15 เสียอาการ
เช้าวันใหม่วันนี้ที่บริษัทช่างแตกต่างจากทุกวันที่ผ่านมา เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะ ทันทีที่ประตูกระจกอัตโนมัติเปิดออก บรรยากาศภายในออฟฟิศที่เคยคึกคักกลับเงียบกริบลงในพริบตา ราวกับใครบางคนกดปุ่มหยุดเวลาเอาไว้
ตรีอัปสรก้าวเข้ามาในลุคที่ไม่มีใครคาดคิด ชุดเดรสสีครีมรัดรึงเน้นสัดส่วนอวบอึ๋มที่ซ่อนรูปมานานให้ปรากฏแก่สายตา เนื้อผ้าเนียนละเอียดแนบไปกับหน้าอกอวบอิ่มที่ขยับไหวตามจังหวะหายใจ เอวที่คอดกิ่วรับกับสะโพกผายมนที่กวัดแกว่งอย่างมีเสน่ห์ยามเธอเยื้องกราย
ลุคใหม่ของเธอสลัดคราบยัยแว่นหน้าจืดทิ้งไปจนหมดสิ้น ผมม้าซีทรูที่รับกับใบหน้าพริ้มเพรา และชุดเดรสทำงานสีครีมรัดรึงเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอวบอัด เรียวขาขาวเนียนที่โผล่พ้นชายกระโปรงสั้นรัดรูปขึ้นมานั้นดูเรียวยาวและน่าสัมผัสจนทำให้พนักงานชายหลายคนที่ยืนอออยู่หน้าออฟฟิศถึงกับคอเคล็ด
“เช็ดน้ำลายกันหน่อยพวกมึง...” คนตัวโตที่เพิ่งเข้ามาร่วมกลุ่มกับเพื่อน ๆ ที่หน้าออฟฟิศเอ่ยขึ้น ก่อนจะตบไหล่เพื่อนอีกสองคนที่กำลังแอบซุบซิบคุยกัน
“เฮ่ย!!!..นั่นมันคุณอัปสร เลขาฯ ของท่านรองรึเปล่าวะ!” พนักงานคนหนึ่งหันมาถามคนตัวโตที่เพิ่งเดินเข้ามาเสียงพร่า ขณะจ้องมองแผ่นหลังนวลเนียนที่โผล่พ้นรอยเว้าของชุดทำงานชุดใหม่
“เอ่อ...ใช่ แต่ก็เหมือนไม่ใช่เลยว่ะ”
“เฮ้ย! จะบ้าเหรอ คุณอัปสรเค้าต้องใส่แว่นหนาเป็นนิ้ว หน้าม้าเต่อ แต่งตัวเป็นยัยป้าสิ แต่นี่มัน!... นางฟ้าชัดๆ!” อีกคนรีบร้องอุทานพลางลุกขึ้นชะเง้อคอมองตามจังหวะการเยื้องกรายของร่างระหงที่เดินผ่านไป ท่ามกลางเสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่
“นั่นดิ... ดูขาอ่อนของเธอสิขาวจั๊วะเลยว่ะ แว่นก็หายไปแล้ว ตาหวานหยดย้อยขนาดนั้น สงสัยงานนี้ท่านรองซุ่มเงียบเก็บของดีไว้กินคนเดียวแหงๆ!”
คำว่าขาวจั๊วะและคำว่าเก็บไว้กินคนเดียวกระแทกเข้ากลางใจของชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามา เขาเกลียดความรู้สึกนี้ ความรู้สึกที่ของที่เขาเคยสบประมาทว่าเป็นของจืดชืด กลับกลายเป็นสิ่งที่ผู้ชายทุกคนกระหายอยากจะลิ้มลองนี่มันอะไรกัน!
“มีอะไรกัน! จะแปดโมงแล้วทำไมไม่เข้าออฟฟิศ มายืนจับกลุ่มคุยกันอยู่ได้!”
เสียงตวาดกัมปนาททำให้วงสนทนาแตกกระจายทันที วายุยืนหน้านิ่งขรึม
“ครับๆ ท่านรอง!” ทุกคนกุลีกุจอแยกย้าย แต่ก็ไม่วายทิ้งท้ายด้วยเสียงกระซิบของสองคู่หูฝ่ายบัญชีที่เดินมาด้วยกัน
“สงสัยท่านรองมาแต่เช้า หวังจะมาเจอของดีแน่เลยว่ะ...”
วายุยืนมองตามพนักงานเหล่านั้นด้วยแววตากร้าว สายตาของเขาพุ่งเป้าไปที่โต๊ะทำงานหน้าห้อง และทันทีที่เขาเห็นสิ่งที่ว่าเต็มตาก่อนเข้าห้องทำงานก็ทำให้ลมหายใจของเขาก็สะดุดกึก
ตรีอัปสรในลุคที่ไร้แว่นหนาเตอะ เส้นผมสลวยรับกับใบหน้าสวยหยดช้อย ชุดเดรสสีครีมรัดรึงเน้นทรวงอกอวบอัดและเอวคอดกิ่วจนเนื้อผ้าแทบปริ และที่สำคัญ... เรียวขาขาวผ่องที่โผล่พ้นชายกระโปรงสั้นรัดรูปนั้น มันช่าง เหมือนอย่างที่พวกพนักงานชายนินทาจริงๆ
ความร้อนรุ่มพุ่งพล่านจากส่วนลึกมาที่กลางลำตัวอย่างรวดเร็ว วายุรู้สึกถึงสัญชาตญาณความเป็นเจ้าของที่พลุ่งพล่าน เขาเดินดุ่มเข้าไปหาเธอโดยไม่สนสายตาใคร
เงาร่างสูงใหญ่ของเขาทาบทับร่างเล็กจนเธอต้องเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตากลมโตสุกใสที่ไร้กรอบแว่นบดบังช่างดูฉ่ำหวานเย้ายวนใจ จนวายุรู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไปในวังวนเสน่หา
“ตามฉันเข้ามาในห้อง... เดี๋ยวนี้!” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ สื่อถึงอารมณ์ที่พุ่งพล่านและเต็มไปด้วยอำนาจสั่งการทำให้ตรีอัปสรใจสั่นระรัว
“ไปชงกาแฟมาให้ฉันหน่อยสิ!”
หญิงสาวรับคำแล้วเดินเลี่ยงเข้าไปในส่วนครัวด้านหลัง แผ่นหลังเนียนที่เปิดเปลือยและสะโพกกลมกลึงที่ส่ายไหวตามจังหวะก้าวเดินทำให้วายุทนไม่ได้ เขาแอบก้าวตามไปเงียบๆ จนกระทั่งเธอเผลอ เขาก็สอดแขนเข้ากอดหมัดร่างบางจากทางด้านหลังทันที!
“อุ๊ยยย!! ท่านรอง มายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
“อะไรดลใจให้เธอลุกขึ้นมาแต่งตัวแบบนี้... หึ!!” วายุคำรามชิดใบหูหอมกรุ่น ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินผิวเนื้ออ่อนจนเธอขนลุกซู่
“อัปสรก็แค่อยากลองเปลี่ยนตัวเองดูบ้าง” เธอก้มหน้าตอบ ทรวงอกอวบอัดเบียดเสียดกับท่อนแขนแกร่งอย่างเลี่ยงไม่ได้
“อยากอ่อยฉันก็บอกมาตรง ๆ”
“เปล่านะคะ...
“อื้ม! อย่าค่ะเดี๋ยวกาแฟหก” เธอร้องประท้วงเมื่อมือหนาเริ่มอยู่ไม่สุข ลูบไล้ไปตามต้นขาขาวนวลที่โผล่พ้นชายกระโปรง
“ยังไม่ต้องชง”
“ฉันยังไม่อยากกินกาแฟ...ตอนนี้” วายุเอ่ยเสียงพร่า เขาหมุนร่างบางให้หันมาเผชิญหน้า ก่อนจะประกบริมฝีปากลงมาจวบจ้วงอย่างรุนแรงและโหยหา รสจูบที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและต้องการทำให้ตรีอัปสรแทบหลอมละลาย มือหนาฟ้อนเฟ้นไปตามส่วนโค้งเว้าอย่างจาบจ้วง จนเธอต้องครางประท้วงในลำคอ
“อย่าค่ะคุณวายุ... อื้อ...” เสียงประท้วงของตรีอัปสรขาดห้วงไป เมื่อริมฝีปากร้อนจัดของชายหนุ่มบดขยี้ลงมาอย่างเอาแต่ใจ เขากดร่างบางให้แนบชิดกับผนังห้องเย็นเฉียบ ทว่าสัมผัสจากกายเขากลับร้อนดั่งไฟป่า
“ทำไม! ห้ามฉันทำไม ในเมื่อเธอตั้งใจแต่งตัวมายั่วฉันขนาดนี้” วายุยอมถอนจูบออกเพียงนิด แต่ยังคงคลอเคลียจมูกโด่งคมไปตามพวงแก้มใส ปลายลิ้นร้อนลากไล่ไปตามติ่งหูจนหญิงสาวขนลุกซู่
“เปล่านะคะ อัปสรแค่ลองแต่งตัวตามที่เพื่อนแนะนำเฉย ๆ”
“เอาเถอะ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว...”
“เปลี่ยนใจอะไรเหรอคะ...” เธอถามพลางหอบหายใจถี่ ทรวงอกอวบอิ่มกระเพื่อมไหวจนเบียดชิดกับแผงอกกว้างของเขา
“อาทิตย์หน้านี้จะไปญี่ปุ่นด้วยตัวเอง และเธอจะต้องไปญี่ปุ่นกับฉัน!”
“ถามคุณลุงหรือยังคะ”
“ทำไมต้องถาม! ในเมื่อเธอเป็นเลขาฯ ของฉัน... เป็นคนของฉัน!” วายุจ้องมองริมฝีปากที่บวมเจ่อและฉ่ำวาวจากการรุกรานเมื่อครู่ด้วยสายตากระหายรัก มือหนาเริ่มลูบไล้จากเอวบางขึ้นมายังแผ่นหลังนวลเนียน
“ปล่อยค่ะ... อัปสรจะไปทำงาน” เธอพยายามดันอกเขาออก แต่อีกฝ่ายกลับยิ่งเบียดกายเข้าหาจนรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงสแลคเนื้อดี
“เธออยากนอนกับฉันหรือเปล่าอัปสร?” เขาถามเสียงพร่าห้าวดุดัน ขยับกายเข้าชิดจนไร้ช่องว่าง แต่ตรีอัปสรเบี่ยงตัวออกอย่างไว้เชิง
“มาพูดแบบนี้ได้ยังไงคะ อัปสรเป็นเลขาฯ นะคะ ไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่า”
“ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหม... ว่าเลขาฯ ของฉันต้องทำหน้าที่อะไรบ้าง หึม์!!!” เขากระตุกยิ้มร้าย สายตาโลมเลียไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างเปิดเผย
“ท่านรองก็มีผู้หญิงควงตั้งเยอะ ปล่อยอัปสรไปเถอะค่ะ” เธอแกล้งสะบัดหน้าหนี แสร้งทำเป็นตัดพ้อ ทว่าแรงกระชากเพียงนิดเดียวก็ทำให้เธอกลับเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดที่รัดแน่นกว่าเดิมราวกับคีมเหล็ก
“ไม่ปล่อย! ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์สั่งฉัน!” ว่าแล้วก็ทำท่าจะลงโทษเธอด้วยการจูบอีกครั้ง แต่เสียงโทรศัพท์ก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน
ตืด!!!... ตืด!!!...
เสียงของวิดีโอคอลขัดจังหวะอารมณ์ที่กำลังพุ่งสูง วายุกัดกรามแน่นอย่างหัวเสีย ก่อนจะยอมคลายอ้อมกอดออก เมื่อเห็นรูปผู้ชายแปลกตาปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ของเธอ ตรีอัปสรรับสายทันทีพร้อมรอยยิ้มหวานหยด เสียงหัวเราะต่อกระซิกอย่างสนิทสนมนั้นทำให้อุณหภูมิในตัววายุเดือดพล่าน เขายืนขบกรามจนเป็นสันนูน หน้าดำหน้าแดงด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะลุขีดจำกัด ทันทีที่เธอวางสาย เขาก็พุ่งเข้าหาประดุจเสือร้ายที่หวงเหยื่อ
“ต่อไปนี้ห้ามเธอใช้โทรศัพท์ในเวลางาน! ถ้าไม่ฟังล่ะก็ วันหลังฉันจะหักเงินเดือนเธอให้หมด!” เขารามปามไปถึงเรื่องงาน ทั้งที่ในใจอยากจะกระชากโทรศัพท์นั่นทิ้ง
ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนไลน์ดังขึ้นซ้ำเหมือนจงใจอยากจะลองดี หลังคำเตือนที่เพิ่งกล่าวจบไป
“ถ้าเสียงไลน์ดังอีกครั้งเดียว... ฉันจะยึดโทรศัพท์เธอ!” วายุคำราม ท่าทางฟึดฟัดเหมือนเด็กถูกขัดใจทำให้อัปสรแอบนึกขำในใจ
“ทำตัวเป็นอาจารย์ฝ่ายปกครองไปได้ โถ่ววเอ้ย!” ตรีอัปสรบ่นอุบอิบพลางสะบัดหน้าใส่คนขี้หึงที่กำลังเสียอาการอย่างหนัก
“เดี๋ยว! จะไปไหน” มือหนาคว้าข้อมือเล็กไว้ทันควัน
“ไปทำงานค่ะ”
“วันนี้เธอย้ายเข้ามานั่งทำงานในห้องฉัน...”
“แต่มันไม่มีโต๊ะนะคะ”
“ไม่เห็นจะยาก ก็นั่งทำบนตักฉันไง”
“คุณวายุ!!!”
“เดี๋ยวฉันจะให้คนมาจัดการเรื่องโต๊ะให้ไม่ต้องห่วงหรอกน่า”
“ต่อไปนี้เธอต้องอยู่ใกล้ ๆ ฉัน รู้มั้ย!” เขาเอ่ยรอดไรฟันขณะลากแขนเรียวให้เดินตามผ่านประตูห้องทำงานสุดหรู
“ทำไมเหรอคะ?” หญิงสาวแกล้งถามเย้า
“ฉันสั่ง... และเธอไม่มีสิทธิ์ถาม!” วายุกระแทกเสียงใส่ก่อนจะเหวี่ยงร่างบางลงบนเก้าอี้หนังตัวนุ่มใกล้ ๆ เขา
“เอาแต่ใจชะมัด...” ตรีอัปสรบ่นพึมพำในลำคอ ใบหน้าสวยงอหง้ำดูน่ารัก ทว่าในจังหวะที่เขาหันไปเปิดคอมพิวเตอร์ มุมปากอิ่มกลับลอบยิ้มสะใจที่สามารถปั่นหัวเขาให้ตบะแตกจนเสียอาการได้ถึงเพียงนี้