บท
ตั้งค่า

บทที่ 2

“ฮึกๆ”

เสียงสะอื้นจากคนข้างกายทำเอาลู่เหยียนซินที่กำลังนั่งครุ่นคิดประติดประต่อความทรงจำเดิมของเจ้าของร่างนี้อยู่เป็นต้องรีบหันไปมอง

“เจ้าเป็นอะไร”

“ฮึก…บ่าวนึกว่าพระชายาจะไม่ฟื้นแล้วน่ะสิเพคะ”

“แต่ข้าก็ฟื้นขึ้นมาแล้วอย่างไรเล่า เรื่องแค่นี้เองเจ้าจะร้องไห้ไปทำไมกัน”

“ก็บ่าวดีใจนี่นาอย่างน้อยบ่าวก็จะไม่ต้องกลายเป็นบ่าวรับใช้ของพระชายาคนใหม่ผู้นั้น”

“พระชายาคนใหม่อย่างนั้นหรือ”

นางพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ลู่เหยียนซินมากขึ้น

“ข้าก็อยู่นี่แล้วและเจ้าก็ต้องอยู่กับข้าไปอีกนาน แต่ว่านะลี่ถิงเวลานี้ข้าคอแห้งมากอยากได้น้ำชาอุ่นๆ สักแก้ว เจ้าช่วยไปต้มให้ข้าที”

“บ่าวจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยเพคะ”

เด็กสาวรับคำสั่งก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปจากห้องนอนจนเกือบสะดุดกับขอบประตูไปแล้ว ลู่เหยียนซินส่ายหัวให้นางพลางนึกเอ็นดูเด็กสาวผู้นี้อยู่ไม่น้อย

‘หากนางรู้ว่าคนที่ฟื้นขึ้นมาไม่ใช่ลู่เหยียนซินพระชายาผู้นั้นของนางแล้วนางจะรู้สึกอย่างไรนะ จะเสียใจมากหรือไม่’

ลู่เหยียนซินเอนกายลงนอนบนเตียงหลังใหญ่นั้นต่อเพียงไม่นานก็ได้ยินสาวใช้ในจวนวิ่งมารายงานว่าหยางซูฉินมาขอเข้าพบ ครั้นอยากจะบอกปัดไปก็ดูเหมือนว่าจะไม่ทันการเสียแล้ว

เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังสม่ำเสมอมาจากทางหน้าประตูปรากฏให้เห็นเป็นหญิงสาวในชุดสีชมพูอ่อนรูปร่างอ้อนแอ้นอรชรราวกับกิ่งหลิวล้อลม ใบหน้าของนางเรียวเล็กเป็นรูปไข่ดูสะอาดตาดวงตากลมโตสุกใสดูซื่อบริสุทธิ์ดุจกวางน้อย

‘คงจะเป็นหยางซูฉินสินะ’

รูปร่างหน้าตางดงามแต่จะมีใครรู้บ้างว่าเบื้องหลังรอยยิ้มอันอ่อนหวานปานน้ำผึ้งนั้นกลับซุกซ่อนพิษร้ายที่พร้อมปลิดชีพผู้คนเอาไว้ คงจะมีเพียงนางเท่านั้นกระมังที่รู้เห็นอยู่เพียงผู้เดียว

ด้านหลังของหยางซูฉินยังมีสาวใช้อีกหนึ่งคนในชุดสีเขียวอ่อนกำลังประคองถาดไม้แกะสลักเข้ามาในห้องตามผู้เป็นนายมาติดๆ บนถาดนั้นมีกาน้ำชาเครื่องเคลือบดินเผาและถ้วยชาใบเล็กวางเข้าคู่กัน ควันสีขาวจางๆ ลอยกรุ่นออกมาจากตัวกา ส่งกลิ่นหอมละมุนของใบชารสเลิศอบอวลไปทั่วทั้งห้อง

"พระชายาหม่อมฉันมาเยี่ยมเพคะ"

ลู่เหยียนซินปรายตามองนางเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นว่า "เยี่ยมข้างั้นหรือ? ไม่จำเป็นหรอก"

"พูดอะไรเช่นนั้นอีกไม่นานท่านอ๋องก็จะไปสู่ขอหม่อมฉันเป็นชายารองแล้ว ดังนั้นหม่อมฉันจึงต้องมาทำความคุ้นเคยกับท่านเอาไว้" นางพูดพลางยิ้มเยาะให้ลู่เหยียนซิน

ใบหน้าของหยางซูฉินนั้นหวานละมุนมากเครื่องหน้าของนางงดงามสมส่วนไปหมดหากไม่ใช่เพราะจิตใจลึกๆ ของนางนั้นซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ลู่เหยียนซินเองก็คงอดที่จะชื่นชมออกมาไม่ได้เช่นกัน

"อีกอย่างเรื่องที่ท่านส่งคนไปลอบทำร้ายหม่อมฉันๆ จะถือเสียว่าเรื่องนี้เป็นความดีความชอบของท่านและจะยกโทษให้ท่านก็แล้วกันนะเพคะ"

"อะไรนะ"

“พระชายาท่านนี่ก็ช่างโง่เขลาดังคำที่คนอื่นพูดกันเสียจริง หม่อมฉันพูดไปตั้งหลายประโยคท่านก็ยังไม่เข้าใจอีก”

“ท่านอ๋องไม่อยู่ที่นี่เจ้าจะเสแสร้งไปทำไมกัน ข้าเป็นสตรีมิใช่บุรุษไม่หลงกลเจ้าหรอกพูดมาตรงๆ เลยดีกว่าว่าเจ้ามาที่นี่เพราะต้องการสิ่งใด” ลู่เหยียนซินพูดพลางแคะหูของนางไปด้วย

“เจ้าช่างน่ารังเกียจเสียจริง”

“หากว่าข้าน่ารังเกียจแล้วเจ้าจะมาหาข้าทำไมล่ะ”

"หึ! เช่นนั้นเจ้าก็จงฟัง ที่เจ้าทำข้าเจ็บตัวข้าจะไม่ถือโทษโกรธเจ้าเพราะทุกสิ่งที่เจ้าทำล้วนส่งผลให้ท่านอ๋องดูแลข้าไม่ห่างอีกทั้งยังให้ข้าพักที่จวนแห่งนี้ได้อย่างไรล่ะ” นางพูดพลางยิ้มเยาะให้ลู่เหยียนซินประหนึ่งว่าตัวเองคือผู้ชนะในเกมนี้ ลู่เหยียนซินเลิกคิ้วขึ้นจ้องมองนางกลับอย่างไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของนางเลยสักเพียงนิด

“อย่างนั้นหรือ แล้วอย่างไรต่อล่ะ”

"เจ้ารู้หรือไม่ว่าก่อนหน้านี้ข้านั้นพยายามหาทางเข้าใกล้ท่านอ๋องในทุกวิถีทางแต่จนสุดท้ายก็เป็นเจ้าที่เปิดทางทำให้ความหวังของข้าสมปรารถนาเสียเอง ไม่ให้ข้าขอบคุณเจ้าก็คงจะแล้งน้ำใจเกินไป" นางเหยียดยิ้มปนเย้ยหยันมาให้ลู่เหยียนซิน

เดิมทีหยางซูฉินคิดว่าลู่เหยียนซินคงจะระเบิดอารมณ์ออกมาเป็นแน่แต่นางคิดผิด! ลู่เหยียนซินเพียงแค่ปรายตามองนางด้วยแววตานิ่งเฉยพร้อมกับเอ่ยปากออกมาว่า

"อ้อเป็นเช่นนั้นเองหรือ ถ้าอย่างนั้นหากว่าเจ้าได้ตามที่ปรารถนาแล้วก็ออกไปจากเรือนของข้าได้แล้วข้าต้องการพักผ่อน"

"เหอะ! ลู่เหยียนซินข้าขอแนะนำให้เจ้ารีบหย่ากับท่านอ๋องโดยเร็วจะดีกว่า เจ้าไม่เห็นแววตาของท่านอ๋องที่เกลียดชังเจ้ามากหรืออย่างไรกัน"

"หากอยากให้ข้าหย่าเจ้าก็ไปรบเร้าท่านอ๋องเองสิอย่ามารบกวนข้า ออกไปได้แล้ว!" ลู่เหยียนซินออกปากไล่เพราะนึกรำคานนางเต็มทน

"นี่เจ้า! เจ้าคิดว่าตัวเองมีดีพอที่จะเป็นพระชายาเอกของท่านอ๋องอย่างนั้นหรือ หากไม่ใช่เพราะบิดาของเจ้าใช้อำนาจของตัวเองขอพระราชทานสมรสกับฮ่องเต้แล้วล่ะก็มีหรือว่าเจ้าจะได้ครอบครองตำแหน่งนี้ง่ายๆ กัน!"

"แล้วเจ้าคิดว่าตัวเจ้าเองเหมาะสมกับตำแหน่งนี้หรือ"

"ข้าเป็นคนรักของท่านอ๋องอีกทั้งยังเป็นบุตรสาวของแม่ทัพหยางและหลานสาวของพระสนมหยางกุ้ยเฟยสถานะของข้าไม่เหมาะสมตรงไหนกัน อย่างไรแล้วสักวันท่านอ๋องต้องยกให้ข้าเป็นชายาเอกแต่เพียงผู้เดียวอยู่แล้ว"

"เช่นนั้นเจ้าก็ไปบอกท่านอ๋องเสียเองสิมาพูดกับข้ามันไร้ประโยชน์มิรู้หรือ"

"ข้าไม่จำเป็นต้องรบเร้าท่านอ๋องหรอกเจ้าคอยดูเถอะว่าข้าจะใช้วิธีไหนที่ทำให้ท่านอ๋องเขี่ยเจ้าออกจากตำแหน่งชายาเอกอย่างเร็วที่สุด"

หยางซูฉินหยิบถ้วยชาในมือสาวใช้ของนางแล้วยกขึ้นพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ ลู่เหยียนซินมองการกระทำของอีกฝ่ายด้วยสีหน้านิ่งนางเริ่มรำคาญหยางซูฉินผู้นี้ขึ้นมาจริงๆ เสียแล้ว

เพล้ง!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel