ตอนที่ 6 คิดหาของอร่อย
“อ่า...เหนื่อยมาก!!” เฟยอี้หลินทิ้งตัวลงนอนบนเตียงในเรือนของตน ร่างกายรู้สึกอ่อนล้าจากการออกไปเดินข้างนอกไม่น้อย ถึงอย่างนั้นกลับรู้สึกสนุกที่ได้เห็นผู้คนพูดคุยหยอกล้อกันตลอดสองข้างทาง บ้างก็ได้เห็นชาวไร่ชาวนาเดินจูงควาย แบกจอบ เสียมไปทำงาน
“คุณชายน้อยบ่าวนำน้ำใส่น้ำแข็งมาให้เจ้าคะ” เสียงอาซินดังขึ้นหน้าประตูเรือน
“น้ำแข็ง!!” เฟยอี้หลินเด้งตัวขึ้นนั่งบนเตียง ทำไมเขาพึ่งจะรู้ว่าโลกนี้มีน้ำแข็งอยู่ด้วยเนี้ย
คนที่เมื่อสักครู่ยังแสดงท่าทางห่อเหี่ยวเพราะอากาศร้อนดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที สองขาก้าวลงจากเตียงวิ่งไปยังประตู
ปัง!!
ประตูเรือนเปิดออกอย่างกะทันหันทำอาซินตกใจจนถาดที่ถือมาด้วยหลุดมือ
“หว่า คุณชายน้อยเดินช้า ๆ หน่อยเจ้าคะเดี๋ยวก็หกล้มเอาหรอก” อาซินลนลานก้มลงเก็บถาดซึ่งร่วงลงพื้นขึ้นมา ไม่ได้โกรธเคืองที่คุณชายน้อยทำให้ตกใจแต่กับเป็นห่วงกลัวคุณชายน้อยบาดเจ็บ
เบี้ยหวัดนางจะหายไปไม่ได้
“อาซินข้ามีความคิดดี ๆ เรื่องหนึ่ง”
“เชิญคุณชายน้อยกล่าวเจ้าคะ” แค่เห็นคุณชายน้อยตื่นเต้นดวงตาเป็นประกาย นางก็พร้อมสนับสนุนคุณชายน้อยเต็มที่ ขอเพียงเรื่องที่จะกล่าวไม่อันตรายก็พอ
“อาซินมีกระดาษหรือไม่”
“มีเจ้าคะ”
ในตอนที่กำลังจะเอ่ยปากถามหาปากกาเขาก็เปลี่ยนความคิด โลกนี้ไม่มีทางจะมีปากกาหรือดินสอ สิ่งที่ใช้เขียนถ้าหากไม่ใช่พู่กันก็คงจะเป็นอะไรสักอย่างซึ่งใช้เขียนแทนได้ อีกอย่างเขาไม่รู้ว่าสิ่งที่ใช้เขียนในโลกนี้คืออะไร จึงต้องเปลี่ยนประโยคที่จะพูดออกมา พอคิดได้ดังนั้นจึงกล่าวขึ้นมาว่า “ข้าอยากได้ของที่สามารถเอามาเขียนได้”
“ข้าจะรีบไปนำมาให้เจ้าค่ะ”กล่าวจบก็รีบวิ่งไปหยิบของที่เขาต้องการมาให้
“นะ..นายน้อยของที่ต้องการ ฮึก ได้แล้วเจ้าค่ะ” อาซินพูดเสียงขาดห้วง หอบหายใจแรง ยื่นกระดาษกับแท่งเขียนมาให้
“ขอบใจมากอาซิน เจ้านั่งพักก่อน”อาซินทิ้งตัวนั่งลงกับพื้น ไม่สนใจภาพลักษณ์ซึ่งไม่มีเหลืออยู่แล้ว
“ไหน ๆ ดูสิ” เฟยอี้หลินตั้งใจจะนั่งลงบริเวณขอบธรณีประตูแต่กลับถูกอาซินห้ามเอาไว้ก่อน
“ไปนั่งที่ศาลาดีกว่าเจ้าคะ” เฟยอี้หลินพยักหน้าแล้วคนทั้งสองก็ย้ายไปยังศาลาแทน ความวุ่นวายของสองนายบ่าวไม่มีทางที่คนในบ้านจะไม่รู้ คุณท่านที่ไม่ได้ออกไปไหนเดินมาสมทบกับบุตรชายคนเล็ก มองความครื้นเครงที่มีให้เห็นเกือบทุกวัน
ถึงจะมีความสุขที่บุตรชายร่าเริงแต่ในความสุขนั้นก็มีความหนักใจผสมอยู่
อี้เออร์ถึงวัยต้องแต่งงานแล้ว เกอที่ออกไปเที่ยวข้างนอกไม่เว้นแต่ละวันจะต้องไม่เป็นที่ต้องการของบุรุษบ้านไหนอย่างแน่นอน แต่เรื่องที่เฟยอันฟางกังวลไม่ใช่เรื่องที่บุตรชายจะไม่ได้แต่งงาน เขากังวลกลัวว่าการกระทำเช่นนี้จะทำให้ผู้คนนินทาจนกระทั่งส่งผลถึงความรู้สึกของบุตรชายและทำให้เขาเจ็บปวด
“อี้เออร์ทำอะไรอยู่หรือลูก” เฟยอันฟางนั่งลงข้าง ๆ บุตรชาย
“ท่านพ่อลูกกำลังวาดรูปของใช้บางอย่างอยู่ขอรับ” พูดจบก็ยื่นของที่อยู่ในมือในดู เฟยอันฟางก้มมองแล้วพยักหน้ายิ้ม ๆ ถึงจะไม่เข้าใจว่าของสิ่งนี้มีไว้ทำอะไรแต่ก็ยังคงสนับสนุนให้กำลังใจ
“แถวนี้มีร้านช่างที่สามารถสั่งทำของได้หรือไม่ขอรับ” เห็นประกายคาดหวังในดวงตาบุตรชายมีหรือที่ท่านเจ้าบ้านจะกล้าปฏิเสธ ถึงแม้แคว้นนี้จะไม่มีเขาก็จะออกประกาศจนตามหาช่างฝีมือมาให้ได้
“มี ร้านช่างอยู่ไม่ไกลจากจวนเท่าไรเดินทางเพียงหนึ่งจิบชาก็ถึง” (หนึ่งจิบชา = 5 นาที )
“ดีเลยขอรับท่านพ่อ ไปกันเถิดขอรับ” เฟยอี้หลินวางของที่อยู่ในมือลง จับมือบิดามากุมเอาไว้ ดวงตาสดใสฉายแววตื่นเต้นดีใจมองบิดานิ่ง
“อาซิน ไปบอกบ่าวรับใช้ให้เตรียมรถม้าข้าจะพาอี้เออร์ไปร้านนายช่าง”ได้มองดวงตาซึ่งเต็มไปด้วยความสุข เฟยอันฟางก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นลูบศีรษะบุตรชายทั้งยังออกคำสั่งเสียงหนักแน่น
“เจ้าค่ะ” เมื่อเห็นอาซินกำลังจะเดินออกไป เฟยอี้หลินจึงเอ่ยห้ามเอาไว้แล้วหันมาหาบิดา
“ท่านพ่อ ทำไมเราไม่เดินไปละขอรับ”
“พ่อกลัวลูกจะร้อน” อากาศตอนนี้ร้อนอบอ้าวเกินไป ไม่เหมาะจะปล่อยให้บุตรชายออกไปเดินข้างนอก เดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้
ส่วนอาซินที่ได้ยินประโยคดังกล่าวก็อยากจะแย้งออกไปว่า นายท่านไม่ต้องเป็นห่วงคุณชายน้อยเลยเจ้าค่ะ เพราะคุณชายน้อยไปเดินเที่ยวตลาดและกลับจวนมาได้ยังไม่ถึงหนึ่งเค่อดี
ส่วนเรื่องที่เฟยอี้หลินออกไปเดินเล่นข้างนอกและพึ่งจะกลับมานั้น ท่านเจ้าบ้านยังไม่ทราบเรื่อง เพราะตอนออกไปเขาได้สั่งคนเฝ้าประตูไม่ให้รายงานเรื่องที่ออกไปเที่ยวในวันนี้ให้บิดาทราบเอาไว้ก่อนแล้ว
เขาอยากดื้อดึงดูบ้างเพราะจากเวลาที่กล่าวออกมาก็สามารถคาดเดาได้ว่าระยะทางไปบ้านนายช่างไม่ได้ไกลมากเท่าไหร่ แต่ด้วยความห่วงใยที่บิดามีให้จึงได้ยอมพยักหน้า “ลูกเข้าใจแล้วขอรับ”
“อาซินนิ่งอยู่ทำไมรีบไปสิ”
“เจ้าค่ะ”
