พละกำลังมหาศาล 2
“เหอะ! ปากดีนักนะ ขุดให้รอดก่อนเถอ ถ้าเธอขุดดินนรกนั่นเสร็จก่อนเที่ยงได้ล่ะก็ ฉันจะยอมไปขอร้องคนจดแต้ม โอนแต้มแรงงานของฉันวันนี้ให้เธอหนึ่งแต้มเลยเอ้า! แต่ถ้าไม่เสร็จเตรียมตัวงดข้าวเย็นของกลุ่ม แล้วไปขัดคอกหมูแทนทุกคนได้เลย!”
จ้าวหงเหยียดยิ้มหยันอย่างย่ามใจ พลางใช้ปลายเท้าเขี่ยจอบเหล็กหนักอึ้งไปตรงหน้าหญิงสาวจนฝุ่นตลบ เธอมั่นใจเต็มร้อยว่าอดีตคุณหนูเมืองหลวงที่บอบบางอย่างไป๋ชิงเหลียน ไม่มีทางขุดดินหินเหล็กนั่นได้แม้แต่คืบเดียว
ไป๋ชิงเหลียนก้มลงหยิบจอบขึ้นมาด้วยมือเดียว ท่วงท่าของเธอดูเบาแรงราวกับหยิบขนนกยูงขึ้นมาปัดฝุ่น เธอแบกจอบเหล็กไว้บนไหล่บางแล้วเดินมุ่งหน้าไปยังจุดที่ได้รับมอบหมายท่ามกลางสายตาเยาะเย้ยของหวังลี่ที่มั่นใจว่าวันนี้คนสวยแสนหยิ่งจะได้กินดินแทนข้าวแน่นอน
เมื่อถึงจุดขุดคลองตีนเขา ดินที่นี่แข็งกระด้างและแห้งกรังปนไปด้วยหินคมที่ฝังตัวอยู่ลึก ไป๋ชิงเหลียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกพลังมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในทุกอณูของกล้ามเนื้อให้พุ่งไปที่ข้อมือและหัวไหล่ เธอเงื้อจอบขึ้นสูงจนแสงแดดสะท้อนคมเหล็กเป็นประกายวาววับดุจดาบสังหาร
เปรี้ยง!
เสียงจอบสับลงบนดินดังสนั่นเลื่อนลั่นราวกับเสียงฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ดินที่แข็งดุจศิลาพลันแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับถ้วยกระเบื้องที่ถูกกระแทกด้วยค้อนปอนด์ ไป๋ชิงเหลียนไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น เธอเริ่มเหวี่ยงจอบด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ ทุกครั้งที่จอบตกลง ดินกองใหญ่จะถูกงัดขึ้นมาอย่างง่ายดายราวกับเธอกำลังตักแป้งนุ่มๆ ไม่มีความเหน็ดเหนื่อยปรากฏบนใบหน้าหมดจดนั้นเลยสักนิด
ชาวบ้านที่ทำงานอยู่ในบริเวณใกล้เคียงเริ่มหยุดมือมองด้วยความตกตะลึง ยุวชนชายห้าคนที่ทำงานอยู่ในส่วนถัดไปถึงกับอ้าปากค้างจนลืมหายใจ พวกเขาเห็นหญิงสาวร่างบางที่เคยดูอ่อนแอเหมือนกิ่งหลิวลู่ลมคนนั้น ขุดดินได้เร็วและลึกยิ่งกว่าผู้ชายห้าคนรวมกันเสียอีก! คลองยาวหลายเมตรถูกขุดขึ้นภายในเวลาไม่กี่นาที
ท่ามกลางฝุ่นดินที่คละคลุ้ง พละกำลังของเธอน่าขวัญผวา ราวกับรถแทรกเตอร์เดินได้ที่กำลังบดขยี้ผืนดินหินเหล็กให้แหลกละเอียดเป็นผุยผง!
เวลาผ่านไปจนถึงยามเที่ยง แสงแดดแผดเผาจนแผ่นหลังของทุกคนเปียกโชกไปด้วยเหงื่อไคลจนเสื้อผ้าแนบเนื้อ ยุวชนคนอื่นๆ ต่างทิ้งตัวนั่งลงใต้ร่มไม้ใหญ่อย่างหมดสภาพ สภาพแต่ละคนดูไม่ได้ มือพองแดงเป็นปื้นและหอบหายใจรัวประหนึ่งนักวิ่งทางไกลที่กำลังสิ้นแรง
พวกเขาหยิบเสบียงอาหารออกมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขนมปังธัญพืชหยาบๆ สีดำมืดที่แข็งจนแทบจะหักฟันคนกินได้ ต้องอาศัยน้ำเปล่าขุ่นๆ ช่วยล้างคอถึงจะกลืนลงไปได้อย่างยากลำบาก
หวังลี่เดินนวดพาดเข้ามาในบริเวณที่ไป๋ชิงเหลียนนั่งพักอยู่ บนเนินดินที่มีลมพัดโกรกสบาย ผิวพรรณของชิงเหลียนยังคงผุดผ่องไร้ร่องรอยความเหนื่อยล้า
“เป็นไงล่ะนังตัวแสบ คงจะเหนื่อยจนสายตัวแทบขาดจนไม่มีแรงพูดเลยล่ะสิ ขุดดินที่ตีนเขามันไม่ใช่งานสวยๆ งามๆ เหมือนนั่งเขียนจดหมายรักฉอเลาะผู้ชายในเมืองหลวงหรอกนะ”
คำพูดของหวังลี่ชะงักค้างอยู่เพียงแค่นั้น เมื่อเห็นไป๋ชิงเหลียนนั่งแกว่งเท้าอยู่อย่างสบายใจ ไร้ร่องรอยความเหนื่อยอ่อน ผิวพรรณของเธอยังคงดูสะอาดสะอ้านไม่มีแม้แต่หยดเหงื่อสักหยดเดียวที่ผุดขึ้นมาให้เห็น และที่ร้ายยิ่งกว่านั้นคือในมือของเธอ
ไป๋ชิงเหลียนล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ ซึ่งแท้จริงแล้วคือจังหวะที่เธอสื่อสารกับมิติฟาร์มอัจฉริยะ เธอหยิบซาลาเปาแป้งขาวไส้หมูสับลูกใหญ่เท่ากำปั้นออกมา สองลูกนั้นยังร้อนกรุ่นมีควันสีขาวลอยอ้อยอิ่งพร้อมกับกลิ่นหอมหวนของน้ำมันงาและหมูสับเกรดพรีเมียมที่อบอวลไปทั่วจนคนรอบข้างต้องเบือนหน้าหนีขนมปังหยาบๆ ในมือตัวเอง
จ๊อก...
เสียงท้องของหวังลี่และยุวชนคนอื่นๆ ร้องประสานเสียงกันโดยมิได้นัดหมาย กลิ่นซาลาเปานี้ช่างเย้ายวนใจเกินกว่าที่แรงงานที่หิวโหยจะทนทานได้
ไป๋ชิงเหลียนบรรจงบิซาลาเปาขาวนวลออก เผยให้เห็นไส้หมูสับที่อัดแน่นจนมีน้ำซุปสีทองซึมออกมาเยิ้มน่ากินยิ่งนัก กลิ่นอายของขิงและเครื่องเทศที่คลุกเคล้ากับเนื้อหมูสับมันวาวชวนให้น้ำลายสอ เธอค่อยๆ กัดลงไปคำโต รสชาติหวานนุ่มของแป้งขาวเกรดพรีเมียมและความเค็มมันกลมกล่อมของไส้หมูทำให้เธอหลับตาลงดื่มด่ำกับรสชาติอย่างสุนทรีย์ ท่ามกลางสายตาจดจ้องที่เต็มไปด้วยความริษยาของคนรอบข้าง
