บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5

หลิวอวี้กัดปากก้มหน้า อย่างน้อยเขาก็ยังมีท่าทางสำนึกผิดและรู้จักอับอายในสิ่งที่ตนทำลงไป

นางมองชาวบ้าน “ส่วนพวกท่านไม่เคยมีใครในหมู่บ้านเข้ามาหยิบยื่นเนื้อ หยิบยื่นของกิน ก็มีเพียงข้าสตรีอ้วนอัปลักษณ์คนนี้ที่หุงหาข้าวให้พวกเขากิน สรรหาเนื้อมาให้พวกเขาได้อิ่มท้อง หาเสื้อผ้า หารองเท้าให้พวกเขาสวมใส่”

“แม้แต่จะกินยังไม่มี เช่นนั้นจะหยิบยื่นให้บุตรของผู้อื่นได้อย่างไร...”

เสิ่นจือแค่นยิ้ม “พวกท่านหาเหตุผลมาแก้ต่างให้ตัวเองได้นับไม่ถ้วน ทว่าตอนนั่งนินทาว่าร้ายข้ากลับไม่รู้สึกผิดสักนิด ขณะที่ข้าโดนใส่ร้ายก็คล้อยตามอย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามธรรมนองคลองธรรม ข้าขอถามว่าความยุติธรรมอยู่ที่ใด”

อยู่ๆ เรื่องราวก็เปลี่ยนฝั่ง เสิ่นจือมองชาวบ้านที่ตอนแรกอ้าปากก็ก่นด่า คำก็ตำหนิ สองคำก็สาปแช่ง ตอนนี้กลับถูกนางทำให้พูดไม่ออก เสิ่นจือแม้เป็นคนปากร้ายทว่ากลับปฏิบัติกับลูกติดของสามีไม่เลว แม้ใช้งานหนักแต่ก็ให้กินของดี ใช้ของดี ไม่ให้ออกไปเสี่ยงขึ้นเขาหรือเข้าใกล้ลำธาร เรียกได้ว่ารักสามีก็รักลูกๆ ของเขา แม้ไม่อ่อนโยนไม่ใช้คำหวาน ทว่ารวมๆ แล้วก็นับว่าไม่ได้อำมหิตอย่างที่ถูกกล่าวหา

“ข้าจะพูดให้ชัดเจน ปีนั้นหลิวอวี้แต่งเข้าบ้านข้า ข้าใช้เงินสินสอดไปสามตำลึง ปีที่เขาไปชายแดนเขาได้เงินเบี้ยงเลี้ยงล่วงหน้าสองตำลึง จากนั้นข้าไปรับเบี้ยเลี้ยงของเขาทุกเดือนเดือนละหนึ่งตำลึง สองปีนับเป็นเงินยี่สิบสี่ตำลึง หักสามตำลึงของข้าเหลือยี่สิบเอ็ดตำลึง ทุกปีข้าตัดชุดซื้อรองเท้าใหม่ให้บรรดาลูกๆ ของเขาปีละห้าตำลึง สองปีสิบตำลึงเหลือเงินสิบเอ็ดตำลึง สองปีมานี้การกินอยู่ของเด็กสามคนข้าจะไม่นับ เงินสิบเอ็ดตำลึงแบ่งคนละครึ่งจากนั้นหย่าขาดแยกย้ายสองฝ่ายไม่ติดค้าง”

หลิวอวี้เลิกคิ้วมองนาง คิ้วของเขาค่อยๆ มุ่นลงเมื่อเห็นสีหน้าของนาง เห็นชัดว่าการคำนวณปากเปล่าของนางทำให้เขาคาดไม่ถึง “เจ้า...คิดเลขเป็น?”

เสิ่นจือไม่สนใจเขาสักนิด นางมองหัวหน้าหมู่บ้าน “รบกวนท่านลุงเสิ่นเขียนหนังสือหย่าให้ข้าด้วย ทุกคนที่นี่รบกวนเป็นพยานให้ข้าเช่นกัน ข้าเสิ่นจือวันนี้หย่าขาดกับหลิวอวี้เพราะได้รับความอยุติธรรมจากสามี มิใช่ข้าที่ทำผิดต่อหลิวอวี้หรือบุตรของเขา หากมีใครไม่เห็นด้วยข้าจะไปแจ้งทางการให้เข้ามาสอบสวนหาความจริง การสอบสวนของทางการข้าไม่เชื่อว่าความจริงจะไม่กระจ่าง แม้มีคนไม่ชอบข้าและพยายามบิดเบือนทว่าหลักฐานและการให้การจะอย่างไรใต้เท้าที่ว่าการย่อมมองออก” นางจงใจมองไปยังเสิ่นหูและมารดา ทั้งสองคอหดถอยหลังไปก้าวหนึ่งทันที

หลิวอวี้มองตามสายตาของเสิ่นจือ ผิดถูกตอนนี้เขาย่อมมองออกแล้วอย่างชัดเจน ทั้งที่เสิ่นจือกล่าว ทั้งท่าทางของสองแม่ลูก รวมไปถึงท่าทีของคนในหมู่บ้าน

จริงอยู่ว่าเมื่อก่อนเสิ่นจือเป็นหญิงปากร้ายและเห็นแก่ตัว ทว่าเรื่องในวันนี้เขาไม่แยกแยะไม่สอบถามให้กระจ่างกลับลงมือทำร้ายคนด้วยความโกรธ บวกกับเรื่องที่เขาหนีไปชายแดนทิ้งบุตรทั้งสองคนเอาไว้ เนื่องจากทำใจเข้าหอกับสตรีอ้วนอัปลักษณ์ไม่ลง

ในใจของเขาตอนนั้นยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียฮูหยินอันเป็นที่รัก ไม่อยากยอมรับสตรีอื่นเข้ามาในชีวิต ทว่าความจำเป็นบีบบังคับทำได้เพียงคล้อยตาม กระทั่งคิดตื้นๆ ว่าหากเขาหลบไปชายแดน ด้วยความเห็นอกเห็นใจของชาวบ้านในหมู่บ้านที่คอยดูแลกันและกัน บุตรของเขาทั้งสามก็คงไม่ได้รับความลำบากมากนัก อีกทั้งเงินเบี้ยเลี้ยงของเขาที่ได้รับในแต่ละเดือน เสิ่นจือที่หลงรักเขาและยอมควักเนื้อมาถึงสามตำลึงคงไม่กล้าลงมือกับเด็กๆ...

ทันทีที่มาถึงหมู่บ้านนางจี้ก็ปราดเข้ามาบอกว่าเสิ่นจือคิดทำร้ายอาจู เขาทั้งโกรธ ทั้งโมโห ทั้งกลัวว่าบุตรสาวจะเป็นอันตราย เมื่อมาถึงไม่ถามไถ่กลับลงมือทันที ตอนนี้คิดเสียใจก็สายไปแล้ว...

นึกถึงเมื่อครู่ที่นั่งอยู่ในลานบ้าน สิ่งที่ชาวบ้านบอกเล่าให้ได้ยินล้วนเป็นเรื่องที่เสิ่นจือใช้งานบุตรของเขา ความคิดของเขาถูกชักนำไปในทางเดียวนั่นก็คือหย่าขาดกับเสิ่นจือ ไม่มีสักชั่วขณะที่เขาคิดจะถามว่านางทำเช่นนั้นจริงหรือไม่ ตอนนี้หวนคิดไปถึงตอนที่เขาไปเคาะประตูบ้านของชาวบ้านเพื่อขอความช่วยเหลือ ไม่มีใครเลยนอกจากนางที่หยิบยื่นความช่วยเหลือนั้นให้ ในยุคที่แห้งแล้งขาดแคลนไม่มีแม้แต่ข้าวสารจะกรอกหม้อ เงินสามตำลึงนั้นทำให้เขาใช้หนี้และจัดงานศพส่งฮูหยินเป็นครั้งสุดท้าย...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel