ตื่นจากความตายและมิติฟาร์มอัจฉริยะ 1
แสงแดดยามบ่ายที่แผดเผาดูเหมือนจะพยายามลอดผ่านรอยแตกของหลังคาดินมุงหญ้าแห้งๆ เพื่อตอกย้ำความสมเพชของผู้อยู่อาศัยในกระท่อมซอมซ่อหลังนี้ ไป๋ชิงเหลียนลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก เปลือกตาของเธอหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยก้อนหินตะกั่ว ความรู้สึกแรกที่จู่โจมเข้ามาไม่ใช่ความเจ็บปวดจากบาดแผลฉกรรจ์ แต่เป็นความหิวโหยที่รุนแรงจนลำไส้แทบจะบิดเป็นเกลียว กระเพาะอาหารส่งเสียงร้องประท้วงอย่างบ้าคลั่งราวกับมีไฟสุมอยู่ภายใน
เธอกวาดสายตาอันพร่ามัวมองไปรอบห้องที่คับแคบและอับชื้น ผนังดินเหนียวมีรอยร้าวขรุขระ ลมฤดูใบไม้ร่วงที่เริ่มเย็นเยียบพัดลอดเข้ามาจนร่างที่นอนอยู่บนเตียงเตาเผาหรือเตียงคังที่เย็นเฉียบต้องสั่นสะท้าน กลิ่นสาบของฟางเก่าๆ กลิ่นเหงื่อไคล และกลิ่นอายของความยากจนข้นแค้นคละคลุ้งไปทั่วทุกอณูอากาศ
"ที่นี่...ที่ไหนกัน?" เธอพึมพำในใจ น้ำเสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทราย
ความทรงจำสุดท้ายของเธอคือเสียงระเบิดกัมปนาท แสงสีขาวสว่างวาบ และความร้อนระอุที่แผดเผาทุกสิ่ง เธอคือยอดสายลับและผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ระยะประชิดอันดับหนึ่งแห่งโลกอนาคต ในภารกิจสุดท้าย เธอถูกศัตรูนับร้อยปิดล้อมเพื่อไม่ให้ข้อมูลลับสุดยอดตกไปอยู่ในมือของพวกมัน เธอตัดสินใจกดชนวนระเบิดพลีชีพไปพร้อมกับศัตรู เธอควรจะแหลกสลายกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้วภายใต้ซากปรักหักพังนั่นไม่ใช่หรือ?
แต่ก่อนที่เธอจะทันได้หาคำตอบ ความทรงจำแปลกปลอมสายหนึ่งก็ไหลบ่าเข้ามาในสมองดั่งน้ำป่าหลาก...
ไม่ใช่สิ! นี่มันไม่ใช่แค่ความทรงจำ แต่มันคือพล็อตเรื่องในนิยายยุค 70 ที่เธอเพิ่งอ่านจบไปก่อนออกปฏิบัติภารกิจต่างหาก!
เธอทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยาย และร่างที่เธอเข้ามาอาศัยอยู่ก็มีชื่อเดียวกับเธอไป๋ชิงเหลียนวัยสิบแปดปี แต่สถานะของร่างนี้ไม่ใช่ทั้งนางเอกหรือตัวประกอบผู้แสนดี ทว่ากลับเป็นถึงนางร้ายจอมโง่เขลาที่มีจุดจบอนาถตั้งแต่ต้นเรื่อง!
ไป๋ชิงเหลียนคนเดิมเป็นคุณหนูจากตระกูลไป๋ในเมืองหลวงปักกิ่ง ผู้มีใบหน้าสะสวยงดงามราวกับภาพวาด แต่กลับมีนิสัยเย่อหยิ่งและรักความสบาย เธอถูกแม่เลี้ยงใจร้ายและน้องสาวต่างมารดาวางแผนหลอกลวงให้สละสิทธิ์งานโควตาในเมือง จนต้องลงชื่ออาสาสมัครถูกส่งตัวมาเป็นยุวชนในหมู่บ้านหุบเขาเสืออันห่างไกล
และที่หมู่บ้านชนบทแห่งนี้นี่เอง ที่โชคชะตาได้ชักนำให้เธอมาพบกับซูเหม่ยนางเอกดอกบัวขาวต้นฉบับของนิยายเรื่องนี้!
ซูเหม่ยเป็นยุวชนหญิงที่ถูกส่งมาจากต่างเมือง เธอมีหน้าตาจิ้มลิ้มอ่อนหวาน ดูไร้พิษสง แต่แท้จริงแล้วฉลาดแกมโกงและเต็มไปด้วยจริตมารยา นางเอกคนนี้มักจะแสร้งทำตัวแสนดี อ่อนโยน เพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้ชายทุกคนในคอมมูน และมักจะจงใจใช้ไป๋ชิงเหลียนที่เป็นคนสวยแต่เย่อหยิ่งและไร้สมอง เป็นเพียงบันไดให้ตัวเองเหยียบย่ำ เพื่อชูความดีงามและความใสซื่อของตนเองให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
หลายคนอาจสงสัยว่าขึ้นชื่อว่าเป็นนางร้ายแล้วทำไมถึงได้มีสภาพอ่อนแอตกต่ำจนถูกรังแกได้ขนาดนี้?
นั่นก็เพราะความร้ายกาจของไป๋ชิงเหลียนคนเดิมนั้น ไร้สมองสิ้นดี! ตั้งแต่มาถึงหมู่บ้านเธอเอาแต่เหยียดหยามชาวบ้าน ไม่ยอมจับจอบจับเสียม ทำงานแลกแต้มแรงงานไม่ได้ตามเป้า หนำซ้ำยังชอบแสร้งทำตัวบอบบาง ป่วยการเมืองเพื่ออู้งาน หวังจะให้คนอื่นมาสงสาร แต่กลับตกเป็นเหยื่อให้ซูเหม่ยเป่าหูยุแยงจนคนทั้งหมู่บ้านเกลียดชังเธอ
พฤติกรรมเห็นแก่ตัวขั้นสุด ทำให้เธอกลายเป็นตัวถ่วงที่น่ารังเกียจที่สุด เธอสร้างศัตรูไปทั่วและถูกโดดเดี่ยวจากกลุ่มยุวชนหญิงด้วยกัน ดังนั้น เมื่อสามวันที่ผ่านมาร่างเดิมดันจับไข้ล้มป่วยขึ้นมาจริงๆ จึงไม่มีใครในบ้านพักยุวชนยอมเชื่อหรือเหลียวแลเธอเลยแม้แต่คนเดียว
ทุกคนคิดว่านางร้ายอย่างเธอแค่สำออยอู้งานเหมือนทุกครั้ง พวกยุวชนหญิงที่หมั่นไส้เธอเป็นทุนเดิมจึงฉวยโอกาสนี้ ขโมยเสบียงอาหารปันส่วนของเธอไปจนหมด ปล่อยให้คุณหนูผู้ตกอับต้องนอนหยอดน้ำข้าว อดอยากจนไข้ขึ้นสูง และสิ้นลมหายใจไปอย่างน่าสมเพชเดียวดายบนเตียงคังอันหนาวเหน็บ เพื่อปูทางให้นางเอกซูเหม่ยได้เฉิดฉายในบทต่อไป!
