บท
ตั้งค่า

ตื่นจากความตายและมิติฟาร์มอัจฉริยะ 2

ไป๋ชิงเหลียนก้มมองมือของตนเอง มันไม่ใช่ข้อมือที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงเหมือนในชาติก่อน แต่มันคือข้อมือที่ผอมแห้งจนเห็นกระดูกปูดโปน ผิวพรรณที่เคยดูแลอย่างดีตอนนี้เหลืองอมเขียวจากการขาดสารอาหารอย่างรุนแรง

ในมือของเธอประคองชามพลาสติกเก่าๆ ที่มีรอยบิ่นเอาไว้แน่นราวกับเป็นฟางเส้นสุดท้าย ในนั้นมีเพียงน้ำต้มข้าวใสๆ ที่มองทะลุเห็นก้นชามได้ชัดเจน แม้แต่เมล็ดข้าวสักครึ่งซีกก็ยังหาไม่เจอ นี่คือสิ่งที่ร่างเดิมพยายามคลานไปขอร้องแลกเปลี่ยนกับชาวบ้านใจดีคนหนึ่งมาได้ก่อนจะหมดลม

"หิว... หิวเหลือเกิน" สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของนักฆ่าสาวร้องตะโกน เธอรู้ดีว่าหากไม่ได้อาหารตกถึงท้องในตอนนี้ ร่างกายนี้คงทนได้อีกไม่เกินหนึ่งชั่วโมง

ขณะที่เธอกำลังพยายามรวบรวมสติและเรี่ยวแรงเพื่อยกชามน้ำข้าวขึ้นดื่ม ทันใดนั้นประตูไม้เก่าๆ ที่ผุพังก็ถูกเตะเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกกับผนังดินดัง ปัง! ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดาน

"นังตัวแสบ! ไป๋ชิงเหลียน แกยังนอนสำออยอยู่บนเตียงดินนี่อีกเหรอ! งานในนาก็ไม่ทำแต้มสะสมก็ไม่มี เป็นปลิงดูดเลือดส่วนรวมแล้วนี่ยังจะมีหน้ามาถือชามน้ำแกงอยู่อีก!"

เสียงแหลมสูงปรี๊ดแสบแก้วหูของหวังลี่ดังขึ้น ยุวชนหญิงรูปร่างท้วมหนา ผิวคล้ำหยาบกร้านจากการกรำแดด เดินอาดๆ เข้ามาในห้อง สายตาของนางเต็มไปด้วยความริษยาและดูแคลน หวังลี่คือคนที่เกลียดชังใบหน้าสวยๆ ของไป๋ชิงเหลียน และยังเป็นลูกสมุนตัวยงของซูเหม่ย ที่มักจะรับหน้าที่เป็นหน่วยทะลวงฟัน คอยกลั่นแกล้งและแย่งชิงเสบียงของร่างเดิมมาตลอด

หวังลี่ไม่พูดเปล่า หล่อนพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วราวกับสุนัขบ้า แย่งชิงชามในมือของไป๋ชิงเหลียนไปอย่างป่าเถื่อน

"อ๊ะ!" ไป๋ชิงเหลียนที่ไร้เรี่ยวแรงถูกกระชากจนเสียหลัก น้ำข้าวใสๆ กระฉอกลงบนเสื้อผ้าฝ้ายปะชุนของเธอจนเปียกโชก

แต่นั่นยังไม่เจ็บใจเท่ากับการที่หวังลี่ใช้รอยยิ้มเย้ยหยัน ล้วงตะเกียบไม้ไผ่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วคีบมันหมูชิ้นเล็กๆ ขนาดเท่าเล็บมือ ซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่ร่างเดิมยอมเอาปิ่นปักผมไปแลกมา และแอบซ่อนไว้ก้นชามเพื่อหวังจะใช้ต่อชีวิตขึ้นมาแกว่งไปมาตรงหน้า

"นี่มันของฉัน" ไป๋ชิงเหลียนเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาที่เคยอ่อนแอและโง่เขลาของนางร้าย พลันเปลี่ยนเป็นแววตาที่เย็นเยียบดุจมัจจุราช

เธอพยายามจะยันตัวลุกขึ้นเพื่อกระชากคอหอยผู้หญิงหน้าด้านคนนี้ให้แหลกคามือ แต่เรี่ยวแรงที่มีกลับน้อยนิดจนทำได้เพียงแค่สั่นสะท้านไปทั้งร่าง แค่ยกแขนก็ยังแทบไม่ไหว

"ของแกงั้นเหรอ? ปลิงดูดเลือดเกาะคนอื่นกินอย่างแก มีสิทธิ์พูดคำนี้ด้วยเหรอสหายไป๋" หวังลี่หัวเราะร่าอย่างอวดดี

"ซูเหม่ยอุตส่าห์แบ่งปันเสบียงของตัวเองให้พวกเรากินประทังหิว แต่แกกลับแอบซ่อนเนื้อหมูเอาไว้กินคนเดียว! คนเห็นแก่ตัวอย่างแก ไม่สมควรจะได้กินของดีแบบนี้ ฉันจะเอาไปให้หมาส้มที่ท้ายหมู่บ้านกินยังจะมีประโยชน์กว่าสิบเท่า อย่างน้อยมันก็ยังเห่าเฝ้ายามให้หมู่บ้านได้!"

พูดจบหวังลี่ก็จงใจยัดมันหมูชิ้นนั้นเข้าปากตัวเอง แล้วเคี้ยวเสียงดังจั๊บๆ อย่างเอร็ดอร่อยเพื่อยั่วยุ

"อืม หอมจริงๆ กลิ่นเนื้อนี่มันดีต่อใจซะจริง นอนรอความตายอยู่ในห้องนี้ไปเถอะ นังขยะเหม็น! พรุ่งนี้ฉันจะแจ้งหัวหน้าฝ่ายผลิตให้มาเก็บศพแกเอง"

หวังลี่สาดน้ำข้าวที่เหลือลงบนพื้นดินอย่างไม่ไยดี แล้วเดินสะบัดก้นจากไป ทิ้งให้ไป๋ชิงเหลียนจมอยู่กับความมืดมิดของอารมณ์ที่พุ่งพล่าน

ในฐานะยอดสายลับระดับพระกาฬ เธอเคยเผชิญหน้ากับมาเฟียข้ามชาติและทหารรับจ้างสุดโหดมานับไม่ถ้วน เธอไม่เคยถูกใครเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและหยามเกียรติด้วยเศษมันหมูถึงเพียงนี้ รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกจากร่างบาง ความโกรธแค้นกระตุ้นให้หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง

"อยากตายนักใช่ไหม ได้! ฉันจะส่งแกไปลงนรกเอง!"

และในวินาทีที่ความโกรธพุ่งถึงขีดสุด สติของเธอก็พร่าเลือน จิตใต้สำนึกของเธอกระตุกวูบราวกับถูกดึงดูดด้วยพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็น

วิ้งงง...

เสียงระฆังแก้วใสดังกังวานขึ้นในโสตประสาท ภาพห้องดินซอมซ่อตรงหน้าพลันบิดเบี้ยวและแตกสลายกลายเป็นแสงสีขาวสว่างจ้า

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel