บทที่ 1: ละครฉากแรกของนางมาร
บทที่ 1: ละครฉากแรกของนางมาร
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ดัง ตึก... ตึก... ตึก... ก้องกังวานไปทั่วโถงบ้านตระกูลวรโชติ
ที่โซฟารับแขกด้านล่าง ชายหนุ่มหน้าตาดีในชุดสูทภูมิฐานกำลังนั่งดูนาฬิกาด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แต่เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เขาก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นรอยยิ้มอบอุ่นทันที
"มนต์... ทำไมวันนี้ลงมาช้าจังครับ ผมมารอตั้งครึ่งชั่วโมงแล้วนะ" ภาคิน เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่พยายามกดความไม่พอใจเอาไว้
ข้างกายเขามีหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มสวมชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์นั่งอยู่ รินรดา รีบขยับตัวออกห่างจากภาคินเล็กน้อยเมื่อเห็นพี่สาวเดินลงมา ทั้งที่เมื่อครู่เธอกำลังใช้หน้าอกเบียดแขนเขาอยู่แท้ๆ
"นั่นสิคะพี่มนต์ พี่คินมีประชุมตอนบ่ายนะคะ เดี๋ยวจะไปลองชุดงานหมั้นไม่ทัน" รินรดาจีบปากจีบคอพูด ทำตาใสซื่อเหมือนลูกกวาง
มนต์มีนาเดินลงมาหยุดที่ตีนบันได สายตาคมกริบกวาดมองทั้งคู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ในชาติก่อน เธอคงรีบวิ่งเข้าไปขอโทษขอโพยที่ทำให้รอนาน แล้วก็คงรีบควักกระเป๋าจ่ายค่าเสียเวลาด้วยการพาไปเลี้ยงข้าวร้านหรู... แต่ไม่ใช่กับชาตินี้
มุมปากสวยยกยิ้มเย็นชา "ขอโทษที พอดีฉันตื่นมาแล้วรู้สึก... 'ขยะแขยง' น่ะ ก็เลยอาบน้ำนานไปหน่อย"
"ขยะแขยง? พี่มนต์ไม่สบายเหรอคะ?" รินรดาถามแทรกขึ้นมาด้วยความอยากรูอยากเห็น
มนต์มีนาไม่ตอบ เธอเดินนวยนาดไปนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้าม ไขว่ห้างอวดเรียวขาสวย แล้วปรายตามองน้องสาวต่างแม่ "เปล่าหรอก แค่ฝันร้าย... ฝันเห็นเห็บหมัดมันเกาะกินเลือดหมาจนตัวอ้วนพี แล้วเนรคุณกัดเจ้าของ ฉันเลยรู้สึกพะอืดพะอมนิดหน่อย"
รินรดาหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย แม้จะรู้สึกเหมือนโดนด่ากระทบ แต่เธอก็ยังยิ้มสู้ "ฝันร้ายกลายเป็นดีค่ะพี่มนต์... ว่าแต่ วันนี้รินขอติดรถไปดูพี่ลองชุดด้วยได้ไหมคะ? รินอยากช่วยพี่เลือก"
มาแล้ว... มนต์มีนาแค่นหัวเราะในใจ ภาพในอดีตฉายชัดเข้ามาในหัว วันนั้นรินรดาขอตามไปด้วย แล้วก็แกล้งทำเป็นชอบชุดราคาระยิบระยับแต่ไม่มีเงินซื้อ สุดท้ายมนต์มีนาก็ต้องรูดบัตรซื้อให้ในราคาหลักแสน เพื่อให้น้องสาวใส่มาเฉิดฉายในงานหมั้นของเธอเอง แย่งซีนเธอจนหมดท่า
"เอาสิ" มนต์มีนาตอบสั้นๆ รินรดายิ้มกว้าง หันไปส่งสายตาหวานเชื่อมให้ภาคิน "พี่คินใจดีที่สุดเลย รินสัญญาว่าจะไม่ดื้อค่ะ"
สาวใช้เดินนำกาแฟมาเสิร์ฟ กลิ่นหอมกรุ่นลอยเตะจมูก มนต์มีนายกถ้วยกาแฟร้อนๆ ขึ้นมาจิบ สายตาจับจ้องไปที่ชุดเดรสสีขาวราคาแพงของรินรดา... ชุดที่เธอจำได้ว่าเธอเป็นคนซื้อให้อีกนั่นแหละ
"อุ๊ย!"
ซ่า!!!
"ว้ายยยยย! ร้อน! ร้อนๆๆ!"
กาแฟดำร้อนๆ ในถ้วยถูกสาดเข้าเต็มหน้าตักของรินรดาอย่างจัง น้ำสีเข้มเปรอะเปื้อนชุดสีขาวจนดูเลอะเทอะน่าเกลียด รินรดากรีดร้องลั่นบ้าน กระโดดโหยงด้วยความตกใจและความร้อน
"ริน! เป็นอะไรไหม!?" ภาคินรีบถลันเข้าไปประคองรินรดาด้วยความเป็นห่วงจนลืมรักษาภาพพจน์ "มนต์! คุณทำบ้าอะไรของคุณ!"
มนต์มีนานั่งนิ่ง สีหน้าไม่สะทกสะท้าน เธอวางถ้วยกาแฟเปล่าลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น "ขอโทษที... พอดีมือมันลื่น" เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความสำนึกผิด "เหมือนกับตอนที่เธอ 'ลื่น' เข้ามานั่งเบียดคู่หมั้นชาวบ้านเมื่อกี้นั่นแหละ... มันเป็นอุบัติเหตุ"
"พี่มนต์!" รินรดาเงยหน้ามองพี่สาวด้วยความโกรธจัด น้ำตาคลอเบ้า "พี่ตั้งใจชัดๆ! พี่อิจฉาที่พี่คินคุยกับรินใช่ไหม!"
"อิจฉา?" มนต์มีนาเลิกคิ้วสูง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ แต่เป็นเสียงหัวเราะที่ทำให้คนฟังขนลุก "ของเกรดต่ำแบบนั้น ฉันต้องอิจฉาด้วยเหรอ?"
"มนต์! คุณพูดเกินไปแล้วนะ!" ภาคินตะคอกหน้าดำหน้าแดง เขาไม่เคยเห็นมนต์มีนาก้าวร้าวแบบนี้มาก่อน "ขอโทษน้องเดี๋ยวนี้!"
มนต์มีนาลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงดูสง่างามและน่าเกรงขามกว่าทุกครั้ง เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวภาคิน จนชายหนุ่มเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"ภาคิน..." เธอเรียกชื่อเขาเสียงเรียบ "คุณลืมไปหรือเปล่าว่าใครเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้? และใครเป็นคนจ่ายเงินเดือนให้บริษัทจอมปลอมของคุณอยู่รอดมาได้ถึงทุกวันนี้?"
ภาคินชะงักกึก คำพูดของมนต์มีนาจี้ใจดำจนเขาพูดไม่ออก
"ถ้ายังอยากได้เงินทุนหมุนเวียนเดือนนี้ ก็หุบปาก แล้วพานังนี่กลับไปเปลี่ยนชุดซะ" มนต์มีนาปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นบนไหล่เสื้อของภาคินเบาๆ ก่อนจะกระซิบข้างหูเขา
"อ้อ... แล้วงานหมั้นน่ะ เลื่อนไปก่อนนะ วันนี้ฉันไม่มีอารมณ์... พอดีเหม็นกลิ่นคนทรยศ"
พูดจบ เธอก็หมุนตัวเดินกลับขึ้นห้องโดยไม่หันมามองสองร่างที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางบ้าน ทิ้งให้ภาคินและรินรดามองหน้ากันด้วยความตื่นตระหนก...
มนต์มีนาคนเดิมที่หลอกง่ายหายไปไหน? และผู้หญิงที่น่ากลัวคนนี้... รู้ระแคะระคายเรื่องของพวกเขาแล้วหรือยัง!?
