็พาวายุไปยังบ่อน้ำพุร้อนส่วนตัวที่ติดกับระเบียงห้องพัก หิมะโปรยปรายลงมานอกหน้าต่างตัดกับไอน้ำร้อนที่ลอยกรุ่น วายุที่เปลือยท่อนบนแช่อยู่ในน้ำเงยหน้ามองเลขาฯ สาวที่ยังลังเลอยู่ขอบบ่อ

“ลงมาแช่ด้วยกันสิ... มีแค่เราสองคน จะอายไปทำไม”

ตรีอัปสรตัดสินใจทิ้งความขลาดกลัวไว้เบื้องหลัง เธอหายเข้าไปในห้องน้ำครู่หนึ่งก่อนจะกลับออกมาในสภาพนุ่งกระโจมอกด้วยผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ผิวขาวเนียนละเอียดของเธอต้องแสงจันทร์จนดูราวกับสลักจากหินอ่อน วายุจ้องมองปานจะกลืนกิน

“จะลงมาทั้งๆ ที่นุ่งผ้าแบบนั้นน่ะเหรอ” เขาเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ

“พี่วายุหันไปก่อนสิคะ!” เธอสั่งเสียงเขียวพลางหย่อนเท้าลงปรับอุณหภูมิ
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel