บท
ตั้งค่า

17 หมาหวงก้าง

เส้นความอดทนสุดท้ายของคาสโนวาขาดผึง เขาไม่สนคำถากถางของบิดาอีกต่อไป ร่างสูงใหญ่สาวเท้าฉับ ๆ มุ่งตรงไปยังเป้าหมายทันที

“ท่านรอง! มาตั้งเมื่อไหร่คะ” ตรีอัปสรสะดุ้งสุดตัว กลิ่นน้ำหอมบุรุษเพศที่เข้มข้นและคุ้นเคยโชยเข้าจมูก พร้อมกับสัมผัสร้อนผ่าวจากฝ่ามือหนาที่แนบชิดสะโพกมนจนเธอรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว

“สวัสดีครับ... ขอตัวเลขาฯ ผมสักครู่นะครับ!” วายุเอ่ยเสียงเรียบแต่แววตาดุดัน จนชายหนุ่มคนนั้นพยักหน้าพลางถอยห่างไปอย่างรวดเร็ว วายุไม่รอช้า เขาบังคับประคองร่างบางให้เดินเลี่ยงออกมายังมุมระเบียงที่เงียบสงัดและลับตาคน

“ใครให้เธอมางานนี้!” เขากระซิบชิดใบหูสะอาด น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งทะลุจุดเดือด ความโกรธผสมปนเปไปกับความต้องการที่พลุ่งพล่านยามได้กลิ่นกายสาวในระยะประชิด

“ก็คุณลุงสิคะ ท่านบอกว่าอยากให้อัปสรมาเปิดหูเปิดตาบ้าง” เธอตอบพลางพยายามเบี่ยงตัวออก แต่วงแขนแกร่งกลับรัดแน่นขึ้นจนทรวงอกอวบอัดบดเบียดเข้ากับแผงอกกว้างของเขา

“แล้วดูแต่งตัวสิ... กะจะให้ผู้ชายทั้งงานหัวใจวายตายรึไง!”

“ชุดราตรีมันก็แบบนี้แหละค่ะ ใครๆ เค้าก็ใส่กัน” ตรีอัปสรช้อนสายตาหวานหยดย้อยที่ไร้กรอบแว่นมองเขาอย่างท้าทาย

“แล้วเมื่อกี้... ถ้าฉันมาไม่ทัน จะเกิดอะไรขึ้น!” วายุตวาดเบาๆ ในลำคอ สายตาคมกริบกวาดมองเนินเนื้อขาวผ่องที่กระเพื่อมไหวรัวเร็วตามจังหวะหายใจของเธอ

ท่ามกลางเสียงดนตรีแว่วหวานที่ดังลอดมาจากโถงจัดเลี้ยง ลมเย็นเยียบของค่ำคืนพัดผ่านระเบียงกว้าง ทว่ากลับไม่สามารถดับเปลวไฟความร้อนรุ่มที่กำลังแผดเผาคนทั้งคู่ได้เลย วายุขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน แววตาคมกริบจ้องมองใบหน้าสวยละมุนที่บัดนี้ไร้กรอบแว่นบดบังอย่างคาดโทษ

“ทำไมเหรอคะ? อัปสรก็แค่ทักทายไปตามมารยาท อีกอย่างพี่เขาก็ดูสุภาพดีนะคะ ไม่เห็นคุกคามเหมือน... ใครบางคนแถวนี้เลย” คำพูดกึ่งประชดกึ่งเปรียบเทียบนั้นทำให้วายุรู้สึกเหมือนถูกลูบคม ตรีอัปสรแอบลอบยิ้มในใจเมื่อเห็นพยัคฆ์ร้ายเริ่มเสียอาการ เธอขยับกายเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนปลายจมูกรั้นแทบจะชนกับจมูกโด่งคมสัน ความหอมกรุ่นจากผิวกายสาวและกลิ่นแป้งอ่อน ๆ ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของชายหนุ่มให้ตื่นเพริด ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วพร่าเย้ายวน

“หรือว่า... คุณวายุ หึง... อัปสรคะ?” คำถามนั้นไม่ต่างอะไรกับน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟที่กำลังโหมไหม้ วายุจ้องมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่เผยอขึ้นอย่างท้าทาย ความอดทนสุดท้ายของเขาขาดผึงลงทันที เขาโน้มใบหน้าลงไปจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกัน กลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ จากลมหายใจของเขาผสมปนเปกับความปรารถนาที่พุ่งพล่าน

“ถ้ายั่วโมโหฉันอีกทีเดียว... ฉันจะจูบเธอตรงนี้!” เขารามเสียงต่ำพร่าข้างริมฝีปากเธอ สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่วงหน้าสวยลงมายังเนินอกอวบหยัดที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจรัวเร็ว

ตรีอัปสรหัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความประหม่าเริ่มจู่โจมเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงอารมณ์ที่รุนแรงของคนตรงหน้า แต่เธอกลับไม่ถอยหนี กลับยิ่งเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยคล้ายจะท้าทายคำขู่นั้น

“ก็ลองดูสิคะ... ถ้าท่านรองกล้าทำแบบนี้ในงานเลี้ยงของท่านประธาน”

“เธอท้าฉันเองนะอัปสร!” สิ้นคำพูดยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ตั้งตัว วายุก็ฉกริมฝีปากลงมาบดขยี้เรียวปากอิ่มอย่างดุดันและเอาแต่ใจ มือหนาข้างหนึ่งรวบเอวคอดกิ่วกระชากร่างบางเข้าหาตัวจนสัดส่วนนุ่มหยุ่นเบียดชิดกับแผงอกแกร่ง ส่วนอีกมือแทรกเข้าไปใต้กลุ่มผมสลวย บังคับองศาใบหน้าให้รับจูบที่เต็มไปด้วยรสชาติความหึงหวงและโหยหา จูบนั้นรุนแรงทว่ารัญจวนใจจนตรีอัปสรเข่าอ่อนแรงพ่ายแพ้ต่อสัมผัสที่จวบจ้วง ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวและสัมผัสร้อนแรงของพยัคฆ์ร้ายที่กำลังจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว

ท่ามกลางแสงไฟสลัวและเสียงดนตรีลีลาศจังหวะหวานซึ้งที่อบอวลไปทั่วทั้งฟลอร์ บรรยากาศรอบกายช่างดูโรแมนติกทว่ากลับซ่อนความคุกรุ่นเอาไว้ในใจของใครบางคน นิค ลูกชายของคุณหญิงรมณีย์ลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าสง่างาม สายตาของเขาจดจ้องเพียงร่างระหงในชุดสีชมพูกลีบกุหลาบที่เขาหลงเสน่ห์ตั้งแต่แรกเห็น

“ให้เกียรติเต้นรำกับพี่สักเพลงได้ไหมครับ น้องอัปสร” ชายหนุ่มโค้งตัวลงอย่างสุภาพพร้อมยื่นมือมาตรงหน้า ตรีอัปสรประหม่าเล็กน้อยแต่เมื่อหันไปสบตากับวายุที่นั่งตีหน้ายักษ์อยู่ เธอจึงตัดสินใจวางมือลงบนฝ่ามือของนิคแล้วเดินออกไปกลางฟลอร์

ภาพของคู่เด่นที่ขยับกายตามจังหวะเพลงอย่างนุ่มนวลและส่งยิ้มให้กันอย่างไม่ขาดสาย สร้างความรุ่มร้อนในอกให้กับวายุจนแทบคลั่ง เขาคว้าแก้ววิสกี้ขึ้นมาดื่มรวดเดียวราวกับจะใช้แอลกอฮอล์ดับไฟหึงที่กำลังแผดเผา สายตาแข็งกร้าวจ้องมองมือของนิคที่วางอยู่บนเอวของเลขาฯ สาวอย่างจาบจ้วงจนอยากจะกระชากเธอออกมาเดี๋ยวนี้!

“พี่พูดจริงนะครับ วันนี้น้องอัปสรสวยมาก สวยจนพี่ละสายตาไม่ได้เลย” นิคกระซิบชิดใบหูหอมกรุ่น

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ พี่นิคคงแค่แปลกตาเพราะอัปสรไม่ได้ใส่แว่น” เธอตอบพลางขัดเขิน

“ถ้าน้องอัปสรไม่เชื่อ ลองหันมองรอบงานดูสิครับ... ทุกคนมองน้องอัปสรและพากันอิจฉาพี่ทั้งนั้น”

เมื่อจบเพลง ตรีอัปสรขอตัวไปห้องน้ำเพื่อเลี่ยงสายตาดุดันของวายุ ทว่า...เมื่อออกมาเธอกลับพบกับวาทิตที่ดักรออยู่ด้วยแผนการบางอย่าง

“หนูอัปสร ลุงจะกลับก่อนนะ เดี๋ยวลุงจะชวนคุณแม่หนูกลับด้วยเลย หนูจะได้ไม่ต้องห่วง... แต่มีเรื่องรบกวนหน่อย ช่วยขับรถไปส่งเจ้าวายุที่คอนโดทีนะ แล้วอย่าให้มันดื่มหนักนักล่ะ” ชายชรารีบย้ำ แววตาเจ้าเล่ห์ฉายชัด เขาเห็นท่าทีของนิคแล้วเกรงว่าหมาป่าตัวอื่นจะชิงคาบเนื้อชิ้นงามไปเสียก่อนลูกชายจอมลีลา

เมื่อกลับมาที่โต๊ะ ตรีอัปสรเห็นวายุกำลังจะกระดกเหล้าเข้าปากอีกแก้ว เธอจึงรีบคว้าข้อมือหนาไว้ทันที

“พอเถอะค่ะ ท่านรองดื่มไปหลายแก้วแล้วนะ” คนถูกขัดใจตวัดสายตาขุ่นคลั่กใส่ทันที

“เอาแก้วฉันคืนมา!”

“ไม่ค่ะ! คุณลุงกลับไปแล้ว และสั่งให้อัปสรพา พี่ กลับ” วายุชะงักเมื่อได้ยินคำเรียกขานที่เปลี่ยนไป เขากระตุกยิ้มเยาะเย้ยพลางคว้าขวดวิสกี้มารินใส่แก้วใบใหม่

“เดี๋ยวนี้เธอกล้าเรียกฉันว่า พี่ แล้วเหรออัปสร...” เขาเปรยเสียงพร่าต่ำ พลางขยับกายเข้าไปใกล้จนกลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกลิ่นกายบุรุษเพศรำเพยเข้าจมูกเธอ

“แล้ว... อยากให้เรียกหรือเปล่าล่ะคะ” ตรีอัปสรแกล้งเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงฉ่ำหวาน ดวงตากลมโตที่ปราศจากกรอบแว่นหนาเตอะทอประกายระยิบระยับล้อแสงไฟ แฝงแววท้าทายอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน รอยยิ้มบางเบาบนริมฝีปากอิ่มสีกุหลาบนั้นดูยั่วยวนจนคนมองใจสั่น

“เรียกได้... แต่เธอต้องมาเต้นรำกับพี่ก่อน” วายุตอบเสียงพร่าต่ำ สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าสวยละมุนอย่างหลงใหลและหวงแหน เขาเลื่อนมือลงมาวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะดังกึก ก่อนจะคว้าข้อมือบางแล้วออกแรงกระชากเพียงนิด ร่างระหงที่ซ่อนรูปอยู่ในชุดเดรสแสนสวยก็ถลาเข้าหาแผงอกแกร่งอย่างพอดิบพอดี

วายุไม่รอให้เธอได้ประท้วง เขาถือวิสาสะโอบกระชับเอวคอดกิ่ว บังคับประคองร่างเล็กให้เดินลัดเลาะผ่านฝูงชนมุ่งหน้าสู่ใจกลางฟลอร์เต้นรำ ท่ามกลางสายตาผู้คนมหาศาลที่จับจ้องมาด้วยความตกตะลึงในความงามของเลขาฯ สาวที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน แต่เขากลับไม่สนใจสิ่งใด นอกจากสัมผัสนุ่มหยุ่นที่เบียดชิดอยู่ข้างกาย และกลิ่นหอมกรุ่นจากผิวกายสาวที่กำลังทำให้คาสโนวาหนุ่มอย่างเขาคลุ้มคลั่งจนแทบควบคุมตัวเองไว้ไม่อยู่

ทันทีที่ร่างระหงเข้ามาปะทะแผงอกแกร่งอีกครั้งกลางฟลอร์เต้นรำ วายุก็รวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจน หน้าอกอวบอิ่มของเธอเบียดชิดกับแผงอกแกร่ง ตรีอัปสรช้อนสายตาเว้าวอนมองชายที่เธอรักหมดใจ มือเรียวยื่นไปคว้าลำแขนแกร่งไว้แน่น

“พี่วายุโกรธอัปสรเหรอคะ?”

“ฉันโกรธที่เธอไปเต้นรำกับมัน!” เขาคำรามเสียงต่ำชิดริมฝีปากเธอจนได้กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ

“ทีหลังอย่าทำแบบนี้...เพราะฉันเป็นเจ้าของเธอเพียงคนเดียว....จำเอาไว้” คำพูดที่เหมือนจะแสดงความเป็นเจ้าของทำเอาหัวใจหญิงสาวพองโต

“ค่ะ อัปสรจะไม่ทำอีก... กลับกันได้หรือยังคะ พรุ่งนี้เราต้องเดินทางแต่เช้า”

“เต้นรำให้จบเพลงก่อนสิ” วายุจ้องมองดวงตาสวยด้วยประกายตาหิวกระหาย ตรีอัปสรลอบยิ้มหวาน แผนการเปลี่ยนลุคของจริยาช่างได้ผลชะงัดนัก วายุเริ่มติดบ่วงเสน่หาของเธอเข้าแล้ว!
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel