บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 คนบ้านหลี่

เสียงของหลิวชุนฮวาทำให้หวังกุ้ยอิงรีบลุกขึ้น

“น้องชุนฮวา เรื่องนี้...”

“ไม่ต้องพูดแล้ว”

หลิวชุนฮวาถอนหายใจ ก่อนมองโจวซิ่วหรานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ

“เด็กคนนี้เจอเรื่องขนาดนี้ ใครจะไม่สงสาร”

จากนั้นนางก็หันไปมองลูกชาย

“เว่ยกั๋วเองก็บอกฉันหมดแล้ว”

หลี่เว่ยกั๋วยืนอยู่ด้านหลัง สีหน้าหนักอึ้ง หลี่เว่ยหนิงก็ยืนข้างพี่ชายอย่างเงียบ ๆ โจวซิ่วหรานมองคนทั้งสามโดยไม่พูดอะไร

เธออยากรู้จริง ๆ ว่าคราวนี้ครอบครัวหลี่คิดจะเล่นละครอะไรอีก หลิวชุนฮวาถอนหายใจอีกครั้ง

“พี่หวัง พวกเราเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันมานานหลายปี ฉันเองก็ไม่อยากอ้อมค้อม”

“เรื่องคืนนี้เกิดขึ้นแล้ว ต่อให้ซิ่วหรานบอกว่าไม่มีอะไรกับเฉินจิ้งเซิน แต่คำพูดของคนอื่น เราจะห้ามอย่างไรได้”

หวังกุ้ยอิงหน้าเสีย นี่คือสิ่งที่เธอกังวลมากที่สุด

“แล้วน้องชุนฮวามีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้”

เมื่อได้ยินคำถามนี้ หลิวชุนฮวาเหลือบมองลูกชาย จากนั้นจึงพูดด้วยน้ำเสียงราวกับตัดสินใจเรื่องใหญ่บางอย่าง

“เว่ยกั๋วของฉันชอบซิ่วหรานมานาน เรื่องนี้พี่ก็รู้ ถึงคืนนี้จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น...”

เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความใจกว้าง

“บ้านหลี่ของพวกเราไม่รังเกียจ”

ดวงตาของโจวซิ่วหรานเย็นชาลงทันที เหมือนเดิม แม้แต่คำพูดก็แทบจะเหมือนกับชาติที่แล้วไม่มีผิด

หลิวชุนฮวาพูดต่อ

“ถ้าซิ่วหรานยอมแต่งกับเว่ยกั๋ว เรื่องคืนนี้พวกเราจะถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น ส่วนสินสอด...”

เมื่อได้ยินสองคำนี้ หวังกุ้ยอิงก็เงยหน้าขึ้นทันที โจวซิ่วหรานเห็นปฏิกิริยานั้นชัดเจน หัวใจของเธอค่อย ๆ เย็นชาลง

หลิวชุนฮวายิ้ม

“บ้านเรายินดีให้สินสอดสองร้อยหยวน”

หวังกุ้ยอิงเบิกตากว้าง

“สองร้อย…”

ในปี 1975 สำหรับครอบครัวชนบททั่วไป เงินสองร้อยหยวนถือว่าเป็นเงินไม่น้อยเลย

หลิวชุนฮวาพยักหน้า

“สองร้อยหยวน แล้วยังมีผ้าฝ้ายอีกสองพับ ถึงอย่างไรเว่ยกั๋วก็ชอบซิ่วหรานจริง ๆ พวกเราเป็นผู้ใหญ่ เห็นเด็กสองคนมีใจต่อกันก็ไม่ควรขัดขวาง”

หลี่เว่ยกั๋วที่ยืนอยู่ด้านหลังรีบพูดขึ้น

“น้าหวังครับ ผมไม่สนใจเรื่องคืนนี้”

เขามองโจวซิ่วหรานด้วยสายตาจริงจัง

“ไม่ว่าคนอื่นจะพูดถึงซิ่วหรานอย่างไร ผมก็ยินดีจะแต่งกับเธอ”

หวังกุ้ยอิงมีสีหน้าหวั่นไหวทันที

สองร้อยหยวน

ผ้าฝ้ายสองพับ

และลูกเขยที่มีภูมิหลังครอบครัวสะอาด

เทียบกับเฉินจิ้งเซินที่ไม่มีอะไรเลย... แทบไม่จำเป็นต้องคิดด้วยซ้ำว่าควรเลือกใคร

“ซิ่วหราน”

หวังกุ้ยอิงหันมาหาลูกสาว

“แกได้ยินแล้วใช่ไหม”

โจวซิ่วหรานมองแม่แล้วมองหลิวชุนฮวา จากนั้นสายตาจึงเลื่อนไปยังหลี่เว่ยกั๋วและหลี่เว่ยหนิง

ทุกคนอยู่พร้อมหน้า ดีจริง ๆ ชาติที่แล้วคนเหล่านี้ร่วมกันกำหนดชีวิตของเธอ คนหนึ่งทำลายชื่อเสียง คนหนึ่งแสร้งยื่นมือเข้ามาช่วย ส่วนอีกคนรับสินสอดแล้วผลักเธอเข้าไปในบ้านหลี่ สุดท้ายทุกคนได้สิ่งที่ต้องการ

หลี่เว่ยหนิงได้โอกาสไปเรียน

หลี่เว่ยกั๋วได้เธอเป็นภรรยา

ครอบครัวหลี่ได้ลูกสะใภ้ที่ทำงานหนักเหมือนวัวเหมือนม้า

ส่วนแม่ของเธอได้สินสอด

มีเพียงโจวซิ่วหรานเท่านั้น ที่ไม่เหลืออะไรเลย

แต่ชาตินี้... ไม่มีทาง!

“ได้ยินค่ะ”

เธอตอบ หลิวชุนฮวายิ้มกว้างขึ้น

“ถ้าอย่างนั้นเรื่องแต่งงาน...”

“แต่หนูไม่แต่ง”

รอยยิ้มบนใบหน้าหลิวชุนฮวาแข็งค้าง หวังกุ้ยอิงตวาดทันที

“โจวซิ่วหราน!”

โจวซิ่วหรานกลับมองหลี่เว่ยกั๋ว

“เมื่อครู่คุณบอกว่าไม่สนใจเรื่องคืนนี้ใช่ไหม”

หลี่เว่ยกั๋วรีบพยักหน้า

“ใช่ ฉันไม่สนใจ ไม่ว่าคนอื่นจะพูดอะไร ฉันก็เชื่อว่าเธอ…”

“แต่ฉันสนใจ”

เขาชะงัก โจวซิ่วหรานยิ้มบาง ๆ

“ฉันสนใจว่าทำไม! ทั้งๆ ที่ฉันประกาศต่อหน้าทุกคนแล้วว่าจะแต่งกับเฉินจิ้งเซิน คุณก็ยังพาแม่ของคุณมาสู่ขอฉันกลางดึก หลี่เว่ยกั๋ว คุณไม่เข้าใจภาษาคนหรือ”

สีหน้าของหลี่เว่ยกั๋วเปลี่ยนเป็นแดงสลับเขียว

“ซิ่วหราน!”

หลี่เว่ยหนิงรีบพูด

“พี่ชายฉันหวังดีกับเธอนะ”

โจวซิ่วหรานหันไปมองเธอ

“เว่ยหนิง”

“ในเมื่อพี่ชายของเธอดีขนาดนี้...”

เธอเว้นช่วงเล็กน้อย

“ก็เก็บเอาไว้ให้ผู้หญิงคนอื่นเถอะ ฉันไม่มีวาสนาจะรับไว้”

ใบหน้าของหลี่เว่ยหนิงแข็งค้าง หลิวชุนฮวาเองก็เริ่มไม่พอใจ

“ซิ่วหราน ต่อให้เธอไม่อยากแต่งก็ไม่จำเป็นต้องพูดจาแบบนี้”

“บ้านหลี่ของเรายอมมาสู่ขอทั้งที่เกิดเรื่องคืนนี้ขึ้น ก็ถือว่าให้เกียรติเธอมากแล้ว”

ให้เกียรติ! โจวซิ่วหรานแทบหัวเราะออกมา แต่เธอยังไม่ทันตอบ เสียงทุ้มต่ำเสียงหนึ่งก็ดังมาจากหน้าประตูลาน

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องให้เกียรติเธอ”

ทุกคนหันขวับไปพร้อมกัน ใต้แสงจันทร์ ชายหนุ่มร่างสูงยืนอยู่ตรงหน้าประตู

เฉินจิ้งเซิน! โจวซิ่วหรานเบิกตาเล็กน้อย

“คุณมาทำไม”

เฉินจิ้งเซินเดินเข้ามา ในมือของเขาถือถุงผ้าเก่า ๆ ใบหนึ่ง

“กลับไปแล้วนึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้ต้องใช้เอกสาร”

เขาหยุดอยู่ข้างโจวซิ่วหราน จากนั้นมองคนบ้านหลี่ทีละคน

“เลยตั้งใจมาบอกเธอว่า พรุ่งนี้เช้า ฉันจะมารับ”

คำพูดเรียบง่ายนั้นทำให้สีหน้าของหลี่เว่ยกั๋วยิ่งไม่น่ามอง เฉินจิ้งเซินกลับไม่สนใจ เขาหันมาหาโจวซิ่วหราน

“ในเมื่อเธอยังไม่เปลี่ยนใจ”

“ฉันก็จะไม่เปลี่ยนใจ”

โจวซิ่วหรานสบตาเขา หัวใจที่เย็นเฉียบเพราะปฏิกิริยาของแม่เมื่อครู่เหมือนได้รับความอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย

เธอพยักหน้า

“ได้ค่ะ”

“พรุ่งนี้ฉันจะรอคุณ”

เฉินจิ้งเซินพยักหน้า ก่อนจะหันหลังจากไป แต่เดินไปได้เพียงสองก้าว เขาก็หยุด ชายหนุ่มไม่ได้หันกลับมา เพียงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“อีกอย่าง โจวซิ่วหรานเป็นคนที่ฉันจะแต่งงานด้วย เรื่องชื่อเสียงของเธอ ต่อจากนี้ไม่ต้องรบกวนคนอื่นมาช่วยรับผิดชอบ”

พูดจบเขาก็เดินออกจากลานบ้านไป เงียบ! ทั้งลานเงียบจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของแต่ละคน

โจวซิ่วหรานมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ค่อย ๆ หายไปในความมืดมุมปากของเธอยกขึ้นเล็กน้อย

ดูเหมือนว่า... สามีที่เธอเลือกอย่างกะทันหันคนนี้ จะไม่ได้แย่นัก

ส่วนหลี่เว่ยกั๋วที่ยืนอยู่ด้านหลัง...ใบหน้าของเขามืดครึ้มจนเกือบจะดำสนิท มือทั้งสองกำแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นบนหลังมือ

เขาไม่เข้าใจทั้งที่ทุกอย่างควรเป็นไปตามแผน ชื่อเสียงของโจวซิ่วหรานควรถูกทำลาย โอกาสเรียนมหาวิทยาลัยของเธอควรหมดลง จากนั้นเขาควรเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่ยอมยื่นมือรับเธอ

เมื่อถึงตอนนั้น ต่อให้โจวซิ่วหรานไม่ชอบเขา แล้วเธอจะยังมีทางเลือกอะไรอีก แต่ทำไม... ทำไมสุดท้ายคนที่เธอเลือกกลับเป็นเฉินจิ้งเซิน

หลี่เว่ยหนิงเหลือบมองพี่ชาย เมื่อเห็นความไม่พอใจในดวงตาของเขา หัวใจของเธอก็หนักอึ้งไม่ต่างกัน เพราะหากโจวซิ่วหรานแต่งกับเฉินจิ้งเซินจริง แผนของพวกเขาก็สำเร็จเพียงครึ่งเดียว

โจวซิ่วหรานอาจเสียโอกาสได้รับการเสนอชื่อไปเรียนมหาวิทยาลัย แต่พี่ชายของเธอ... กลับไม่ได้ตัวโจวซิ่วหรานมา

หลี่เว่ยหนิงกำมืออยู่ภายในแขนเสื้อ ไม่ได้! เรื่องนี้จะจบแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel