บทที่ 3
เพล้ง!
‘สตรีผู้นี้ช่างน่ารำคาญเสียจริง’
เสียงกระเบื้องเคลือบตกลงกระทบกับพื้นแตกกระจายไปทั่วทั้งพื้นห้องน้ำหวานสีแดงสดสาดกระเซ็นถูกปลายกระโปรงของหยางซูฉิน ไม่เพียงเท่านั้นนางยังยกมือขึ้นตบไปที่ใบหน้าของตนเองแรงๆ ไปหนึ่งครั้ง ลู่เหยียนซินมองนางด้วยความตื่นตะลึง
'จะหาเรื่องใส่ร้ายข้าทั้งทีถึงกลับต้องลงทุนทำร้ายตัวเองถึงเพียงนี้เลยอย่างนั้นหรือ’
"พระชายาหม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจโปรดระงับโทสะด้วยเพคะ"
หยางซูฉินทรุดตัวนั่งลงกับพื้นห้องนางมองมาที่ลู่เหยียนซินด้วยแววตาที่ชิงชัง เรียวปากของนางเหยียดยิ้มออกมาพลางบีบน้ำตาให้ไหลอาบลงมาดูแล้วน่าสงสารยิ่งนัก
เสียงร้องไห้คร่ำครวญของนางสร้างความรำคาญให้แก่ลู่เหยียนซินผู้เป็นเจ้าของห้องนี้เป็นอย่างมาก นางจ้องมองการกระทำของหยางซูฉินด้วยแววตาแข็งกร้าวจนหยางซูฉินเองยังรู้สึกขนลุกขนชันไปทั่วทั้งร่างกาย
หากเป็นแต่ก่อนลู่เหยียนซินคงจะอาระวาดหนักไปแล้วแต่วันนี้นางกลับนิ่งเงียบนั่งมองหยางซูฉินแสดงละครด้วยสีหน้านิ่งเฉย ลู่เหยียนซินกรอกตาแล้วมองไปที่หยางซูฉินผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสาวงามกิริยามารยาทเรียบร้อยอ่อนหวาน นางเผยตัวตนที่เลวทรามให้ลู่เหยียนซินเห็นมานับครั้งไม่ถ้วนแต่กลับไม่มีผู้ใดมองเห็นกิริยานั้นเสียที
‘คนพวกนั้นก็ช่างโง่เขลาเสียจริง’
ปัง!
ประตูห้องนอนของนางถูกถีบออกด้วยฝ่าเท้าของบุรุษชุดคลุมสีเขียวหยกใบหน้าหล่อเหลาอันไร้ที่ติแต่กลับมีแววตาแข็งกร้าวดุจเหยี่ยวที่มองมายังลู่เหยียนซินก่อนสลับมองไปที่หยางซูฉิน
เมื่อเห็นสภาพนางที่นั่งจมปุกอยู่บนพื้นห้องและเห็นเสี้ยวใบหน้าของนางนั้นมีรอยแดงจากฝ่ามือปรากฎขึ้น ความโกรธเกรี้ยวก็เริ่มฉายชัดในแววตาของอ๋องฉิน
เขาย่างกรายเข้ามาหาลู่เหยียนซินออกแรงดึงแขนนางให้ลุกขึ้นจากเตียงนอนและยกมือขึ้นตบเข้าไปที่ใบหน้าของนางฉาดหนึ่งจนนางล้มลงไปกับพื้น ตบนางแรงมากจนกระทั่งใบหน้าสะบัดไปด้านข้างเลยทีเดียว
เขาย่อตัวลงใช้สองนิ้วออกแรงบีบที่ลำคอของนางคล้ายมีเจตนาจะบีบให้กระดูกแหลกคามืออย่างไรอย่างนั้น ดวงตาเกรี้ยวกราดเหมือนพายุอันบ้าคลั่งกัดฟันกรอดแล้วพูดขึ้นว่า
"เจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ"
มุมปากของลู่เหยียนซินมีเลือดไหลออกมาแล้ว นางรู้สึกเจ็บมากแต่ก็ยังฝืนยิ้มขึ้นอย่างยากลำบากพร้อมจ้องหน้าเขา
"ข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่าอย่าได้แตะต้องหยางซูฉินอีกมิเช่นนั้นข้าจะหักมือของเจ้าทิ้งเสีย"
"ท่านอ๋องโปรดอย่าทำร้ายพระชายาเลยเพคะเป็นหม่อมฉันที่ไม่ดีเอง พระชายาไม่ชอบที่หม่อมฉันเข้ามาที่จวนของท่าน แต่ว่าหม่อมฉัน…หม่อมฉันเพียงแค่ทนคิดถึงท่านอ๋องไม่ไหว ฮือๆ"
ลู่เหยียนซินรู้สึกสะอิดสะเอียนกับคำพูดของนางอยู่ไม่น้อยในช่วงเวลาที่เขาหันไปมองหยางซูฉินเพียงครู่เดียวเท่านั้น ลู่เหยียนซินก็รีบดึงเอาปิ่นปักผมออกมาแล้วปักไปที่ต้นขาของอ๋องฉินอย่างแรงจนเขาจำต้องยอมปล่อยมือออกจากใบหน้าของนาง ทำให้ลู่เหยียนซินหลุดพ้นจากพันธนาการนั้นชั่วคราว
"ท่านอ๋อง! เจ็บมากหรือไม่เพคะ" หยางซูฉินเองก็ดูจะตื่นตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่น้อย นางรีบเข้ามาดูบาดแผลของอ๋องฉินอย่างรวดเร็ว
ลู่เหยียนซินกระเถิบตัวถอยห่างจากคนทั้งคู่ก่อนจะถุยเลือดสดๆ ลงบนพื้นห้องพลางจ้องมองพวกเขาด้วยแววตารังเกียจอย่างไม่คิดจะปกปิดความรู้สึกเลยสักนิด
ลี่ถิงสาวใช้คนสนิทของลู่เหยียนซินที่เพิ่งกลับมาจากห้องครัวก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมากนางวางกาน้ำชาบนโต๊ะแล้วรีบวิ่งเข้ามาหาลู่เหยียนซินอย่างรวดเร็ว
“พระชายาท่านเป็นอย่างไรบ้าง”
ลู่เหยียนซินส่ายหัวให้เด็กสาวพลางหันกลับมามองคนทั้งคู่อีกครั้ง อ๋องฉินมองเห็นแววตาว่างเปล่าที่คละคลุ้งไปด้วยความกรุ่นโกรธและไม่มีแววตาของความรักหลงเหลืออยู่เลยแม้เพียงนิด
เขานึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยเพราะเมื่อก่อนลู่เหยียนซินจะพยายามหาหนทางเข้าหาเขาทุกครั้งทั้งยังแสดงแววตาอันหวานซึ้งว่ารักใคร่เขามากเพียงใดแต่ครั้งนี้กลับแตกต่างออกไป
‘เกิดอะไรขึ้นกับนาง’
"ข้าไม่ได้ทำอะไรนางทั้งนั้น"
"หากไม่ใช่เจ้าแล้วจะเป็นใครกัน!"
"ข้าเจ็บหนักถึงเพียงนี้จะเอาแรงที่ไหนไปตบตีคนรักของท่านกัน ท่านอ๋องท่านเองก็ดูจะปราดเปรื่องเหตุใดเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ถึงได้ดูไม่ออกกันล่ะ"
นางพูดขึ้นพลางเหยียดยิ้มไปให้เขา แววตาที่แข็งกร้าวและรอยยิ้มที่เยือกเย็นนั้นทำเอาชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย
"เป็นนางที่เข้ามาในเรือนของข้าและมาหาเรื่องข้าเองต่างหาก"
"แต่ว่าหม่อมฉันยืนยันได้นะเพคะท่านอ๋องว่าพระชายาตบคุณหนูจนล้มลงไปกับพื้น"
"หุบปาก! บ่าวรับใช้เช่นเจ้ากล้าโป้ปดต่อหน้าท่านอ๋องอย่างนั้นหรือ" ลู่เหยียนซินตะคอกใส่สาวใช้ของหยางซูฉินเสียงดังส่งผลให้หญิงสาวทั้งสองสะดุ้งตกใจไปไม่น้อย
"คุณหนูหยางผิวหน้าของเจ้าคงบอบบางมากสินะช่างไม่เหมือนความใจกล้าที่เจ้ามีเลยสักเพียงนิด ท่านอ๋องผู้ปราดเปรื่องหากท่านจะสืบสาวราวเรื่องจริงๆ ท่านย่อมรู้ว่าใครพูดจริงพูดปดกันแน่"
อ๋องฉินได้ยินดังนั้นก็ไปมองหยางซูฉินเขามองเห็นความผิดปกติบางอย่าง หรืออาจจะเป็นเพราะความเกลียดชังที่มีต่อลู่เหยียนซินจึงทำให้เขาเลอะเลือนมองเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่ถี่ถ้วนกันแน่
"ท่านอ๋องหม่อมฉันเจ็บเพคะ"
"ข้าเป็นชายาของท่านอยู่ในจวนของท่าน หากสืบสวนแล้วสุดท้ายข้าผิดจริงท่านสามารถลงโทษข้าได้ทุกเมื่อ" นางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยหน่ายเต็มทน
"แต่ตอนนี้พวกท่านรบกวนเวลาพักผ่อนของข้าแล้วเชิญพวกท่านออกไปเสียทีเถอะข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกท่าน หากอยู่นานกว่านี้มันพานทำให้ข้าหงุดหงิดจนอาจจะทำเรื่องผิดๆ ขึ้นมาจริงๆ ก็ได้"
นางพูดด้วยความเร็วน้ำเสียงนิ่งสายตาที่จับจ้องมายังหยางซูฉินนั้นแข็งกร้าวดูเยือกเย็นจนนางเองก็ยังรู้สึกหวาดหวั่นไม่น้อย
หยางซูฉินไม่กล้าสบตาลู่เหยียนซินตรงๆ นางทำได้เพียงซบไปที่อกแกร่งของอ๋องฉินเท่านั้น
‘นางบ้าผู้นี้เมื่อก่อนไม่เคยทันเล่ห์เหลี่ยมของข้าเลยสักครั้งเป็นต้องถูกท่านอ๋องลงโทษทุกครั้งไป แต่ครั้งนี้นางกลับนิ่งเฉยและรู้ทันเสียอย่างนั้นเป็นไปได้อย่างไรกันนะ’
