บทที่ 4
อ๋องฉินจ้องมองลู่เหยียนซินเล็กน้อยเขามองเห็นความหยาบกระด้างของวาจาและแววตาที่นางแสดงออกมา ความรักใคร่ที่นางเคยมีให้เขาดูเหมือนจะจางหายไปจนหมดสิ้นแล้วสร้างความประหลาดใจให้เขาอยู่ไม่น้อย
‘แต่เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ’
"ท่านอ๋องพวกเราออกไปจากที่นี่กันเถอะเพคะ"
“อืม” เขาหันไปมองหญิงสาวด้วยแววตาที่อ่อนโยนก่อนจะหันกลับมามองลู่เหยียนซินอีกครั้ง แววตาที่มองมาตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง
"เจ้าอย่าได้คิดก่อเรื่องอีก ครั้งนี้ข้าจะกักบริเวณเจ้าแต่หากเจ้ายังไม่สำนึกคิดจะก่อเรื่องขึ้นมาอีกก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือนเจ้าก็แล้วกัน"
พูดจบก็ประคองหยางซูฉินออกไปจากเรือนแห่งนี้ด้วยความรวดเร็ว
"ท่านก็ควรดูแลคนของท่านให้ดีอย่าให้นางมารบกวนข้าก็พอ!"
อ๋องฉินหันกลับมามองนางขวับด้วยใบหน้าบึ้งตึงเขาเห็นนางส่งยิ้มที่มุมปากพลางโบกมือให้ ชั่วขณะหนึ่งเขาเองก็ยังนึกสงสัยว่าสตรีผู้นั้นคือลู่เหยียนซินชายาที่เขาแต่งเข้ามาหรือไม่ เพราะดูเหมือนนางจะไม่หลงเหลือแววตาของสตรีที่คลั่งรักเลยสักเพียงนิด มีเพียงความว่างเปล่า ใช่แล้วเขาสัมผัสได้ว่าแววตาของนางนั้นว่างเปล่ามาก!
หยางซูฉินเองก็หันกลับมามองนางด้วยแววตาเกลียดชัง ‘สักวันเถอะข้าจะต้องเป็นพระชายาเอกและจะเขี่ยเจ้าออกจากจวนแห่งนี้ให้จงได้!’
ทั้งคู่รีบเดินออกไปจากเรือนซินหยางหลังจากนั้นความเงียบสงบก็เข้ามาแทนที่ทำให้ลู่เหยียนซินเริ่มรู้สึกหายใจสะดวกขึ้น
"ไปได้เสียทีทำตัวน่ารังเกียจเสียจริงตาอ๋องบ้านั่นก็ช่างขี้เก๊กโง่เขลาเหมือนตัวอะไรสักอย่าง รู้เช่นนี้ข้าน่าจะตบเรียกสติสักทีสองทีท่าจะดีไม่น้อยเลย”
“!”
ลู่เหยียนซินหมุนตัวตั้งท่าจะเดินกลับไปนอนพักเอาแรงอีกสักเล็กน้อย แต่เมื่อมองไปเห็นสีหน้าของลี่ถิงสาวใช้คนสนิทของเจ้าของร่างนี้ก็ต้องหยุดชะงักไปทันที
‘แย่แล้ว! ลืมไปได้อย่างไรว่านางยังอยู่ที่นี่’
“มีอะไรหรือ”
“เมื่อครู่พระชายาพูดว่าอะไรนะเพคะ”
“คะ คือว่า…โอ๊ย! ช่างเถอะถือเสียว่าไม่ได้ยินก็แล้วกัน แต่ว่าตอนนี้เจ้าช่วยเก็บกวาดห้องให้ข้าทีแล้วก็เตรียมน้ำอุ่นๆ ให้ข้าด้วย"
"เพคะพระชายา"
ในขณะที่สาวใช้ของนางกำลังจัดเตรียมน้ำสำหรับอาบอยู่นั้น ลู่เหยียนซินก็เดินสำรวจเรือนแห่งนี้ไปจนทั่ว
‘น่าแปลกเป็นถึงพระชายาเอกแต่เหตุใดเรือนพักอาศัยถึงได้ดูธรรมดาไม่สมฐานะเอาเสียเลยล่ะ’
หญิงสาวเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องอาบน้ำก่อนจะเดินเข้าไปด้านใน ลี่ถิงจึงก้าวเข้ามาก่อนจะเอื้อมมือมาตรงหน้านางหมายจะถอดชุดให้ผู้เป็นนายสาว
“ดะ เดี๋ยวสิ! เจ้าจะทำอะไร”
“ก็พระชายาจะอาบน้ำ บ่าวก็จะถอดชุดให้อย่างไรเล่าเพคะ”
“ไม่ต้อง ข้าทำเองได้”
“เอ๋ ทำไมเล่าเจ้าคะทุกทีก็เป็นหน้าที่ของบ่าวนี่นา”
‘บ้าจริง! นี่ลู่เหยียนซินคนเก่าแย่ถึงเพียงนั้นเลยหรือ ก็แค่อาบน้ำยังให้สาวใช้ทำให้ข้าจะบ้าตาย’
“เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ข้าทำเองได้น่าจากนี้ไปเจ้าไม่ต้องทำแล้วนะ”
“ก็ได้เพคะพระชายา”
“เจ้าหันหลังไปทีข้าจะถอดเสื้อผ้า”
“เอ๋”
“เถอะน่า”
“ก็ได้เพคะ”
ลี่ถิงรับคำสั่งก่อนหมุนตัวหันหลังให้นาง หญิงสาวส่ายหัวให้กับความไม่ได้เรื่องของเจ้าของร่างนี้ก่อนจะค่อยๆ ถอดอาภรณ์ออกทีละชิ้นจนร่างกายเปลือยเปล่าเผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งที่ยั่วยวนสายตาแต่ความเจ็บแสบที่แผ่นหลังทำให้นางอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา
‘ในตอนที่สตรีผู้นี้ถูกโบยจะเจ็บมากแค่ไหนกันนะ แล้วนางทนไปได้อย่างไรกัน’
ลู่เหยียนซินค่อยๆ ก้าวเท้าลงไปในถังอาบน้ำเมื่อผิวกายสัมผัสกับความอุ่นก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บแสบบนแผ่นหลังที่หลงเหลืออยู่
ลี่ถิงที่เดินไปหยิบเอาผ้าสำหรับขัดผิวก็เดินกลับมาหาผู้เป็นนายจากนั้นก็ลงมือขัดผิวกายขาวผ่องของลู่เหยียนซินเบาๆ ปากก็บ่นพึมพำไปด้วย
"พระชายาเมื่อครู่ท่านไม่ควรทำร้ายท่านอ๋องเลยนะเพคะ"
"พวกนั้นหาเรื่องข้าก่อนนะเจ้าจะให้ข้าอดทนปล่อยให้พวกเขารังแกได้อย่างไรกัน”
"บ่าวก็เพียงแต่กลัวว่าท่านอ๋องจะสั่งโบยพระชายาอีกก็เท่านั้นเอง ตั้งแต่ท่านแต่งเข้ามาในจวนแห่งนี้ก็ไม่เคยเห็นท่านกล้าต่อปากต่อคำกับท่านอ๋องเลยสักครั้งนี่เพคะ”
“ข้าเนี่ยนะ”
“ก็ใช่น่ะสิเพคะ แต่วันนี้ท่านกลับทำร้ายท่านอ๋องจนเลือดไหลออกมาเช่นนั้นบ่าวคิดว่าพวกเราคงไม่พ้นที่จะต้องอดอาหารกันอีกอย่างแน่นอนเลยเพคะ"
"อดอาหารอย่างนั้นหรือ" ลี่ถิงพยักหน้าก่อนจะพูดต่อไปว่า
"ครั้งก่อนที่ท่านสั่งให้คนไปทำร้ายคุณหนูหยาง ท่านอ๋องโกรธมากสั่งโบยท่านไปห้าสิบไม้และสั่งห้ามไม่ให้ส่งอาหารมาที่เรือนตั้งสามวันเลยนะเพคะ"
"สามวันเลยหรือ!"
ลู่เหยียนซินได้ยินดังนั้นก็เริ่มนั่งไม่ติดแล้ว
‘สั่งกักบริเวณนางยังพอทนได้แต่จะให้นางอดอาหารนั้นไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด! นางต้องทำอะไรสักอย่าง’
"พระชายาถ้าอาบน้ำเสร็จแล้วบ่าวจะทายาที่หลังและเปลี่ยนผ้าปิดแผลให้นะเพคะ"
"อืม"
‘ให้อดอาหารตั้งสามวันนี่มันเท่ากับฆ่ากันชัดๆ เรื่องกินสำหรับข้าเรื่องใหญ่เลยนะไม่ได้ข้าต้องทำอะไรสักอย่าง!’
