บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 ชดเชย

เพียงสบตากันในเสี้ยวลมหายใจนั้น

บุรุษผู้นั้น ก็รับรู้ได้ทันทีว่า นางรู้จักเขา

มือเรียวยาวสะบัดเล็กน้อย

จากนั้น

โลกทั้งใบคล้ายหยุดเคลื่อนไหว เสียงลม เสียงน้ำ เสียงผู้คน... ล้วนเงียบหายไปหยุดห้วงเวลา

เหลือเพียงดวงตาสองคู่ที่ประสานกันกลางหมอกแดดราง ๆ

แววตาของนางเต็มไปด้วยความตกตะลึงและระแวดระวัง

ส่วนแววตาของเขา... เย็นเยียบและลึกล้ำจนยากหยั่งถึง

คล้ายรอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นบนมุมปาก แต่กลับทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นวูบลงอย่างประหลาด

บุรุษผู้นั้นก้าวเท้าเข้ามาอย่างช้า ๆ

ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยพลังบางอย่างที่มองไม่เห็น

เมื่อระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่ก้าว เขาหยุดตรงหน้ามู่หว่านเหยา

“เจ้าเป็นผู้ใด... เหตุใดรู้จักข้า” เสียงของเขาดังขึ้นต่ำและชัดเจน ราวกับเสียงสะท้อนจากก้นบึ้งแห่งหุบเหว

คำถามนั้นแฝงแรงอำนาจจนแม้เพียงลมหายใจก็คล้ายหยุดไหลเวียน

แต่ทั้งที่เอ่ยถาม ชายหนุ่มกลับไม่รอคำตอบจากนางเลย

ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาเพียงสะบัดเบา ๆ —

แรงลมอันเย็นวาบพุ่งเข้าหามู่หว่านเหยาอย่างรวดเร็ว

ก่อนที่นางจะทันรู้ตัว

สติของนางดับวูบ ร่างทั้งร่างทรุดลงราวสายลมถูกสูบออกจากอก

ชายหนุ่มยื่นมือข้างหนึ่งแตะลงกลางหน้าผากนาง

แสงสีเงินสว่างวาบขึ้น พลังวิญญาณแทรกซึมเข้าสู่กาย

ภาพมากมายพรั่งพรูเข้ามาในห้วงจิตของเขา

เมื่อภาพทั้งหมดเลือนหายไป ความจริงก็ค่อย ๆ ปรากฏ

แววตาของบุรุษผู้นั้นเย็นลงเล็กน้อย

“ไม่ใช่นาง... ไม่ใช่ผู้ที่ข้าตามหา”

น้ำเสียงนั้นแผ่วแผ่วแต่กรีดลงในอากาศอย่างเฉียบคม

เขาคลายมือออกจากหน้าผากหญิงสาว ปลายนิ้วแตะอีกครั้งส่งพลังบางเบาเข้าสู่ร่าง

ลมหายใจของมู่หว่านเหยาเริ่มกลับคืน นางกระพริบตาถี่ ๆ ราวกับเพิ่งตื่นจากความฝัน

“นี่...ท่านทำอะไรข้า...”

เสียงนางสั่นพร่า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความมึนงง

บุรุษผู้นั้นมองมู่หว่านเหยาที่เพิ่งลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตานางยังพร่าเลือนเหมือนคนเพิ่งถูกดึงกลับจากห้วงลึกแห่งความฝัน

“ข้าเป็นผู้ทำให้เจ้าพลาดชะตาชีวิตที่ควรมีในภพเดิม...”

“เจ้าต้องการสิ่งใด ข้าจะชดเชยให้”

แสงบางอย่างแผ่วลงจากปลายนิ้วของเขา ก่อนที่ร่างสูงจะค่อย ๆ ถอยห่าง เสียงของเขาแว่วอยู่ในอากาศ เย็นเยียบแต่ชัดเจนราวเสียงกระซิบจากสวรรค์หรือยมโลก

“จำไว้... สิ่งที่เจ้าขอ...ต้องเป็นสิ่งที่พรสวรรค์ของมนุษย์ผู้หนึ่งสามารถมีได้”

หลังถ้อยคำสุดท้ายนั้นจบลง ร่างของบุรุษผู้นั้นก็จางหายไปกลางสายหมอก เหมือนไม่เคยปรากฏอยู่ตรงนั้นมาก่อน

เหลือเพียงลมเย็นวูบหนึ่งที่พัดเอาเส้นผมของมู่หว่านเหยาให้ปลิวไหว

นางยกมือแตะขมับ พลันรู้สึกเวียนศีรษะราวกับโลกทั้งใบหมุนช้า ๆ เสียงคุ้นเคยดังขึ้นข้างหลัง

“หว่านเหยา เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”

หานเจ๋อรีบก้าวเข้ามา ใบหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใย

มู่หว่านเหยาพยายามฝืนยิ้มบาง ๆ

“ข้า... คงใช้แรงมากไป รู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย”

ชายหนุ่มพยักหน้า ก่อนจะยื่นมือมาพยุงนางขึ้นอย่างแผ่วเบา

“เช่นนั้น... กลับกันเถอะ อย่าฝืนเลย”

นางพยักหน้าช้า ๆ พยายามไม่แสดงอาการผิดปกติ

แต่ในใจกลับยังคงได้ยินเสียงนั้นสะท้อนอยู่ในหู

“สิ่งที่เจ้าขอ... ต้องเป็นสิ่งที่มนุษย์ผู้หนึ่งสามารถมีได้”

คำพูดนั้นคล้ายฝังลงในห้วงจิตของนาง ราวกับเป็นตราประทับแห่งชะตาที่เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

พอทั้งคู่กลับมาถึงเรือน หานเจ๋อเห็นสีหน้าของมู่หว่านเหยาไม่สู้ดี ก็รีบเอ่ยอย่างร้อนรนเต็มไปด้วยความห่วงใย “เจ้าเข้าไปพักผ่อนในเรือนเถอะ ข้าจะเตรียมทำกับข้าวเอง”

หว่านเหยาเพียงพยักหน้าเบา ๆ ก่อนเดินเข้าไปในเรือนด้วยก้าวที่แผ่วช้า ดวงตาของนางล่องลอย คล้ายยังถูกตรึงอยู่กับเหตุการณ์ที่ริมลำคลอง

เมื่อปิดประตูเรือนลง ความเงียบก็โอบล้อมรอบตัว

นางนั่งลงบนตั่งไม้ สูดลมหายใจลึก ๆ

พยายามเรียบเรียงเหตุการณ์ทั้งหมดอีกครั้ง

บุรุษผู้นั้น…

พลังของเขาไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะเข้าใจได้

และคำพูดสุดท้ายยังดังก้องอยู่ในหู “สิ่งที่เจ้าขอ ต้องเป็นสิ่งที่พรสวรรค์มนุษย์ผู้หนึ่งสามารถมีได้”

หากเขามีพลังมากถึงเพียงนั้น นางจะขออะไรดีเล่า?

นางตั้งใจแต่แรกว่าจะใช้ความรู้จากโลกเดิมทำมาหากิน

อย่างน้อยสติปัญญาที่ติดตัวมาก็คงช่วยให้ไม่อดตาย

แต่เมื่อมี “โอกาส” อยู่เบื้องหน้า

เช่นนี้แล้ว… จะปล่อยผ่านได้อย่างไร?

นิ้วเรียวแตะคางเบา ๆ นางเริ่มไล่เรียงความคิดทีละข้อ

“ความฉลาด?..ชาติก่อนอย่างน้อยนางก็นับเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ชาตินี้ไปเป็นหมอเทวดาดีกว่า”

แต่เพราะนางเป็นสตรี ในยุคโบราณ หนทางลำบากเกินไป

“ความโชคดี?” นางชะงักไปเล็กน้อย อันนี้…ฟังดูดี

โชคดีทำอะไรก็ราบรื่น เสี่ยงอะไรน้อยก็ได้ผลมาก

เปิดแปลงผักก็เติบโตดี ขายของก็คล่องตัว

แม้ถูกใส่ร้ายยังอาจพลิกกลับมาดีได้

“พละกำลัง?...แล้วไปเป็นแม่ทัพหญิงยิ่งใหญ่”

นางส่ายหน้าในทันที

“ไม่เอา…เหนื่อย” นางเกิดใหม่แล้ว ไม่คิดใช้ชีวิตให้หลังขดหลังแข็งเช่นผู้ขายแรงงานแน่

มู่หว่านเหยานั่งนิ่งอยู่บนตั่งไม้

ความคิดในหัวพรั่งพรูไปมาไม่หยุด

แสงเย็นยามเย็นลอดผ่านช่องหน้าต่างสาดลงบนพื้นเรือน เงาสั่นไหวของเปลวไฟจากเตาในครัวด้านนอกดังเป็นจังหวะเบา ๆ

นางค่อย ๆ สูดลมหายใจอย่างช้า ๆ

“จะขอพรสิ่งใด… เพื่อให้ชีวิตข้าในภพนี้ไม่ต้องลำบาก”

นางค่อย ๆ ไล่ความคิดทีละข้อ

ความฉลาด…ความโชคดี…ความจำ…แต่ล้วนมีข้อจำกัดของมันเอง

จวบจนท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิทราวถูกหมึกทาลงบนผืนผ้าไหม

เงาดาวอ่อน ๆ เริ่มปรากฏ

ทว่าความคิดในหัวของมู่หว่านเหยา…ยังไม่หยุดลงแม้แต่น้อย

“พรหนึ่งข้อ…ที่ต้องคุ้มค่าที่สุดในชีวิต…”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel