บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 พึ่งตนเอง

อันที่จริงการลงโทษเช่นนั้นนับว่าไม่เบา ในสายตาของเสด็จพ่อที่มีลูกสาวมากกว่ายี่สิบเจ็ดคน ความจริงพระองค์ก็ถือว่าเอ็นดูเหลียงอวี้มากที่สุด เพราะโดยปกติก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับพวกลูกสาวมากนัก ส่วนใหญ่จะใส่ใจลูกชายที่มีอยู่แค่สี่คนมากกว่า

เรื่องที่เหลียงอวี้ตกน้ำนี้จึงถือว่าจบลงไปแล้ว ส่วนเสด็จแม่ก็ค่อนข้างพอใจกับคำตัดสิน และไม่ได้ไปหาเรื่องสองแม่ลูกนั่นอีก

ฝ่ายท่านตาหลังจากที่รู้ว่าเหลียงอวี้ถูกกลั่นแกล้งจนตกน้ำ เขาก็สั่งให้ท่านลุงใหญ่รวบรวมความผิดเบื้องหลังของตระกูลจ้าวขึ้นมาเปิดเผย

เสด็จพ่อโกรธมาก ตระกูลจ้าวนั้นแอบอ้างเบื้องสูงและรับสินบนจากคนอื่นๆ นี่จึงเป็นเรื่องดีที่จะได้โอกาสกำจัดตระกูลที่มีอิทธิพลในเมืองหลวงออกไปได้

“ให้องครักษ์เสื้อแพรสืบสวนเรื่องนี้ทันทีจะต้องลากตัวคนทำผิดออกมาให้หมด!”

เมื่อองครักษ์เสื้อแพรเป็นคนจัดการสอบสวนความผิด หลักฐานทั้งหมดก็ถูกรื้อค้นออกมา จนคนในตระกูลจ้าวไม่สามารถโต้เถียงได้ เพียงช่วงเวลาไม่กี่วันตระกูลของจ้าวเฟยก็กลายเป็นผู้ต้องโทษ เหล่าบุรุษในตระกูลก็ถูกเนรเทศไปชายแดนส่วนสตรีก็ถูกสั่งลดขั้นให้เป็นเพียงแค่สามัญชนทั่วไป

ฮ่องเต้ทรงมีเมตตาไม่ได้สั่งขังจ้าวเฟย แต่นางถูกลดขั้นจนกลายเป็นเพียงแค่จ้าวผินเท่านั้น ทำให้มีคนพูดกันว่าฮ่องเต้โปรดปรานจ้าวผินเป็นอย่างมาก แต่ความจริงแล้ว พระองค์นั้นยินดีที่จะมีพระสนมมาจากตระกูลต้องโทษมากกว่าพระสนมที่มาจากตระกูลที่แข็งแกร่ง เพราะสามารถควบคุมได้ง่ายกว่า

........

หลังจากเหตุการณ์จมน้ำ เสด็จแม่กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก จึงบังคับให้เหลียงอวี้ฝึกว่ายน้ำและเริ่มฝึกวรยุทธ์ไว้ป้องกันตัว

“เสด็จแม่ ข้าเพิ่งแค่เจ็ดขวบเองนะ!”

“ตอนที่แม่ฝึกวรยุทธ์ อายุน้อยกว่านี้เสียอีก อายุของเจ้าตอนนี้ถือว่าเริ่มต้นช้าไป เก็บแรงไว้เถอะ อย่าบ่นมากรีบฝึกต่อไป!”

เหลียงอวี้ “...”

ตั้งแต่นั้นมาการตื่นนอนในยามเช้าก็กลายเป็นความทรมานสำหรับเหลียงอวี้

“เหลียงอวี้…ข้าเห็นว่าเสด็จแม่ของเจ้าแข็งแกร่งมาก ดังนั้นช่วงที่ข้าไปฝึกวิชาเจ้าคงอยู่ในวังหลวงได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล” จู่ๆ เซียนประจำตัวของเหลียงอวี้ก็พูดขึ้นมา

ในตอนแรกเหลียงอวี้ยังนอนฟุบไม่มีแรง แต่เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดเช่นนี้เด็กหญิงก็กระเด้งตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “เจ้าจะทิ้งข้าหรือ”

เซียนสาวส่ายหน้า “ไม่ใช่เช่นนั้น เพียงแต่พลังของข้ายังคงอ่อนด้อยนัก ในเวลานี้จำเป็นต้องกลับสวรรค์ไปฝึกฝนวิชาเพิ่มเติม”

“แล้วจะกลับมาอีกทีเมื่อใด”เหลียงอวี้ค่อนข้างกังวลเพราะเมื่อไม่มีเซียนประจำตัว เด็กหญิงก็เหมือนกับแมลงวันไร้หัวที่ต้องเสี่ยงดวงใช้ชีวิตไปวันๆ

“ยังไม่สามารถบอกเวลาได้”

“ถ้าเช่นนั้นก็ขอให้เจ้าฝึกวิชาสำเร็จเร็วๆ นะ” เหลียงอวี้อวยพรด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์

เซียนประจำตัวพยักหน้าก่อนที่จะค่อยๆ สลายตัวไป

เหลียงอวี้ถอนหายใจ หลังจากนี้นางคงต้องพึ่งความสามารถของตนเองแล้ว

.....

วันต่อมาตอนที่เหลียงอวี้และเสด็จแม่เข้าไปคารวะฮองเฮายามเช้า บรรดาพระสนมคนอื่นๆ ก็มานั่งรออยู่แล้ว เสด็จพ่อของนางใช้สิทธิ์ของฮ่องเต้อย่างเต็มที่ ตำแหน่งนางสนมที่มีก็แต่งตั้งจนเกือบครบทุกอัตรา เวลานี้เหลียงอวี้เองก็ยังจำชื่อพระสนมของเสด็จพ่อทุกคนไม่ได้เลย

เมื่อพวกนางสองแม่ลูกเดินเข้ามาถึงห้องโถงก็ถูกฉีกุ้ยเฟยที่ค่อนข้างสนิทกับจ้าวเฟยที่ตอนนี้กลายเป็นจ้าวผินเอ่ยเหน็บแหนม “ได้ยินว่าตอนนี้น้องสาวฝึกวรยุทธ์ให้แก่เสี่ยวอวี้แล้วหรือ ต่อไปนางก็คงจะเติบโตมาเป็นหญิงแกร่งเช่นเจ้ากระมัง”

“แน่นอนว่าการเป็นหญิงแกร่งย่อมดีกว่า สตรี ที่แสแสร้งบอบบางอยู่แล้วเพคะ” สวีเฟยพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

“นี่เจ้าด่าข้าเช่นนั้นรึ!” ฉีกุ้ยเฟยหันมาถามเสียงเข้ม

“หม่อมฉันเพียงแค่พูดไปเรื่อยเท่านั้น ท่านอย่าได้ร้อนตัวสิเพคะ” สวีเฟยยกยิ้มเยาะ

ฉีกุ้ยเฟยโกรธจนพูดไม่ออก นางต้องการสั่งให้ขันทีจับตัวอีกฝ่ายไว้แล้วลงมือตบสั่งสอน

ฮองเฮาที่เพิ่งเข้ามาและเห็นสถานการณ์วุ่นวายด้านหน้า ก่อนที่จะทันได้ห้ามก็เห็นว่าเสด็จแม่ใช้มีดบินเล่มเล็กๆ ตัดผมของฉีกุ้ยเฟยออกมาหนึ่งกำ

ฉีกุ้ยเฟยตกใจจนเป็นลมหมดสติ คราวนี้ชื่อเสียงในเรื่องของความโหดเหี้ยมของเสด็จแม่ก็ดังไปทั่ววังหลวง

แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังไม่กล้ามาที่ตำหนักของสวีเฟย เพราะกลัวว่าหากทำอะไรขัดใจนาง ตอนกลางคืนเขาตื่นมาอาจจะไม่มีผมอยู่บนศีรษะ

ตอนนี้ภายในวังเวลาที่พวกพี่สาวเดินสวนทางกับเหลียงอวี้ ก็มักจะหลีกเลี่ยงไปให้ไกลเพราะกลัวว่าจะทำให้นางขุ่นเคืองต้องไปฟ้องเสด็จแม่ ทำให้ชีวิตในวังหลวงเวลานี้ของเหลียงอวี้จึงสงบสุขเป็นอย่างมาก นอกจากกินนอนและฝึกวรยุทธ์แล้วก็ไม่ต้องทำอะไรอีก
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel