บท
ตั้งค่า

14 เปลี่ยนลุค

“ไม่ได้! ฉันสายตาสั้นนะแก ถ้าถอดออกฉันก็มองอะไรไม่เห็นกันพอดี” หญิงสาวรีบท้วงละล่ำละลัก มือเรียวพยายามจะคว้าเกราะกำบังด่านสุดท้ายขึ้นมาสวมใส่ตามความคุ้นชิน

จริยาส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะใช้นิ้วเรียวสวยคีบขาแว่นออกอย่างแผ่วเบา ทันทีที่พันธนาการหนาหนักหลุดพ้นจากใบหน้า ความงดงามที่เคยซ่อนอยู่ใต้เงาเลนส์ก็ฉายแสงออกมาจนจริยาถึงกับเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ

ดวงตากลมโตสุกใสดุจตากวาง ฉายแววตระหนกทว่ากลับดูเย้ายวนอย่างประหลาดด้วยหางตาที่เชิดขึ้นเล็กน้อย ขนตางอนยาวเป็นแพหนาที่เคยหลบซ่อนอยู่บัดนี้แผ่สยายรับกับคิ้วเรียวสวย ใบหน้ารูปไข่ขาวนวลดูหมดจด ลบภาพลักษณ์ยัยเพิ้งหน้าจืดทิ้งไปจนสิ้น เหลือไว้เพียงสาวงามที่ดูนุ่มนวลทว่าแฝงไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศอย่างมหาศาล

“ว้าว!!!... เซ็กซี่ระเบิดไปเลยเพื่อน! เชื่อฉันนะอัปสร แว่นอันนี้มันฆ่าแกชัดๆ” จริยาอุทานเสียงหลง

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แกต้องหัดใส่คอนแทคเลนส์ซะ ทิ้งลุคยัยแว่นไปได้เลย!”

ตรีอัปสรกะพริบตาถี่ๆ พยายามปรับโฟกัสภาพตรงพื้นที่พร่ามัว เธอรู้สึกหวิว ๆ ที่ใบหน้าอย่างบอกไม่ถูก ความมั่นใจที่เคยสร้างขึ้นเป็นเกราะกำบังพังทลายลง แทนที่ด้วยความประหม่าที่จู่ ๆ ก็ต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง

“แต่มัน... มันจะไม่อันตรายเหรอแก ฉันไม่กล้าใส่คอนแทคเลนส์หรอกน่ะ”

“ไม่ต้องกังวลไปหรอก ใครๆ เขาก็ใส่กัน แค่ดูแลความสะอาดให้ดีตามที่นักทัศนมาตรบอกก็พอ” จริยาให้กำลังใจพลางจับบ่าเพื่อนหมุนให้ส่องกระจกดูอีกครั้ง

“ดูสิ... เห็นผู้หญิงที่อยู่ในกระจกนั่นไหม? นั่นน่ะนางแบบชัดๆ สวยกว่าพริตตี้ที่พี่วายุควงอีกนะแก!”

ตรีอัปสรจ้องมองเงาสะท้อนที่พร่าเลือนของตัวเอง ชุดเดรสเข้ารูปสีนวลที่จริยาเลือกให้ขับเน้น ทรวงอกอวบอิ่มและเอวคอดกิ่ว ที่เธอเคยซ่อนมันไว้ภายใต้เสื้อผ้าตัวโคร่ง สะโพกผายมนรับกับเรียวขาขาวยาวระหงที่โผล่พ้นชายกระโปรงสั้นขึ้นมา ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ความกลัวในใจค่อยๆ มลายหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกฮึกเหิมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ถ้าความสวยและสรีระที่พระเจ้าประทานมานี้คืออาวุธเพียงอย่างเดียวที่จะทำให้คนใจร้ายอย่างวายุหันมามองเธอได้... เธอก็พร้อมจะโยนตัวตนเดิมทิ้งไป เพื่อเข้าไปอยู่ในสายตาและหัวใจของเขาให้ได้สักครั้ง!

หลังการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่พลิกโฉมจากลูกเป็ดขี้เหร่ ให้กลายเป็น นางแบบสุดเซ็กซี่เสร็จสิ้นลง จริยาก็โบกมือลาเพื่อนรักพร้อมคำอวยพรที่หนักแน่น

“คราวนี้ก็เหลือแค่ใจของแกแล้วล่ะ ที่จะต้องเอาชนะใจพี่วายุให้ได้... สู้ๆ นะแก!”

“แล้วฉันจะโทรหาแกนะ” ตรีอัปสรตะโกนตอบ พลางเดินดึงชายกระโปรงรัดรูปที่ดูเหมือนจะสั้นรั้งขึ้นทุกจังหวะการก้าวเดิน ความไม่ชินกับอาภรณ์ที่เน้นสัดส่วนทำเอาเธอประหม่าจนทำตัวไม่ถูก

“อย่าดึงกระโปรงบ่อยแบบนั้น! มันดูไม่มั่นใจ อีกหน่อยก็ชิน เชื่อฉัน!” จริยาตะโกนไล่หลังขำๆ ก่อนจะลับสายตาไป

ตรีอัปสรยืนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับอาการตื่นเต้น เธอรู้สึกว่าร่างกายมันโล่ง ๆ ทั้งใบหน้าที่ไร้กรอบแว่นบดบัง และเรียวขาขาวผ่องที่สัมผัสกับอากาศเย็นภายนอก ทว่า... ในขณะที่เธอกำลังจะหันหลังกลับเพื่อไปขึ้นรถ ร่างบางก็ชนเข้ากับแผงอกกว้างของใครคนหนึ่งเข้าอย่างจัง

“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ” หญิงสาวอุทานด้วยความตกใจ มือเรียวเผลอคว้าต้นแขนแกร่งเพื่อทรงตัว กลิ่นหอมจางๆ จากกายเธอโชยเข้ากระทบจมูกชายหนุ่มตรงหน้าทันที

ทว่าชายหนุ่มผู้นั้นกลับยืนนิ่งอึ้งประดุจต้องมนต์สะกด สายตาของเขาจดจ้องใบหน้าสวยพริ้มเพราที่บัดนี้เปิดเปลือยความงามออกมาอย่างหมดจด ดวงตากลมโตสุกใสฉายแววตระหนกเล็กน้อยยิ่งขับให้เธอดูเย้ายวนใจจนเขาลืมหายใจ

“น้องอัปสร... ใช่น้องอัปสรจริงๆ ด้วย!” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจ

“พี่นิค! มาได้ไงคะเนี่ย” ตรีอัปสรเงยหน้าขึ้นมองรุ่นพี่หนุ่มร่างสูงแววตาของนิคสั่นไหวอย่างรุนแรง เขาจำรุ่นน้องคนนี้ได้ แต่คนตรงหน้าในตอนนี้สวยสะพรั่งจนหัวใจเขาเต้นผิดจังหวะ

“พี่มาซื้อของให้คุณแม่ครับ...” น้ำเสียงของชายหนุ่มขาดห้วงไปครู่หนึ่งเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยตรงหน้า เขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าจะได้พบกับสาวรุ่นน้องที่สวยเกิดคาดจนจำแทบไม่ได้

“แต่ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอน้องอัปสรที่นี่... ไม่เจอกันนาน น้องอัปสรดูเป็นคนละคนเลย สวยขึ้นตั้งเป็นกองแน่ะ”

เขากล่าวชมด้วยเสียงพร่าต่ำ สายตาคมเข้มที่เคยดูสุขุมกลับแปรเปลี่ยนเป็นความหิวกระหายอย่างเปิดเผย นิคกวาดมองตั้งแต่วงหน้าสวยหยดช้อยที่บัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบาแต่ขับเน้นความงามได้บาดจิต ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมายังทรวงอกอวบอิ่มที่ดันเนื้อผ้าเดรสเนื้อนุ่มจนตึงเปรี๊ยะ เห็นร่องรอยส่วนเว้าส่วนโค้งที่ซ่อนเร้นไว้ไม่มิด

เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อสายตาไปหยุดอยู่ที่เรียวขาสวยสะดุดตาภายใต้ชายกระโปรงที่พลิ้วไหวตามจังหวะการหายใจของเธอ

“จริงเหรอคะ” อัปสรเอ่ยถาม แสร้งทำเป็นไม่เห็นสายตาที่แทบจะเปลื้องผ้าเธอออกในความคิด

“จริงสิ... นี่ถ้าไม่สังเกตดี ๆ พี่แทบจำภาพน้องอัปสรตอนสมัยเรียนไม่ได้เลยนะเนี่ย” นิคก้าวเข้าไปใกล้ก้าวหนึ่ง จนกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นอายบุรุษเพศจาง ๆ กระทบจมูกหญิงสาว

“เราไม่เจอกันตั้งแต่ตอนเรียนจบใช่ไหมคะ”

“ครับ... แล้วตอนนี้น้องอัปสรทำอะไรอยู่ล่ะ” เขาถามพลางขยับเนกไทให้หลวมลง ราวกับอากาศรอบตัวมันร้อนขึ้นกะทันหัน

“อัปสรทำงานเป็นเลขาฯ ค่ะ”

“อ้อ!!...” นิคครางในลำคอ จินตนาการภาพเธอในชุดเลขาฯ นั่งอยู่บนตักเขาในห้องทำงานส่วนตัว

“สนใจไปทำงานที่บริษัทของคุณพ่อพี่ไหมครับ? พอดีท่านต้องการตำแหน่งเลขาฯ อยู่พอดีเลย”

“อัปสรเพิ่งจะได้งานเองค่ะ แล้วก็เป็นบริษัทของเพื่อนคุณพ่อด้วย... คือท่านส่งอัปสรเรียนมาน่ะค่ะ เลยเกรงใจถ้าจะต้องย้ายงานตอนนี้”

คำตอบนั้นทำให้นิคชะงักไปเล็กน้อย แต่ความต้องการที่พลุ่งพล่านในอกกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย เขายังคงจดจ้องที่ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อของเธออย่างไม่วางตา

“แต่พี่พูดจริง ๆ นะ... ว่าน้องอัปสรสวยขึ้นมากจริง ๆ ”

“ขอบคุณค่ะ... แต่พี่นิคก็ชมเกินไป” แก้มเนียนเริ่มซับสีเลือดจากคำพูดกึ่งรุกกึ่งหยอกนั้น

“ว่าแต่น้องอัปสรเถอะ จะไปไหนครับ ให้พี่ไปส่งไหม?”

“อ้อ ไม่เป็นไรค่ะ”

“ไม่ต้องเกรงใจพี่หรอกน่า เราคนกันเอง” ชายหนุ่มคะยั้นคะยอ

“พอดีอัปสรมากับเพื่อนค่ะ ยังไงไม่รบกวนดีกว่า เย็นมากแล้วอัปสรขอตัวก่อนนะคะเดี๋ยวเพื่อนจะรอ” หญิงสาวโกหกคำโตก่อนจะส่งยิ้มบาง ๆ ที่ดูทรงเสน่ห์โดยไม่ตั้งใจออกมา ท่าทางขัดเขินเล็กน้อยบวกกับดวงตาปรือปรอยที่ดูประหม่านั้น ยิ่งทำให้อัปสรดูน่าขย้ำและน่ารังแกในสายตาของหนุ่มรุ่นพี่มากขึ้นเป็นเท่าตัว

นิคมองตามแผ่นหลังบางและสะโพกที่ส่ายไหวอย่างเป็นธรรมชาติขณะที่เธอเดินจากไป ความร้อนรุ่มในกายหนุ่มเริ่มก่อตัวขึ้นจนเขานึกอยากจะคว้าตัวเธอเข้ามากอดจูบเสียเดี๋ยวนี้ ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างออกแล้วรีบวิ่งตามไป

“เดี๋ยวก่อนสิครับ! พี่ขอไลน์น้องอัปสรไว้หน่อยได้ไหม เผื่อว่าเราจะได้มีโอกาสคุยกัน” นิคขยับกายเข้าหาจนได้กลิ่นหอมกรุ่นที่เย้ายวนใจยิ่งกว่าเดิม หัวใจของเขาเต้นรัวแรงด้วยความปรารถนาที่พุ่งพล่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ตรีอัปสรชั่งใจอยู่ชั่วครู่ ดวงตากลมโตสั่นไหวเล็กน้อย ใจหนึ่งเธอก็เกรงใจในฐานะรุ่นพี่ที่แสนดี อีกใจหนึ่งเธอก็เริ่มตระหนักถึงอาวุธใหม่ที่จริยาเพิ่งติดตั้งให้ หากเธออยากจะเอาชนะคนอย่างวายุ... บางทีการมีใครสักคนเข้ามาทำให้เขาเกิดอาการหวงก้างขึ้นมาบ้าง ก็อาจจะเป็นกลยุทธ์ที่ไม่เลวนัก

“อ๋อ... ได้ค่ะ” เธอตัดสินใจหยิบสมาร์ทโฟนออกมา ยื่นให้นิคแสกนเพิ่มเพื่อน นิครับไปจัดการอย่างรวดเร็วพลางส่งยิ้มพราวเสน่ห์มาให้

“ขอบคุณครับน้องอัปสร เอาไว้เดี๋ยวพี่ไลน์ไปคุยด้วยนะ”

“งั้นอัปสรขอตัวก่อนนะคะพี่นิค” เธอรีบตัดบทแล้วหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้นิคยืนมองตามสะโพกผายที่ขยับไหวตามจังหวะก้าวเดินด้วยสายตาเป็นประกาย
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel