ตอนที่ 3 เจอสาวชาเขียว
ว่ากันว่าสตรีในวังหลังนั้นเป็นพวกเจ้าเล่ห์เพทุบาย เหลียงอวี้ที่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเติบโตอย่างอ้วนท้วนแข็งแรงได้อย่างปลอดภัยจนถึงอายุเจ็ดขวบ อาจเป็นเพราะว่าชีวิตเกิดใหม่ของเด็กหญิงเช่นนางนั้นราบเรียบและโชคดีเกินไป เซียนประจําตัวก็บอกว่าช่วงนี้จึงต้องจะประสบกับโชคร้ายบางอย่างซึ่งถือเป็นคราวเคราะห์ครั้งที่หนึ่ง
“เจ้าบอกว่าช่วงนี้ข้ามีเคราะห์ไม่ใช่หรือ แล้วเหตุใดต้องออกไปข้างนอกด้วยเล่า”
“ถ้าไม่ออกไปข้างนอก เจ้าจะมีเคราะห์ได้อย่างไร” เซียนประจำตัวเถียงตาใส
“เจ้าก็ดลบันดาลให้ของอะไรตกลงมาใส่หัวแล้วข้าหลบทันก็ได้นี่” เหลียงอวี้เสนอความคิดเห็นเพราะตอนนี้นางกลายเป็นองค์หญิงที่สุขสบายคนเคยตัว และไม่อยากได้รับความยากลำบากใดๆ ทั้งนั้น
“ทำเช่นนั้นผิดกฎเป็นอย่างมาก ถึงอย่างไรมนุษย์ทุกคนก็ต้องมีโชคร้าย เจ้าก็หลับหูหลับตาเผชิญเคราะห์ไปเถอะ ถึงอย่างไรก็ไม่อันตรายจนถึงชีวิตแน่นอน” ยิ่งได้ยินอีกฝ่ายพูดเช่นนี้ เหลียงอวี้ก็ยิ่งกังวล เพราะถึงแม้ว่าคราวเคราะห์ที่นางต้องเผชิญจะไม่อันตราย แต่เมื่อมีเซียนประจำตัวที่ไม่ค่อยมีอิทธิฤทธิ์อะไรอยู่ข้างกายก็ไม่แน่ว่าอาจมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น
หลังจากทำใจหนึ่งคืน ช่วงสายของวันถัดมาเสด็จแม่ก็ให้แม่นมพานางออกไปเดินเล่นชมธรรมชาติแถวอุทยานหลวง ในช่วงแรกก็ไม่มีอะไรมาก เหลียงอวี้เดินทอดน่องชมนกชมไม้ไปเรื่อย แต่ในจังหวะที่เดินไปชมปลาที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในบ่อน้ำ พี่หญิงยี่สิบหกก็เข้ามาหาเรื่อง
องค์หญิงยี่สิบหกเกิดก่อนนางสองปี เสด็จแม่ของอีกฝ่ายก็คือจ้าวเฟยที่เข้าวังมาในเวลาใกล้เคียงกับเสด็จแม่ของเหลียงอวี้ พระสนมทั้งสองโดยปกติก็ไม่ค่อยที่จะชอบหน้ากันนัก จึงพาลทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องของลูกๆ ไม่ค่อยดีตามไปด้วย แน่นอนว่าเป็นองค์หญิงยี่สิบหกที่ชอบหาเรื่องมากกว่า ส่วนเหลียงอวี้ที่วิญญาณในร่างคือผู้ใหญ่นางไม่ได้สนใจการหาเรื่องของเด็กน้อยนัก
“เจอพี่สาวเช่นข้าเหตุใดถึงไม่ทักทาย” องค์หญิงยี่สิบหกเท้าเอวถาม ท่าทางวางอำนาจแสดงความอาวุโส
เหลียงอวี้ไม่อยากจะคุยกับเด็กน้อยคนนี้เลยจริงๆ แต่เพราะไม่อยากมีปัญหานางจึงทักอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ “อรุณสวัสดิ์พี่หญิงยี่สิบหก”
แต่เด็กคนนี้ยิ่งได้คืบจะเอาศอกต้องการให้นางคารวะแบบเต็มพิธีการ แน่นอนว่าเหลียงอวี้ไม่ยอมทำ อีกฝ่ายจึงมาดึงแขนยื้อยุดฉุดกระชาก ทำให้เหลียงอวี้ที่ตัวเล็กกว่าเสียหลักตกลงไปในบ่อน้ำ
ตูม!!!
แม้ว่าบ่อปลานี้จะไม่ได้ลึกมาก แต่ถึงอย่างไรน้ำก็ท่วมจนมิดหัวของเหลียงอวี้ ปลาสวยๆ ในบ่อน้ำนึกว่านางเป็นอาหาร พวกมันต่างว่ายน้ำมุ่งตรงมาทางนี้ ทำให้ภาพที่เห็นด้านหน้าของเหลียงอวี้ดูน่าสยดสยองมาก!
โชคดีที่พวกแม่นมและนางกำนัลได้สติอย่างรวดเร็ว พวกนางรีบอุ้มเหลียงอวี้ขึ้นมาจากบ่อปลาทันที
เมื่อเสด็จแม่วิ่งมาถึงที่เกิดเหตุ พี่หญิงยี่สิบหกก็วิ่งหนีไปแล้ว
เหลียงอวี้ได้ยินเสด็จแม่ก่นด่าอีกฝ่ายว่า “นางกล้าทำเรื่องเช่นนี้ แต่ไม่กล้าที่จะอยู่รอรับความผิด จ้าวเฟยสอนลูกสาวมาดีเหลือเกินนะ!”
ทุกคนในวังหลวงล้วนรู้จักชื่อเสียงของเสด็จแม่เป็นอย่างดี นางมีนิสัยโหดร้ายและพละกำลังราวกับแม่เสือ หากไม่ได้ตกหลุมรักกับเสด็จพ่อ ไม่แน่ว่าเสด็จแม่ของนางอาจกลายเป็นแม่ทัพหญิงคนแรกของแผ่นดินแล้วก็ได้
หลังจากที่ส่งเหลียงอวี้กลับเข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าในตำหนัก และแน่ใจแล้วว่าลูกสาวไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยอันใด สวีเฟยก็เดินราวกับเหาะด้วยกำลังภายในไปยังตำหนักของจ้าวเฟย
เหลียงอวี้กลัวว่าเสด็จแม่จะก่อเรื่อง นางรีบให้แม่นมพาไปที่ตำหนักจ้าวเฟยทันที
……..
เมื่อไปถึงเหลียงอวี้ก็เห็นว่าสตรีทั้งสองกำลังยืนเผชิญหน้ากันอยู่ที่สวนดอกไม้หน้าตำหนัก โดยมีองค์หญิงยี่สิบหก ยืนซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของผู้เป็นมารดา
“น้องสาวอย่าได้โกรธเคืองเลย ก็แค่พวกเด็กๆ ทะเลาะกันเท่านั้น”
ก่อนที่เสด็จแม่ของข้าจะได้พูด เสียงขันทีก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน “ฮ่องเต้เสด็จ….”
จ้าวเฟยเปลี่ยนสีหน้าทันที นางก้มตัวลงกอดพี่หญิงยี่สิบหกแล้วร้องไห้ น้ำตาไหลลงอาบข้างแก้มราวกับสั่งได้เหลียงอวี้เข้าใจทันทีว่านี่คือทักษะชาเขียว* ของสตรีในวังหลัง
(*ชาเขียว จะคล้ายกับดอกบัวขาว คือ ภายนอกดูใสซื่อ แบ๋วสุดๆ แต่ข้างในร้ายกาจมากเล่ห์ )
เมื่อเสด็จพ่อเดินมาถึง จ้าวเฟยก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม นางกอดพี่หญิงยี่สิบหกเอาไว้ ท่าทางดูบอบบางน่าสงสาร
แต่เหลียงอวี้เห็นว่าเสด็จพ่อมีสีหน้ารำคาญเล็กน้อย แน่นอนว่าเพราะเขาเป็นฮ่องเต้มาหลายปี ดังนั้นด้วยกลอุบายเล็กน้อยเช่นนี้พระองค์ย่อมมองออก
เสด็จแม่ของนางรีบพูดเรื่องราวในวันนี้ให้เสด็จพ่อฟัง “เสี่ยวหรูผลักเสี่ยวอวี้ตกน้ำ หม่อมฉันไม่อยากจะคิดเลยว่า...หากท่านตาท่านยายของนางรู้เข้าจะรู้สึกปวดใจเพียงใด”
ตระกูลของท่านตานั้น นอกจากท่านแม่ที่เป็นสตรี รุ่นหลานในบรรดาลูกพี่ลูกน้องยี่สิบคน ก็มีเพียงนางเท่านั้นที่เป็นสตรีคนเดียว ดังนั้นทั้งท่านตาท่านยายและท่านลุงทั้งแปด ล้วนเอ็นดูและตามใจนางเป็นอย่างมาก
ฮ่องเต้เองก็ทราบถึงข้อนี้ดี ทักษะในด้านสงครามของพ่อตาคนนี้ไม่มีแม่ทัพคนใดเทียบเคียงได้ ลูกชายทั้งแปดของเขาก็ล้วนเก่งกาจกันทุกคน แน่นอนว่าเขาต้องเข้าข้าง สวีเฟยที่เป็นสนมคนโปรดและมีเบื้องหลังที่ดีอยู่แล้ว
“องค์หญิงยี่สิบหกประพฤติตนไม่ดีให้คัดหนังสือจริยธรรมสตรีหนึ่งร้อยจบ ส่วนจ้าวเฟยโทษฐานที่ไม่ดูแลอบรมพระธิดาให้ดีก็ให้กักบริเวณสามเดือน” สิ้นเสียงฮ่องเต้เหล่านางกำนัลขันทีก็รีบเชิญคนทั้งคู่เข้าไปยังตำหนักทันที โดยไม่ฟังเสียงโวยวายของจ้าวเฟยหรือองค์หญิงยี่สิบหกแม้แต่น้อย