เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา

68.0K · อัพเดทล่าสุด
ประดับดิน
47
บท
3.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เกิดใหม่ในร่างบุตรสาวขุนนางต้องโทษ เดิมคิดว่าจะใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบภรรยาชาวนา แต่เมื่อได้รับพลังพิเศษ กลางวันนางคือแม่หมอผู้มองเห็นวาสนาผู้คน ยามค่ำคืนต้องรับมือกับสามีผู้ซื่อตรงแต่ร้อนแรงราวสัตว์ป่า

นิยายรักโรแมนติกเกิดใหม่ในนิยายนิยายจีนโบราณนิยายย้อนยุคผู้ชายอบอุ่นคนธรรมดาแต่งงานก่อนรักจีนโบราณ18+นางเอกเก่ง

ตอนที่ 1/2 เกิดแต่กับข้า

ชิงเหยาหรือในชาตินี้ มู่หว่านเหยา กำลังทบทวนเรื่องราว

นางเกิดใหม่ในร่างนี้ได้มาสองสามวันแล้ว

ย้อนไปเมื่อหลายวันก่อนที่จะเกิดใหม่ในร่างหญิงสาวผู้นี้ นางเกิดอุบัติเหตุวิญญาณถูกส่งไปปรโลกทันที คำตัดสินของเบื้องบนบอกว่านางมีกรรมดีมากกว่ากรรมชั่ว

...เกิดใหม่ชาตินี้จะได้เสพสุขเกิดในครอบครัวที่อบอุ่นในระดับปานกลาง ก็ดีนับว่าไม่ลำบากนัก

ทว่า...ในขณะที่นางกำลังจะดื่มน้ำแกงยายเมิ่งลืมอดีต

จังหวะนั้นเอง…มีแรงอาภาพลันปะทุขึ้นกลางอากาศ เสียงลมหมุนวนกรีดผ่านจนฝุ่นปลิวว่อน

มีบุรุษผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้นกลางแสงเรืองรอง

อาภาเวทสาดส่องทั่วท้องฟ้า ราวกับทุกสรรพสิ่งรอบตัวต่างหลบเร้นให้เพียงเขาอยู่ในศูนย์กลางแห่งพลังนั้น

เรือนกายสูงสง่าราวสลักจากหยกขาว เครื่องแต่งกายเป็นอาภรณ์สีดำขลับปักดิ้นเงินลายเมฆเคลื่อนไหวช้า ๆ ตามแรงเวท เส้นผมยาวสีดำขลับปลิวไหวกลางลม มัดไว้หลวม ๆ ด้วยแถบผ้าไหมขาว

ผิวของเขาขาวเนียนประหนึ่งน้ำแข็งที่หลอมละลายใต้แสงจันทร์ ดวงตาคมลึกเฉกเช่นดวงดาวในรัตติกาล เพียงสบตาครั้งเดียว ก็คล้ายจะมองทะลุถึงจิตวิญญาณของผู้คน

ความงามของเขา...ไม่อาจเรียกได้ว่า “หล่อเหลา”

เพราะคำว่านั้นดูต่ำเกินไป

มันคือความงามเหนือมนุษย์ เยือกเย็น ลึกล้ำและอันตราย

เขายกฝ่ามือขึ้นช้า ๆ

พลังเวทสีทองพลันแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นมหาสมุทร โอบล้อมอากาศจนเกิดเสียงหวีดแหลมระคนแรงสั่นสะเทือน

เมื่อฝ่ามือฟาดออกไปเบื้องหน้า

แสงสว่างจ้าราวอัสนีบาตฟาดฟันลงมา

พลังนั้นมิใช่สิ่งที่มนุษย์ปุถุชนจะรับมือได้เลยแม้แต่น้อย...สะบัดผ่านพื้นจนทุกสิ่งสั่นสะเทือน

ชิงเหยามองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง น้ำแกงในมือสั่นไหว กระชอนออกจนเกือบหมด จากนั้นนางก็พยายามยื่นจอกไปหายายเมิ่งที่อยู่ใกล้เตาไฟ หวังให้ช่วยตักน้ำแกงใหม่ให้ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินสิ่งที่นางพูด

สีหน้าของทุกคนในเรือนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

ผู้คุ้มแถวด้านข้างเห็นว่าน้ำแกงในชามของหว่านเหยาหมดแล้ว ก็เข้าใจว่านางดื่มจนหมดจึงเร่งให้เดินต่อ

“อย่าชักช้า ไปได้แล้ว!”

เสียงห้าวของผู้คุมดังขึ้นพร้อมแรงผลักเบา ๆ จากด้านหลัง

หว่านเหยาพยายามจะอธิบาย “ข้ายังไม่ได้ดื่ม—”

แต่เสียงของนางถูกกลบด้วยเสียงโกลาหลรอบข้าง ไม่มีใครหันมาฟัง

จู่ ๆ พลังสายหนึ่งแล่นแหวกอากาศมาด้วยความเร็วราวสายฟ้า ฟาดตรงมายังร่างของนาง

แรงปะทะรุนแรง “อ๊ะ—!”

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนไม่อาจตั้งตัวได้

ร่างของหว่านเหยาถูกแรงเวทมหาศาลซัดกระเด็นออกจากทางเดิน ก่อนจะตกทะลุขอบหน้าผาลงไปยังแม่น้ำเหลืองเบื้องล่าง

สายน้ำสีทองหม่นกลืนร่างของนางหายไปในพริบตา —

ก่อนเวลาที่ฟ้ากำหนดไว้...

สติของนางดับวูบลงท่ามกลางเสียงคลื่นซัดกระหน่ำ

เงาแสงสุดท้ายที่เห็น คือผิวน้ำสีทองของแม่น้ำเหลืองพลันกลืนร่างของนางหายไปในความมืด

เมื่อได้สติอีกครั้ง กลับพบว่าร่างกายของนางนอนอยู่บนเตียงไม้เก่า

กลิ่นยาสมุนไพรจาง ๆ ลอยอบอวลอยู่ทั่วห้อง

“นี่...ข้ายังมีชีวิตอยู่หรือ” นางพึมพำเบา ๆ พลางยกมือขึ้นดู เห็นปลายนิ้วเรียวยาวแต่ผิวซีดขาว ราวกับมิใช่มือของตนเอง

ไม่นานจึงเข้าใจ

นางได้เกิดใหม่ในร่างของ มู่หว่านเหยา บุตรสาวของขุนนางต้องโทษ ผู้เคยมีชีวิตสูงศักดิ์อยู่ในตระกูลใหญ่ แต่หลังบิดาถูกลงโทษและทรัพย์สินทั้งหมดถูกยึด นางจึงถูกขายเข้าหอนางโลมอย่างไร้ทางเลือก

ชายชาวนาผู้หนึ่งชื่อ หานเจ๋อ ใช้เงินทั้งหมดที่มีเพื่อไถ่ตัวนางออกมา นางซอกซ้ำทั้งกายและใจร่างกายทนแทบไม่ไหว

ช่วงที่ยังนอนซมป่วย นางได้ยินเสียงคนพูดอยู่ไม่ไกล

ว่าตระกูลใหญ่แห่งเมืองเหนือ...ตระกูลซ่ง ได้สูญเสียหลานสาวไปหลังคลอดไม่นาน

หัวใจของนางกระตุกวูบ หลานสาวแห่งตระกูลซ่ง?

“นั่นคงไม่ใช่ร่างที่ข้ามาเกิดใหม่...หรอกใช่หรือไม่?”

ส่วนร่างของสตรีผู้นี้...

ที่ควรสิ้นลมหายใจกลับไม่ตาย

เพราะมีวิญญาณของนางมาอยู่แทน

“เกิดแต่กับข้าจริง ๆ...ความผิดพลาดเช่นนี้”

เสียงพึมพำหลุดออกจากริมฝีปากอย่างแผ่วเบา ทั้งไม่แน่ใจว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี