พละกำลังมหาศาล 3
หวังลี่น้ำลายสอจนแทบจะหกออกมาจากมุมปาก เธอมองขนมปังสีดำในมือตัวเองที่แข็งดุจก้อนหินแล้วรู้สึกอัปยศอดสูจนอยากจะขว้างทิ้งลงดิน
“แก... ไป๋ชิงเหลียน! แกไปเอาซาลาเปานี่มาจากไหน! แป้งขาวกับเนื้อหมูมันเป็นของฟุ่มเฟือยที่มีแต่ระดับหัวหน้าถึงจะได้กิน แกต้องขโมยของกองกลางหรือแอบทำเรื่องบัดสีแลกมาแน่ๆ”
ไป๋ชิงเหลียนปรายตาคมมองหวังลี่ที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความอิจฉาริษยาจนตัวสั่น เธอไม่ได้ตอบโต้ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว แต่กลับหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดสีขาวผ่องขึ้นมาปัดฝุ่นที่กระโปรงอย่างเชื่องช้าท่วงท่าสง่างาม ก่อนจะเปรยขึ้นมาลอยๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เสียดแทงไปถึงกระดูกดำ
“ในคอมมูนเขาก็สอนกันมาตลอดไม่ใช่เหรอ ว่าใครทำงานมากย่อมได้กินมาก ใครไม่ทำงานย่อมไม่มีสิทธิ์กิน ฉันขุดคลองในส่วนลึกที่สุดเสร็จเรียบร้อยตั้งนานแล้ว พละกำลังที่เสียไปมหาศาลก็ต้องบำรุงด้วยของดีๆ แบบนี้แหละถึงจะคู่ควรกับหยาดเหงื่อที่เสียไป”
เธอหยุดเว้นจังหวะพลางกวาดสายตามองหวังลี่ตั้งแต่หัวจดเท้าด้วยท่าทีดูแคลน ราวกับมองหนอนแมลงในถังขยะ
“ส่วนคนงานเบาที่วันๆ เอาแต่ใช้ปากเดินไปเดินมาจนแต้มแทบไม่ขยับ ก็กินลมชมวิวกับขนมปังหยาบๆ ไปก็แล้วกันนะ มันเหมาะกับระดับความทุ่มเทและสติปัญญาของแกดีออก”
“แก! นังแพศยา! กล้าดียังไงมาว่าฉัน” หวังลี่กรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่ง พุ่งตัวหมายจะเข้าไปตบหน้าไป๋ชิงเหลียนหวังจะฉีกกระชากใบหน้าสวยๆ นั่นให้เสียโฉมคามือ แรงอาฆาตทำให้หวังลี่ลืมไปเสียสนิทว่าเมื่อครู่นี้หญิงสาวตรงหน้าเพิ่งขุดดินแข็งด้วยจอบจนแตกกระจาย
แต่ไป๋ชิงเหลียนเร็วกว่านั้นหลายเท่า เธอเพียงแค่เบี่ยงตัวหลบเล็กน้อยด้วยท่วงท่าดุจกิ่งหลิวลู่ลม ร่างท้วมของหวังลี่ที่พุ่งมาด้วยแรงทั้งหมดจึงเสียหลักถลาลงจากเนินดิน กลิ้งหลุนๆ ตกลงไปกองอยู่ในร่องคลองลึกที่ชิงเหลียนขุดไว้พอดี
ตุ้บ!
“ว้ายยยย ช่วยด้วย! เจ็บ... เจ็บไปหมดแล้ว!” หวังลี่ร้องลั่นอย่างเสียขวัญอยู่ในหลุมดินที่ทั้งลึกและมืดครึ้ม
ไป๋ชิงเหลียนเดินไปยืนที่ขอบคลอง ก้มมองลงไปพลางกัดซาลาเปาคำสุดท้ายแล้วยิ้มเย็นที่ชวนขนหัวลุก
“คลองนี้ฉันขุดลึกเป็นพิเศษนะหวังลี่ ลงไปนอนพักให้ใจเย็นลงหน่อยก็ดี จะได้จำใส่กะโหลกหนาๆ ของแกไว้ว่า ต่อไปนี้อย่าคิดมาแตะต้องอาหารหรือมาวุ่นวายกับฉันอีก ไม่อย่างนั้น ครั้งหน้าที่จะถูกฝังอาจจะไม่ใช่แค่ชั่วคราวในคลองดินแบบนี้ แต่จะเป็นหลุมที่ไม่มีวันได้กลับขึ้นมาเห็นแสงตะวันอีก”
แววตาของไป๋ชิงเหลียนในวินาทีนั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารที่เยือกแข็งดุจน้ำแข็งขั้วโลกจนหวังลี่ตัวสั่นงันงก ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยคำด่าออกมาสักครึ่งคำ ได้แต่หมอบคุดคู้อยู่ในร่องคลองอย่างน่าสังเวช
ห่างออกไปหลังพุ่มไม้ใหญ่บนเนินเขาที่ลับตาคน กู้เสี่ยวเฉินยืนกอดอกนิ่ง แสงแดดรำไรลอดผ่านใบไม้ตกกระทบใบหน้าคมเข้มที่แฝงไปด้วยความดุดัน ดวงตาคมกริบดุจหมาป่าจ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างไม่วางตา มุมปากของเขากระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ แววตาที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับมีความเร่าร้อนแฝงอยู่ลึกๆ ราวกับพบคู่ต่อสู้หรือของล้ำค่าที่ถูกใจ
“ไป๋ชิงเหลียน... ดอกบัวขาวที่มีหนามคมงั้นเหรอ? หึ น่าสนใจและอันตรายกว่าที่คิดไว้เยอะ”
เขาเฝ้ามองแผ่นหลังบางของหญิงสาวที่ดูอ่อนโยนทว่าแข็งแกร่งอย่างประหลาดนั้นด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความประทับใจในพละกำลังที่ขัดกับรูปลักษณ์และไหวพริบในการตอบโต้เริ่มหยั่งรากลึกลงในใจของชายหนุ่มผู้แข็งกร้าวเสียแล้ว และเขาตัดสินใจในวินาทีนั้นเองว่า
ผู้หญิงคนนี้ เขาจะต้องเข้าไปทำความรู้จักและค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าที่สวยงามนี้ให้ได้ ไม่ว่าเธอจะเป็นนางมารร้ายหรือเทพธิดา เขาก็พร้อมจะเดิมพันด้วยทุกอย่างที่มี!
