4
"ให้เข้ามา" เพียงประโยคเดียว ทหารทั้งสองก็ถอนหายใจโล่งอกเหมือนได้รับการอภัยโทษ
พวกเขารีบเก็บกระบี่แล้วเปิดประตูทันที ซูซินหันไปกำชับเสี่ยวเป่า
"รอข้าอยู่ข้างนอก"
"เจ้าค่ะ..." เสี่ยวเป่าพยักหน้ารัวเร็ว นางไม่มีความคิดจะเข้าไปเสี่ยงชีวิตอยู่แล้ว
ภายในเรือนหนังสือ ห้องกว้างขวางถูกตกแต่งอย่างเรียบง่าย ไม่มีเครื่องประดับฟุ่มเฟือย มีเพียงชั้นหนังสือ โต๊ะทำงาน และแผนที่สงครามที่แขวนอยู่บนผนัง ทุกสิ่งล้วนสะท้อนตัวตนของเจ้าของห้อง เรียบง่าย เด็ดขาด และเย็นชา
มู่หยงเสวียนนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ดำขนาดใหญ่ ในมือถือฎีกาฉบับหนึ่ง
แสงจากตะเกียงน้ำมันส่องกระทบใบหน้าหล่อเหลาคมคายจนดูราวกับภาพวาด แต่ดวงตาคมเข้มคู่นั้นกลับเย็นเยียบจนทำให้คนมองไม่กล้าสบตา
ซูซินสูดหายใจลึก ก่อนเดินเข้าไปวางถาดชาลงบนโต๊ะ จากนั้นจึงงัดทักษะการพรีเซนต์งานที่สั่งสมมาหลายปีออกมาใช้อย่างเต็มกำลัง
"ท่านพี่" น้ำเสียงหวานหยด
"ข้าเห็นท่านทำงานเหน็ดเหนื่อยจนดึกดื่น จึงตั้งใจเข้าครัวต้มชาอู่หลงด้วยตัวเอง หวังว่าจะช่วยให้ท่านพี่รู้สึกผ่อนคลายลึกซึ้ง" นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนเน้นเสียงอย่างจริงใจ
"และโล่งโปร่งสบายไปตลอดทั้งคืนเจ้าค่ะ"
มู่หยงเสวียนเงียบ สายตาคมกริบเลื่อนจากถ้วยชาไปยังใบหน้าของนาง สัญชาตญาณของแม่ทัพที่ผ่านสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วนกำลังกรีดร้องเตือน
ผิดปกติ
ผิดปกติมาก
สตรีผู้นี้เกลียดเขาเข้าไส้ วันนี้กลับเข้าครัวต้มชาด้วยตัวเอง แถมยังไล่คนออกจากโรงครัวจนหมด ต่อให้บอกว่าพรุ่งนี้หิมะจะตกกลางฤดูร้อน เขายังเชื่อมากกว่า
"เจ้าต้มเอง" เขาถามเรียบ ๆ
"เจ้าค่ะ" ซูซินพยักหน้ารัว ๆ
"ข้าตั้งใจทำเพื่อท่านจริง ๆ"
มู่หยงเสวียนแค่นหัวเราะเบา ๆ
"ในเมื่อเจ้าตั้งใจเช่นนั้น" เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้
"เจ้าก็ดื่มให้ข้าดูก่อน" โลกทั้งใบของซูซินหยุดหมุน
ฉิบหายแล้ว!
ในใจนางร้องลั่น ไอ้สามีขี้ระแวง ไอ้สามีเฮงซวย ถ้าข้าดื่มเองคืนนี้ไม่ต้องนอนกันพอดี นางได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน สาปส่งเขาอยู่ในใจ ขณะที่ใบหน้ายิ้มแย้ม
ติ๊ง!
เหลือเวลาอีก 5 นาที หากพระเอกไม่ดื่มยา ภารกิจจะล้มเหลว ระบบจะทำการฟ้าผ่าโฮสต์ทันทีค่ะ
หน้าต่างสีแดงกระพริบรัว
เสียงนับถอยหลังดังติ๊ด ๆ ในหัว
ซูซินแทบอยากร้องไห้
จากนั้น พรสวรรค์ด้านการแสดงที่ไม่เคยรู้ว่ามีก็ปะทุขึ้นมาอย่างกะทันหัน ดวงตาคู่สวยแดงเรื่อ หยาดน้ำตาเอ่อคลอ ริมฝีปากสั่นน้อย ๆ ราวกับนางกำลังถูกคนทั้งโลกทอดทิ้ง
"ท่านพี่" น้ำเสียงสั่นเครือดังขึ้น
"ท่านระแวงข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือเจ้าคะ"
มู่หยงเสวียนชะงัก
"ที่ผ่านมา" น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาตามแก้ม
"ข้ายอมรับว่าข้าทำตัวไม่ดี ข้าก่อเรื่อง ข้าทำให้ท่านต้องลำบากใจ" ซูซินยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดน้ำตา
"แต่ครั้งนี้ข้าเพียงอยากทำหน้าที่ภรรยาที่ดีหากแม้แต่ความหวังดีของข้า ท่านยังมองว่าเป็นสิ่งชั่วร้าย" นางก้มหน้าลง ไหล่สั่นน้อย ๆ
"ข้าก็คงไม่มีหน้าจะอยู่ต่อแล้วเจ้าค่ะ" กล่าวจบ นางยื่นมือไปหยิบถ้วยชา ทำท่าเหมือนจะเททิ้ง แต่ความจริงแอบเขี่ยถ้วยให้เข้าใกล้มู่หยงเสวียนมากขึ้น
ในใจตะโกนสุดเสียง
‘ห้ามข้าสิ!’
‘คว้ามือข้าสิ!’
‘ดื่มสิยะ!’
มู่หยงเสวียนมองภาพตรงหน้า ความสงสัยยังไม่หายไป แต่เขาก็รู้จักหลินซูซินดี
นางอาจร้าย อาจเอาแต่ใจ แต่อย่างไรนางก็ไม่มีความกล้าพอจะวางยาพิษเขาอย่างโจ่งแจ้งในจวนแม่ทัพแน่นอน สุดท้ายมือใหญ่จึงยื่นออกไป คว้าข้อมือบางเอาไว้
"พอได้แล้ว"
ซูซินเกือบร้องเยสออกมา
"ในเมื่อเจ้าตั้งใจ ข้าจะดื่ม"
มู่หยงเสวียนปล่อยมือ ก่อนหยิบถ้วยชาขึ้นมา เขาดมกลิ่นเล็กน้อย มีกลิ่นสมุนไพรแปลก ๆ จริง แต่ดูคล้ายยาบำรุงมากกว่า สุดท้ายชายหนุ่มจึงยกถ้วยขึ้น แล้วดื่มรวดเดียวจนหมด
ซูซินแทบจะกระโดดตีลังกาฉลองชัย แต่ยังคงรักษามาดเอาไว้
"ชาของเจ้า..." มู่หยงเสวียนวางถ้วยลง
"รสชาติเข้มข้นดี" นางทวนประโยคของเขา
‘ก็ต้องเข้มข้นสิยะ!’
‘ใส่ไปตั้งครึ่งสวนสมุนไพร!’
ติ๊ง!
ภารกิจที่ 1 สำเร็จ มู่หยงเสวียนดื่มยาเรียบร้อย ได้รับแต้มชีวิต 10 วัน ระบบอุ่นเครื่องสายฟ้าฟาดปิดการทำงาน ซูซินแทบอยากกราบระบบ
"ขอบพระคุณท่านพี่เจ้าค่ะ" นางย่อกายอย่างงดงาม
"คืนนี้ขอให้ท่านหลับสบายและโล่งโปร่งตลอดทั้งคืนนะเจ้าคะ" นางทำหน้าชอบกลใส่เขา นึกสภาพเขาแล้วแอบส่ายหัวไปมา พรุ่งนี้เขาคงไม่มาหักคอข้านะ
จากนั้นนางจึงรีบเผ่นหนีออกจากห้องของเขาอย่างรวดเร็ว ทว่าเพียงหนึ่งเค่อต่อมา
โครก...
คลืน...
เสียงประหลาดดังขึ้นภายในเรือนหนังสือ มู่หยงเสวียนขมวดคิ้ว
ก่อนจะชะงัก เพราะเสียงนั้นไม่ได้ดังจากภายนอก แต่มาจาก ท้องของเขาเอง
โครก!
ความปั่นป่วนรุนแรงแล่นผ่านช่องท้อง ใบหน้าหล่อเหลาถอดสีทันที เหงื่อเย็นผุดขึ้นบนหน้าผาก มือใหญ่กุมท้องแน่น
"หลิน"
โครก!
"ซู"
คลืน!
"ซิน!"
มู่หยงเสวียนกัดฟันกรอด ความจริงทุกอย่างกระจ่างในพริบตา
จากนั้น แม่ทัพไร้พ่ายผู้ทำให้ศัตรูนับหมื่นหวาดกลัว ผู้ไม่เคยถอยหนีแม้แต่ในสนามรบ ก็ลุกพรวดจากเก้าอี้ สละมาดเทพสงครามทั้งหมด แล้ววิ่งหน้าตั้งออกจากห้องหนังสือด้วยความเร็วที่สุดในชีวิต มุ่งตรงไปยังห้องสุขาอย่างไม่คิดหันหลังกลับ
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดลอดผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลักเข้ามาภายในห้องนอนอันหรูหรา
ม่านแพรไหมสีอ่อนพลิ้วไหวตามแรงลม กลิ่นเครื่องหอมอ่อน ๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศ บรรยากาศสงบสุขเสียจนหลินซูซินแทบอยากหลับต่อไปอีกสามวันสามคืน
นางนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงแพรไหมหลังใหญ่ บิดขี้เกียจอย่างแสนสบาย นี่สิชีวิตที่ต้องการ ไม่มีเสียงนาฬิกาปลุก ไม่มีข้อความจากหัวหน้า ไม่มีคำว่าแก้นิดเดียว ไม่มีประชุมเช้า และไม่มีไฟล์งานที่ยังไม่ได้เซฟ
คติประจำใจของนางผุดขึ้นมาในหัวอย่างภาคภูมิ เหนื่อยวันนี้ สบายวันหน้า แต่ถ้าไม่ทำเลย ก็สบายตั้งแต่ตอนนี้
