บท
ตั้งค่า

13 อยากเอาชนะใจเธอ

ภายในห้องนอนที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าและเครื่องสำอางแบรนด์ ตรีอัปสรนั่งตัวลีบอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ เงาสะท้อนที่เห็นคือหญิงสาวในลุคยายเพิ้งเต็มขั้น ใบหน้าขาวใสตามธรรมชาติกลับดูซีดเซียวไร้ชีวิตชีวาเพราะขาดการบำรุง ริมฝีปากอิ่มรูปกระจับถูกฉาบด้วยลิปสติกสีนู้ดจนกลืนไปกับผิว ส่วนดวงตากลมโตสุกใสที่ควรจะเป็นจุดเด่นที่สุด กลับถูกจองจำอยู่หลังเลนส์แว่นหนาเตอะและหน้าม้าที่ตัดตรงลงมาปิดบังหน้าผากจนมิด

‘ฉันไม่มีวันพิศวาสผู้หญิงอย่างเธอหรอก’

ถ้อยคำสบประมาทที่แสนเย็นชานั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในมโนนึกของตรีอัปสรซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอกย้ำความรู้สึกด้อยค่าให้ยิ่งจมลึกลงไปในอก เธอเฝ้าถามตัวเองว่าเธอไม่ดีตรงไหน? ทั้งที่เรียนเก่งจนคว้าเกียรตินิยม ทำงานก็ไม่เคยบกพร่อง แต่ในสายตาของของเขาเธอกลับเป็นได้แค่ผู้หญิงจืดชืดที่แสนน่าเบื่อ ไร้ซึ่งเสน่ห์ดึงดูดทางเพศอย่างที่เขาปรารถนา

เมื่อความอัดอั้นถึงขีดสุด ตรีอัปสรจึงตัดสินใจพาตัวเองนั่งรถแท็กซี่มุ่งหน้ามาหาจริยาเพื่อนรักเพียงคนเดียวที่เธอไว้วางใจที่สุดเพื่อขอคำปรึกษา

“แกเป็นอะไรไป... หน้าตาซีดเซียวเชียวอัปสร เหมือนคนไม่ได้นอนมาทั้งคืน” จริยามองเพื่อนรักด้วยสายตาคาดคั้น ขณะที่ยื่นแก้วน้ำให้

“จริยา... ฉันจะทำยังไงดี” ตรีอัปสรเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาหลังเลนส์แว่นวูบไหวด้วยความเจ็บปวด

“มีอะไรก็พูดมา คุณหนูวายุเค้ารังแกอะไรแกอีก” จริยาเว้นวรรคพลางทำตาโต

“หรือว่า....แกไปเห็นเขาทำอะไรแบบเมื่อวันก่อนอีก?”

“ไม่ใช่ทั้งนั้นแหละ”

“เอ่อ!...นั่นสิ ไม่เห็นเป็นตากุ้งยิงแฮะ” มือเรียวของจริยาเชยคางเพื่อนขึ้นสำรวจใบหน้าจืดชืดนั้นอย่างพิจารณา จนในที่สุดตรีอัปสรก็ยอมเปิดปากเล่าความจริงทุกอย่างให้เพื่อนฟังอย่างละเอียด ตั้งแต่แผนการของคุณลุงวาทิต จนถึงสัมผัสคุกคามและคำพูดทำร้ายจิตใจของวายุที่คอนโดวันนั้น

“เขาบอกว่า... ต่อให้เหลือฉันเป็นผู้หญิงคนเดียวในโลก เขาก็ไม่มีวันชายตามอง” ตรีอัปสรแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง

“ฉันมันจืดชืดขนาดนั้นเลยเหรอแก” จริยานิ่งฟัง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“จืดน่ะมันจืดจริงอยู่หรอก... แต่ไม่ใช่เพราะแกไม่มีของดีหรอกนะ แต่เป็นเพราะแกตั้งใจซ่อนมันไว้ต่างหาก”

จริยานิ่งฟังพลางลอบสังเกตอาการของเพื่อน เธอรู้ดีว่าวายุคือรักแรกของตรีอัปสร เธอเคยแอบเห็นรูปถ่ายใบเก่าที่อัปสรแอบเก็บไว้ในลิ้นชักอย่างดี แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี และอัปสรจะเคยออกเดตกับชายหนุ่มคนอื่นบ้าง แต่เธอก็ไม่เคยเห็นเพื่อนคนนี้เปิดใจให้ใครได้จริงๆ สักครั้ง

“สรุปว่าแกยังรักพี่เขาอยู่” จริยายิงคำถามตรงประเด็นใส่เพื่อนทันทีอย่างไม่อ้อมค้อม

“อืม... ก็ประมาณนั้นแหละ” ตรีอัปสรพึมพำยอมรับด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ

“ถ้างั้นก็จะกลัวอะไรล่ะ โอกาสทองรอแกอยู่ตรงหน้าแล้วไง!”

“แต่ฉันมองว่ามันไม่ใช่โอกาสน่ะสิ” หญิงสาวหันมาบอกเพื่อนด้วยสีหน้าหม่นลง

“ฉันกลัว... กลัวไปหมด”

“กลัวหรือไม่มั่นใจ เอาให้แน่?” จริยาจ้องหน้าเพื่อน

“ไม่มั่นใจด้วย กลัวด้วย... ฉันยังเวอร์จิ้นนะแก!” ประโยคนี้ทำให้จริยาถึงกับหลุดขำออกมาด้วยความเอ็นดู

“โถ่เอ๊ย!!!... แกไปอ่านทฤษฎีก่อนเลย ส่วนปฏิบัติน่ะมันไม่ยากเท่าไหร่หรอก ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ”

“แกพูดเหมือนรู้ดีเลยนะ หรือว่าแอบมีแฟนแล้วไม่บอกฉัน!” ตรีอัปสรหันมาคาดคั้นเพื่อนกลับบ้าง

“จะบ้าเหรอ! ฉันก็เวอร์จิ้นเหมือนแกนั่นแหละ แก๊งเรามีแค่ยัยภัคคนเดียวที่สละโสดไปแล้ว” จริยารีบแก้ตัวก่อนจะวกกลับเข้าเรื่องสำคัญ

“แล้วจะไปญี่ปุ่นเมื่อไหร่”

“อาทิตย์หน้านี้แล้ว... ฉันกลัวจังเลยจริยา กลัวว่าถ้าพี่วายุรู้ความจริงว่าฉันร่วมมือกับคุณลุง แล้วเขาจะโกรธฉันขึ้นมา”

“แกก็มัวแต่คิดถึงเรื่องที่ยังไม่เกิด! แกอย่าลืมสิว่าโอกาสที่จะได้อยู่กับเขาสองต่อสองแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ นะ” จริยาเตือนสติ

“หรือแกกลัวความเจ้าชู้ของเขา?”

“ก็เขาควงแต่ระดับนางแบบ พริตตี้ทั้งนั้น... แล้วอย่างฉันล่ะจริยา”

“แกก็สู้พวกนั้นได้!” จริยาประกาศกร้าวพลางยิ้มกริ่ม

“อ๋อ!!...ฉันรู้ล่ะ...ที่แกมาหาฉันวันนี้ ก็เพราะเรื่องนี้ด้วยใช่ไหม”

“อือ!!!...” ตรีอัปสรพยักหน้ายอมรับ

“โอเค! ฉันรับรองว่าต่อไปนี้แกจะไม่ใช่อีเพิ้งคนเดิมอีกต่อไป แต่ก่อนจะเริ่ม... ฉันถามแกคำเดียว แกรักเขามากพอที่จะเสี่ยงไหม?” จริยาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเพื่อนด้วยความจริงจัง

“เสี่ยงที่จะต้องพลาดท่า... หรือท้องไส้ขึ้นมาน่ะ” ตรีอัปสรนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างตัดสินใจ

“ฉันยอมเสี่ยง เพราะฉันรักเขา ถึงแม้สุดท้ายจะต้องเสียใจ แต่อย่างน้อยฉันก็อยากจะลองสู้เพื่อความรักดูสักครั้ง”

“งั้นวันนี้แกพร้อมไหม?”

“พร้อมสิ!”

“ดีมาก! ถ้าพร้อมแล้ว วันนี้ฉันจะพาแกไปเปลี่ยนลุค ถอดคราบยายเพิ้งนี่ออกให้หมด เอาให้พี่วายุตะลึงจนตาค้างไปเลย!”

ปฏิบัติการกระชากหน้ากาก ยัยแว่นหน้าจืด เริ่มต้นขึ้นที่ซาลอนหรูใจกลางเมือง จริยาจัดการจองคิวช่างฝีมือดีที่สุดเพื่อชำระล้างลุคเด็กเนิร์ดให้หมดสิ้นไป ตรีอัปสรนั่งตัวลีบอยู่บนเก้าอี้ ปล่อยให้กรรไกรคมกริบฉับไล่ไปตามเส้นผมที่เคยถูกตัดตรงอย่างไร้ทรง

“เอาทรงนี้เลยค่ะช่าง หน้าม้าซีทรูแบบสไลซ์ข้างบางๆ เวลาไปอยู่ญี่ปุ่นอากาศหนาวๆ ลมแรงๆ จะได้จัดทรงง่าย” จริยาสั่งการอย่างคล่องแคล่ว ตรีอัปสรมองปอยผมที่ร่วงหล่นด้วยใจระทึก จนกระทั่งช่างไดร์จัดทรงเสร็จสิ้น ภาพในกระจกก็เริ่มเปลี่ยนไป... ใบหน้าที่เคยถูกปิดบังดูสว่างสดใสและโฉบเฉี่ยวขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์

จากนั้นเพื่อนสาวก็ลากเธอเข้าสู่โซนแฟชั่นที่เปรียบเสมือนสมรภูมิรบ

“ขอดูชุดทำงานที่เน้นทรวดทรงหน่อยค่ะ” ตรีอัปสรถูกยัดเข้าห้องลองชุดคนแล้วชุดเล่า เธอเดินออกมาด้วยท่าทางประหม่า แต่จริยากลับตาโตเท่าไข่ห่าน เมื่อเห็นเพื่อนรักในชุดเดรสรัดรูปสีนู้ดที่ขับเน้นความอวบอิ่มซึ่งเคยถูกซ่อนไว้ภายใต้เสื้อลูกไม้ตัวโคร่ง

“แบบนี้แหละ! ฉันรับรองว่าพี่วายุของแกหนีไม่รอดแน่ๆ” จริยาประกาศชัยชนะ พลางกวาดสายตาสำรวจส่วนโค้งเว้าที่น่าหลงใหล

“เลิกใส่ไปเลยนะพวกเสื้อคอปิดมิดชิดถึงคางน่ะ มันดูแก่! ใส่เป็นเดรสสั้นเข้ารูปสลับกับเดรสยาวผ่าหน้าขาแบบนี้สิ ฉันรับรองพี่วายุของแกได้นั่งไม่ติดเก้าอี้แน่ ๆ”

“แต่ฉันว่ามัน... มันโป๊ไปหน่อยนะแก” ตรีอัปสรบอกอย่างอายๆ พยายามดึงชายกระโปรงที่สั้นเหนือเข่าลงมาปิดต้นขาขาเนียน

“มันก็ต้องมีเปิดบ้างสิแก หนังดี ๆ ยังต้องมีตัวอย่างให้ดูเลย” จริยาหัวเราะร่า ก่อนจะหยิบไม้ตายสุดท้ายออกมา

“มา... ถึงขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุดแล้ว” จริยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพลางก้าวเข้ามาประชิดตัวเพื่อนรัก

“อะไรเหรอ?” ตรีอัปสรเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย มือเรียวยังคงลูบไล้ไปตามเส้นผมทรงใหม่ที่เพิ่งทำเสร็จ

“ถอดแว่นออกซะ!”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel