บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1 เกิดแต่กับข้า 2/2

เสียงประตูไม้ดังแผ่วเบา แอ๊ด...

มู่หว่านเหยาหันไปตามเสียง เห็นหานเจ๋อผลักบานประตูเข้ามา

แสงแดดยามสายส่องลอดช่องไม้เข้ามาตกบนร่างของเขา ใบหน้าที่อบอุ่นนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและห่วงใย

“เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง”

เขาเอ่ยเสียงนุ่ม น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความใส่ใจ

บุรุษตรงหน้า...คือสามีของร่างนี้

ผู้ที่มอบทั้งความรัก ความมั่นคง และความซื่อสัตย์ให้มู่หว่านเหยามาโดยตลอด

ทว่า...สำหรับนางแล้ว ความรู้สึกที่หลงเหลืออยู่ในใจกลับมิได้อบอุ่นเช่นเขาเลย

ชิงเหยาในร่างของมู่หว่านเหยา รู้สึกสะท้อนในใจอย่างบอกไม่ถูก

ต่อให้หานเจ๋อจะดีกว่านี้อีกสักเพียงใด...

สุดท้าย สตรีที่มีใจให้บุรุษอื่นอยู่ก่อนแล้ว ก็ยากจะตอบแทนความรักนั้นได้อย่างแท้จริง

ความคิดมากมายวนเวียนอยู่ในใจ แต่สิ่งที่นางเอ่ยออกมาได้ มีเพียงคำสั้น ๆ แผ่วเบา “ขอบคุณ”

ริมฝีปากยกยิ้มบางคล้ายจะปลอบเขา แต่ดวงตากลับซ่อนความเศร้าไว้ลึก ๆ นางไม่อาจพูดสิ่งที่อยู่ในใจได้ เพราะถ้อยคำนั้น จะทำร้ายชายตรงหน้าเกินไป

“ข้าดีขึ้นแล้ว”

เพียงคำพูดสั้น ๆ ของนาง พร้อมรอยยิ้มอ่อนจางนั้น กลับทำให้แววตาของหานเจ๋อเปล่งประกายขึ้นมาทันที หญิงสาวไม่เย็นชาเช่นเคย

“ข้าเอามื้อกลางวันมาให้เจ้า...”

เสียงของหานเจ๋อแผ่วนุ่มแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย

มู่หว่านเหยาหลบตาลง เอ่ยตอบเบา ๆ “ขอบคุณท่านยิ่งนัก”

หานเจ๋อยังคงยิ้มหน้าบาน ดวงตาเปล่งประกายด้วยความดีใจ

“ได้ดูแลเจ้า ข้าก็ปลื้มใจนัก อย่าได้เอ่ยคำขอบคุณเลย”

มู่หว่านเหยาเพียงลอบถอนหายใจในใจ นางลุกขึ้นไปนั่งที่โต๊ะ ตักโจ๊กหอมกรุ่นตรงหน้าขึ้นกินอย่างเงียบงัน

ไอร้อนจากชามโจ๊กแผ่วคลุ้ง แต่ความอบอุ่นนั้นกลับไม่อาจซึมเข้าสู่หัวใจของหว่านเหยาคนเดิมได้เลย

ทว่าหว่านเหยาคนใหม่กลับครุ่นคิดอยู่ในใจ

บุรุษผู้นี้...จะเป็นคนของนางจริง ๆ ได้ไหมนะ

เสียงช้อนกระทบถ้วยเบา ๆ ดังขึ้นในเรือนเล็ก

เมื่อกินเสร็จ หานเจ๋อก็รีบเก็บถ้วยชามไปเอง ไม่ยอมให้นางแตะต้องสิ่งใด แม้แต่น้อย

ขณะกำลังจะออกจากเรือน เขาหันกลับมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ข้าจะขึ้นเขาไปสักหน่อย อาจกลับค่ำ โจ๊กยังเหลือในหม้อ หากเจ้าหิวก็ไปตักกินได้เลย”

มู่หว่านเหยาเงยหน้าขึ้นมองเพียงชั่วครู่ ก่อนตอบเรียบ ๆ

“ข้ารู้แล้ว...ข้าดูแลตัวเองได้ ท่านไม่ต้องห่วง”

หานเจ๋อพยักหน้าเบา ๆ รอยยิ้มบางประดับบนใบหน้า

“อืม เช่นนั้นข้าไปก่อน”

ร่างของเขาค่อย ๆ เดินลับออกไปกลางแสงแดดยามสาย

ประตูไม้ปิดลงช้า ๆ เหลือเพียงเสียงลมพัดผ่านผืนทุ่ง

วันนี้อาการของหว่านเหยาดีขึ้นมา พอกินเสร็จนางก็ลุกขึ้นออกมาจากเรือน ล้างจานด้วยตนเองพลางเดินไปรอบๆ

เรือนหลังนี้ตั้งอยู่กลางทุ่งนา ห่างไกลจากหมู่บ้านพอสมควร

เดิมทีหานเจ๋ออาศัยอยู่กับครอบครัวในหมู่บ้าน แต่เพราะยืนกรานจะขอแต่งกับนาง พี่ชายจึงเป็นผู้เอ่ยขอให้บิดามารดาแยกเรือนให้

หานเจ๋อได้รับที่นาเป็นส่วนแบ่งหนึ่งหมู่ เขาจึงนำมาสร้างเรือนหลังเล็กขึ้นด้วยแรงของตนเอง

เอาเข้าจริง...หากจะเรียกว่า “กระท่อม” ก็คงเหมาะสมกว่า “เรือน” เสียด้วยซ้ำ

มู่หว่านเหยาขมวดคิ้วนิด ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว

เพียงเริ่มต้นชีวิตใหม่...ก็ช่างรันทดนัก

นางอุตส่าห์ทำความดีมาทั้งชีวิต คิดว่าจะมีวันที่ดีบ้าง แต่กลับต้องลืมตาขึ้นมาเผชิญเคราะห์กรรมในร่างของสตรีเช่นนี้อีก

ช่างมันเถอะ...ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องแก้ไข แค่ดำเนินชีวิตให้ดี อย่างน้อย นางยังมีความรู้ติดตัวมาเต็มหัว

“ความรู้ก็ยังอยู่กับเรา…ก็ดีกว่ามือเปล่าเป็นไหน ๆ”

นางพูดกับตัวเองพลางยืดแขนยืดขา สูดอากาศสดชื่นเข้าปอด “พักกายให้มีกำลังเสียก่อน...” นางพึมพำกับตนเองเบา ๆ ก่อนทอดสายตาออกไปยังทุ่งกว้างที่ทอดยาวสุดสายตา

เมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้นแล้ว...นางก็ต้องเริ่มลงมือทำมาหากินด้วยตนเองบ้าง จะอยู่ให้ผู้อื่นเลี้ยงดูไปชั่วชีวิตได้อย่างไร

ชีวิตใหม่ทั้งทีก็ต้องใช้ให้คุ้ม

อย่าเพิ่งท้อ…เอาใจชิลโหมดไว้ก่อนแล้วกัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel