ตื่นจากความตายและมิติฟาร์มอัจฉริยะ 3
เมื่อไป๋ชิงเหลียนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอพบว่าตัวเองไม่ได้นอนอยู่บนเตียงคังอันหนาวเหน็บอีกต่อไป แต่เธอกำลังยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีเขียวขจีที่กว้างสุดลูกหูลูกตา อากาศที่นี่บริสุทธิ์และเต็มไปด้วยละอองปราณชุ่มชื่นจนสดชื่นไปถึงขั้วปอด กลิ่นหอมของมวลดอกไม้และไอดินอบอวลไปทั่ว ท้องฟ้าเบื้องบนเป็นสีครามสดใสปราศจากเมฆหมอก
[ติ๊ง! ตรวจพบคลื่นสมองตรงกัน ทำการผูกมัดวิญญาณ ยินดีต้อนรับโฮสต์สู่มิติฟาร์มอัจฉริยะ]
เสียงสังเคราะห์ที่ราบเรียบแต่ทรงพลัง คล้ายกับระบบปัญญาประดิษฐ์ในยุคของเธอดังขึ้นในอากาศ ไป๋ชิงเหลียนเบิกตากว้าง
มิติฟาร์มอัจฉริยะ! นี่มันคล้ายกับเทคโนโลยีช่องว่างมิติขั้นสูงที่กำลังอยู่ในการทดลองก่อนที่เธอจะเสียชีวิตไม่ใช่หรือ? ไม่คิดเลยว่ามันจะหลอมรวมเข้ากับวิญญาณของเธอและตามมายังยุค 70 แห่งนี้
เธอมองไปข้างหน้า ห่างออกไปไม่ไกลมีกระท่อมไม้ซุงหลังใหญ่ตั้งอยู่ และตรงหน้าของเธอคือพาน้ำพุหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ที่สลักลวดลายดอกบัวโบราณ น้ำที่ผุดขึ้นมาจากใจกลางพานนั้นใสกระจ่างราวกับคริสตัลเหลว และแผ่ไอเย็นจางๆ ที่ทำให้จิตใจสงบออกมา
นี่คือน้ำพุวิญญาณไอเทมระดับตำนานที่สามารถรักษาได้ทุกสรรพโรคและชำระล้างไขกระดูก! ไป๋ชิงเหลียนไม่รอช้า ความกระหายที่แผดเผาอยู่ในลำคอทำให้เธอพุ่งตัวเข้าไป กอบมือวักน้ำพุวิญญาณนั้นขึ้นมาดื่มอึกใหญ่โดยไม่ลังเล
รสชาติของน้ำหวานล้ำยิ่งกว่าน้ำผึ้งป่าที่แพงที่สุดในโลก ทันทีที่น้ำพุวิญญาณไหลล่วงลงสู่ลำคอ ไป๋ชิงเหลียนรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอุ่นๆ พุ่งพล่านไปทั่วทุกเซลล์ในร่างกาย ความร้อนสายหนึ่งแล่นไปตามเส้นเลือดที่เคยตีบตัน ทะลวงจุดชีพจรที่อุดตันทั้งหมด
"อ๊ะ... อึก!"
เธอกัดฟันแน่นเมื่อความเจ็บปวดสลับกับความสบายจู่โจม กระดูกที่เคยเปราะบางส่งเสียง กร๊อบแกร๊บ อย่างต่อเนื่อง ขณะที่มันกำลังแตกหักและสมานตัวขยายขึ้นใหม่ แกร่งขึ้นราวกับถูกหลอมด้วยเหล็กกล้าหมื่นปี ของเสียสีดำคล้ำกลิ่นเหม็นเน่าที่สะสมอยู่ในร่างกายร่างเดิม ถูกขับออกมาทางรูขุมขนจนทั่วร่าง ผิวพรรณที่เคยเหลืองซีดกลับกลายเป็นขาวอมชมพู เปล่งปลั่งราวกับหยกมันแกะชั้นดี
มัดกล้ามเนื้อที่เคยลีบแบนค่อยๆ พองตัวขึ้น มันไม่ได้กลายเป็นกล้ามปูใหญ่น่าเกลียด แต่มันอัดแน่นไปด้วยความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นภายใต้ผิวหนังที่บอบบางอย่างมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ผู้เป็นเจ้าของกลับสัมผัสได้ถึงขุมพลังมหาศาล
พละกำลังมหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน พลังที่เหนือขีดจำกัดของมนุษย์ธรรมดาระเบิดออกมา เธอรู้สึกว่าตอนนี้ต่อให้มีรถบรรทุกหรือโคถึกวิ่งเข้าใส่ เธอก็สามารถใช้มือเปล่าจับมันเหวี่ยงทุ่มลงกับพื้นได้โดยไม่ต้องหอบหายใจ
ไป๋ชิงเหลียนกระโดดลงไปล้างคราบสกปรกสีดำในลำธารสายเล็กข้างๆ กระท่อม เมื่อขึ้นมาจากน้ำ เธอรู้สึกเบาสบายราวกับขนนก ร่างกายเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต เพียงแค่ตั้งจิตนึกคิด ภาพทิวทัศน์ก็ตัดฉับ
ไป๋ชิงเหลียนลืมตาขึ้นอีกครั้งในห้องดินมืดๆ และเหม็นอับเช่นเดิม แต่แววตาของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ดวงตาที่หวาดกลัวและเย่อหยิ่งอย่างโง่เขลาของนางร้ายคนเดิมอีกต่อไป แต่เป็นดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวที่ผ่านการฆ่าฟันมานับไม่ถ้วน เป็นแววตาของนักฆ่าสาวผู้ไร้เทียมทาน
เธอลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง ปลายเท้าแตะพื้นเบาหวิวแต่แฝงไปด้วยความหนักแน่น พละกำลังมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในกายทำให้เธอรู้สึกว่าโลกทั้งใบในยุค 70 นี้ดูเล็กลงไปถนัดตา เธอเดินไปหยิบเศษพลาสติกแข็งจากชามที่ตกแตกอยู่บนพื้นขึ้นมาบีบเบาๆ
แกรก...
เศษพลาสติกแข็งกรอบนั้นแหลกละเอียดกลายเป็นผงคามือของเธอในพริบตา!
ไป๋ชิงเหลียนยกมือขึ้นปัดผงพลาสติกทิ้ง สายตาทะลวงมองทะลุบานประตูไม้ที่หวังลี่เพิ่งเดินออกไป มุมปากของเธอหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เย็นเยือกถึงกระดูก รอยยิ้มที่ใครก็ตามในโลกอนาคตได้เห็นจะต้องขนหัวลุก เพราะมันคือรอยยิ้มของมัจจุราช
"หวังลี่ เป็นลูกสมุนของนางเอกดอกบัวขาวแล้วคิดว่าจะหยามฉันได้งั้นเหรอ" น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าแฝงจิตสังหารเข้มข้นหลุดรอดจากริมฝีปากบาง
"เดี๋ยวฉัน ไป๋ชิงเหลียนคนใหม่ จะสงเคราะห์ให้แกได้ลงไปนอนแทะกระดูกกินข้าวร่วมกับหมาส้มที่แกภูมิใจนักหนาเอง รอก่อนเถอะ!"
