บท
ตั้งค่า

12 รอยอดีตที่ผูกมัด

บรรยากาศภายในห้องครัวเล็กๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความอบอุ่นทว่ากลับเต็มไปด้วยความหนักอึ้งในใจ ตรีอัปสรเดินเข้าไปยืนเคียงข้างมารดาที่กำลังล้างจานอยู่เงียบๆ เธอหยิบผ้าสะอาดขึ้นมาช่วยเช็ดจานพลางทอดถอนใจยาวจนมารดาต้องหันมามอง

“คุณแม่!!!... หนูไม่อยากไปญี่ปุ่นกับพี่วายุเลยค่ะ” น้ำเสียงนั้นสั่นเครือแฝงไปด้วยความอึดอัดใจอย่างปิดไม่มิด ผู้เป็นมารดาชะงักมือที่กำลังถูวนบนจานกระเบื้อง ก่อนจะหันมาสบตาบุตรสาวด้วยความเห็นใจ

“ทำไมล่ะลูก? ในเมื่อคุณลุงวาทิตท่านอุตส่าห์ไว้วางใจให้หนูไปช่วยงานเชียวนะ”

“คุณแม่ช่วยยกเลิกสัญญาบ้าๆ บอๆ ระหว่างสองครอบครัวเราเถอะนะคะ ไหน ๆ คุณพ่อก็ไม่อยู่แล้ว... หนูไม่อยากเอาตัวเองไปผูกติดกับคนใจร้ายแบบนั้น” มารดาถอนหายใจออกมาแผ่วเบา

“แม่ก็เห็นใจหนูนะลูก แต่หนูอย่าลืมว่าคุณลุงวาทิตมีพระคุณกับครอบครัวเรา ตั้งแต่พ่อหนูเสียไป ก็ได้ท่านคอยส่งเสียหนูจนเรียนจบมาได้ ลำพังแม่คนเดียวคงไม่มีปัญญาพาส่งหนูไปได้ไกลขนาดนั้นหรอก”

“เฮ้อ!!!... นี่หนูต้องทนรองรับอารมณ์เขาไปถึงเมื่อไหร่กันนะ” ตรีอัปสรพึมพำ ใบหน้าหมองเศร้า

“เอาเถอะลูก... ถ้าพี่เขาเบื่อขี้หน้าหนูจริงๆ เขาก็คงอยู่ห่างๆ หนูไปเองแหละ อีกอย่างแม่ว่ามันก็ปลอดภัยดีนะ เขาจะได้ไม่ทำรุ่มร่ามกันหนูไง” มารดาส่งยิ้มปลอบโยนพลางตบไหล่เบาๆ

“โบราณเขาว่าไว้... เกลียดสิ่งไหนมักได้สิ่งนั้นนะลูก”

ตรีอัปสรยืนนิ่งพูดอะไรไม่ออก ได้แต่เก็บงำความเสียใจและหวาดหวั่นไว้ภายใต้รูปลักษณ์ที่จงใจแต่งให้จืดชืดที่สุด ใบหน้าขาวใสไร้การตกแต่งถูกทาด้วยลิปสติกสีซีดจนดูไร้ชีวิตชีวา ดวงตากลมโตสวยซึ้งถูกซ่อนไว้หลังกรอบแว่นหนาเตอะที่ทำให้เธอดูเป็นยัยเชยในสายตาคนรอบข้าง แถมยังมีผมม้าตัดตรงปกคลุมหน้าผาก ยิ่งทำให้เธอดูเหมือนยายเพิ้งที่วายุสุดแสนจะรังเกียจ

“ท่องเอาไว้นะลูก... ทำเพื่อคุณลุงวาทิต” มารดาย้ำเตือนสติ

หญิงสาวถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพียงแค่ทำงานร่วมกับเขาไม่ถึงเดือน หัวใจเธอก็ห่อเหี่ยวจนแทบไร้เรี่ยวแรง และหากต้องไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไกลถึงญี่ปุ่นตั้งสามสัปดาห์... ในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก ในห้องนอนที่อาจจะต้องใช้ลมหายใจร่วมกัน

“ถ้าไม่ใช่เพราะคุณลุงคือผู้มีพระคุณ... อัปสรจะไม่มีวันเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับคาสโนวาอย่างพี่วายุเด็ดขาด!” เธอพึมพำเบา ๆ ก่อนจะจ้องมองภาพตัวเองในเงาสะท้อนของแก้วน้ำ พลางนึกถึงสัมผัสคุกคามที่เขาฝากไว้ชิดซอกคอเมื่อกลางวัน ความวาบหวามที่แฝงมากับความกลัวเริ่มเกาะกุมหัวใจทีละน้อย ทริปญี่ปุ่นครั้งนี้คงไม่ต่างจากการเดินเข้ากรงขังเสน่หาที่เธอไม่มีทางรู้เลยว่า... คาสโนวาอย่างเขาจะตะปบเหยื่อจืดชืดอย่างเธอให้จมเขี้ยวในคืนไหน

ภาพความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาแจ่มชัดในมโนนึกของวิภาวรรณ... วันที่ท้องฟ้าเหนือไร่ชามืดครึ้มด้วยเมฆฝนและหยาดน้ำตาแห่งการสูญเสีย คมสันสามีผู้เป็นที่รักจากไปอย่างกะทันหัน ทิ้งให้เธอและลูกสาวต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเพียงลำพัง หากไม่ได้วาทิตเพื่อนรักของสามีเข้ามาประคองไว้ในวันที่ล้มลง ครอบครัวของเธอคงไม่อาจยืนหยัดอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้

ในศาลาไม้กลางไร่ชาที่รายล้อมไปด้วยความเงียบเหงา วาทิตจ้องมองเพื่อนรุ่นน้องอย่างวิภาวรรณด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเมตตาและมุ่งมั่น เขาเอื้อมมือไปแตะไหล่สั่นเทาของเธอเบาๆ เป็นการให้กำลังใจ

“พี่ยินดีช่วยเหลือวรรณทุกอย่างนะ มีอะไรก็ปรึกษาพี่ได้เสมอ อย่าเกรงใจกันเลย”

“วรรณขอบคุณพี่วาทิตมากนะคะ... แต่วรรณไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจเลย แล้วตอนนี้เราก็เหลือกันแค่สองแม่ลูก อัปสรเองก็ยังเรียนอยู่ไกลถึงญี่ปุ่น วรรณมองไม่เห็นทางข้างหน้าเลยค่ะพี่” วิภาวรรณสะอื้นพลางเช็ดหยาดน้ำตา

“พี่สัญญากับคมสันเอาไว้ก่อนเขาจะสิ้นใจแล้ว ว่าพี่จะดูแลวรรณกับลูกให้ดีที่สุด” วาทิตสูดลมหายใจลึก ก่อนจะเอ่ยถึงพันธสัญญาที่สำคัญที่สุด

“พี่ตั้งใจไว้ว่า... ทันทีที่หนูอัปสรเรียนจบกลับมา พี่จะให้ลูกชายของพี่แต่งงานกับหนูอัปสรทันที พี่อยากให้เราสองครอบครัวกลายเป็นทองแผ่นเดียวกัน”

“พี่วาทิต!!...”

“ส่วนเรื่องกิจการในไร่ชา วรรณไม่ต้องเป็นห่วงนะ พี่จะบริหารให้เอง ปลูกชาได้เท่าไหร่ ก็ส่งเข้าโรงงานผลิตของพี่ได้ทั้งหมด พี่จะรับซื้อไว้เองในราคาสูงที่สุด”

“ถ้าพี่อยากซื้อไร่... วรรณก็ยินดีขายนะคะ วรรณไม่อยากให้พี่ต้องลำบากมาแบกภาระเพิ่ม”

“อย่าเพิ่งพูดเรื่องขายเลยวรรณ ไปคุยกับหนูอัปสรก่อนเถอะ พินัยกรรมคมสันยกไร่นี้ให้อัปสรไม่ใช่เหรอ? ให้ลูกตัดสินใจเองดีกว่า” วาทิตส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

“พี่จะช่วยบริหารไร่ให้ก่อน ส่วนค่าเล่าเรียนของอัปสรที่ญี่ปุ่น พี่จะเป็นคนจ่ายให้ทั้งหมดนะ อย่าห่วงเลย... พี่แค่หวังว่า เมื่อลูกของเราทั้งสองกลับมา พี่จะมาขอหนูอัปสรให้เจ้าวายุลูกชายของพี่ตามที่ตกลงกันไว้”

“ลูกชายพี่ก็มีคนเดียว ลูกสาววรรณก็มีคนเดียว...” วิภาวรรณพึมพำพลางมองออกไปยังแนวเขาที่ปกคลุมด้วยไอหมอก

“ถ้าเขากลับมาอยู่ที่นี่ แล้วทั้งสองรักกันได้อย่างที่เราหวังไว้... มันคงจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิตของวรรณเลยค่ะ”

ภาพในอดีตเลือนหายไป แทนที่ด้วยภาพของตรีอัปสรในปัจจุบันที่นั่งหน้าเศร้าอยู่ตรงหน้า วิภาวรรณมองบุตรสาวด้วยความรู้สึกผิดแกมเวทนา เธอรู้ดีว่าหนี้บุญคุณนี้ช่างยิ่งใหญ่และหนักอึ้ง แต่ในใจลึกๆ เธอยังแอบหวังว่า... เสน่ห์ที่ซ่อนเร้นภายใต้อาภรณ์จืดชืดของบุตรสาว และความเร่าร้อนป่าเถื่อนของพยัคฆ์หนุ่มอย่างวายุ จะสามารถหลอมรวมกันจนกลายเป็นความรักที่แท้จริงได้ในที่สุด
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel