ตอนที่ 8 แต่งภรรยา
หยางไห่ฉวนเดินเข้ามาในบ้านหลินพร้อมหมูป่าตัวโตใหญ่ สร้างความตาโตให้กับหลินเย่ถงและหลินอ้ายถงเป็นอย่างมาก ต่างกับหลินห้านจินที่ไม่ได้มีความตื่นเต้นหรือตกใจอะไร เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายก็เป็นนายพรานที่เก่งกาจเช่นกัน
“มาแล้วหรืออาไห่ฉวนอย่าถือสาอาเย่ถงกับอ้ายถงเลยนะทั้งสองคนก็พูดไปเรื่อยเปื่อย” หลินห้านจินรู้ว่าหยางไห่ฉวนได้ยินบทสนทนาของภรรยาและลูกสาวคนเล็ก
“ข้าไม่ใส่ใจขอรับท่านลุงห้านจิน”
“ท่านลุงอะไรกันต่อไปก็เรียกท่านพ่อเถอะ”
สองคนแม่ลูกที่ถูกตอกกลับจากหยางไห่ฉวนอย่างคนกักขฬะ คนผู้นี้ก็เหมาะกับหลินซูซินดี บุรุษกักขฬะ อัปลักษณ์ น่ากลัว ป่าเถื่อนเช่นนี้มันดีจริงๆ
หลินซูซินที่ออกมาตามคำสั่งของผู้เป็นพ่อก็สบตาเข้ากับคนที่ช่วยเจ้าของร่างเดิมไว้ หยางไห่ฉวน
คำหอมไม่ได้แปลกใจที่ใคร ๆ ก็กลัวบุรุษตรงหน้านางเองก็กลัวเหมือนกันหน้าโหดไม่ไหว
“ท่านพ่อข้าต้องขออภัยที่ท่านพ่อท่านแม่ไม่สามารถมาร่วมในพิธีได้”
“ไม่เป็นไรหยางไห่กับหยางไห่หลิงร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเจ้าอย่าคิดมากอาไห่ฉวน”
“หลินซูซินมาหาพ่อ” คำหอมแปลกใจเป็นอย่างมากที่หลินห้านจินปฏิบัติกับนางเหมือนลูกรักซึ่งต่างจากเมื่อก่อนเป็นอย่างมาก
พิธีต่าง ๆ ผ่านไปเป็นลำดับแต่ระหว่างทำพิธีขั้นตอนต่าง ๆ คำหอมรู้สึกเย็นที่แผ่นหลังแปลก ๆ จึงหันไปด้านหลังนางเองไม่ได้ตกใจที่เห็นหลินซูซินที่ตายไปแล้ว
‘คำหอมเจ้าจงใช้ชีวิตที่เหลือของข้าในนาม หลินซูซิน ให้มีความสุขด้วยเถิด ข้ามาลาวันนี้ข้าจะได้ไปอยู่กับท่านย่าท่านแม่แล้ว ข้าขอให้เจ้าดูแลท่านพ่อของข้าด้วย ถึงท่านจะแสดงออกว่าไม่รักข้า แต่ข้ารับรู้ว่าท่านก็รักข้าเหมือนกัน’
หยางไห่ฉวนมองสตรีที่นั่งข้าง ๆ ที่เอาแต่หันใบหน้าไปมองด้านหลังแล้วนางก็ร้องไห้ออกมาหรือนางจะเศร้าใจที่จะต้องแต่งกับคนหน้าโหดอย่างเขากัน
คำหอมที่ได้รับฟังทุกอย่างของหลินซูซินก่อนที่ร่างกายหยาบของอีกฝ่ายจะหายไป ในเมื่อหลินซูซินอนุญาตให้นางใช้ร่างกายนี้ให้มีความสุขในนาม หลินซูซิน นางก็จะเป็นหลินซูซินผู้มีแต่ความสุข
นางจะใช้ชีวิตในร่างนี้อย่างคุ้มค่าที่สุดถือว่าวันนี้เป็นก้าวแรกที่นางจะเริ่มใช้ชีวิตคู่ในแบบที่นางฝัน ถึงแม้ว่ามันจะเริ่มอย่างงง?
“ท่านพี่ดูสิซูซินคงจะดีใจมากเลยเจ้าค่ะที่ได้แต่งกับอาไห่ฉวนดูสิร้องไห้เลย”
“จริงเจ้าค่ะท่านพ่อพี่หลินซูซินคงจะดีใจมาก” หลินอ้ายถงถึงกับสมเพชผู้พี่ในใจก็เหมาะสมกันดีคนอัปลักษณ์กับสตรีน่าสมเพช หึ
“อาไห่ฉวนของหมั้นพวกนี้พ่อยกให้พวกเจ้าถือว่าเป็นสินสอดฝ่ายเจ้าสาว หลินซูซินนี่คือของที่ลี่เหมยแม่ของลูกตั้งใจจะมอบให้เป็นสินสมรสในวันที่แต่งงาน”
“เจ้าจงเก็บรักษามันให้ดีข้างในเป็นสิ่งใดพ่อนั้นก็ไม่รู้ รอให้เจ้าเป็นคนเปิดดูเอง”
“ท่านพ่อ…” หลินซูซินที่รับกล่องไม้ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปจากผู้เป็นพ่อที่วันนี้เขา…
“ที่ผ่านมาพ่ออาจจะทำหน้าที่พ่อได้ไม่ดี แต่พ่อก็อยากให้ลูกเจอสิ่งที่ดี พ่อเชื่อว่าอาไห่ฉวนจะไม่ทำให้ลูกเสียใจ หยางไห่ฉวนเป็นคนดีขยันถึงภายนอกเขาจะไม่เข้าตาใครหลาย ๆ คนแต่พ่อเชื่อว่าครั้งนี้ลูกจะมีความสุข”
“ท่านพี่ท่านบ้าหรือเปล่าหมูป่านั่นมันต้องเป็นของบ้านเราสิจะยกให้พวกมันทำไม” หลินเย่ถงที่รอจังหวะที่จะเอ่ย หมูป่าเนื้อเยอะขนาดนั้นใครเขาจะยกให้กันง่าย ๆ บ้าง
“ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะต้องพูด” หลินห้านจินเหมือนจะหมดความอดทนกับภรรยา
“ทำไมข้าจะไม่มีสิทธิ์ข้าเองก็เป็นแม่มัน”
“ท่านเป็นแค่แม่เลี้ยงและที่สำคัญท่านไม่ได้เลี้ยงข้ามาท่านย่าต่างหากที่เป็นคนเลี้ยงข้ามา” หลินซูซินเอ่ยตอบกลับ
“นังหลินซูซินนางอกตัญญู นางเด็กเหลือขอเลี้ยงเสียข้าวสุก”
“นี่! ฟังไม่รู้เรื่องหรือไงก็บอกอยู่ว่าไม่ได้เลี้ยง”
“ท่านพ่อสินสอดที่พี่ไห่ฉวนนำมาข้านั้นไม่ขอรับ ข้าขอรับไว้เพียงกล่องไม้ของท่านแม่เพียงอย่างเดียวพอเจ้าค่ะ อีกเรื่องข้าขอแยกบ้านไหน ๆ ข้าก็ต้องแต่งออกไปอยู่แล้ว”
“ดีแยก ๆ ไปเลยอ้ายถงลูกไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมา”
“หลินซูซินลูกคิดดีแล้วหรือ” หลินห้านจินถามบุตรสาวด้วยใจที่แอบหวั่น
“ท่านพ่อไม่ต้องห่วงถึงข้าจะแยกบ้านไปแล้วแต่ความสัมพันธ์ของข้ากับท่านยังเหมือนเดิมเจ้าค่ะท่านพ่อ”
หลินเย่ถงฉวยโอกาสช่วงที่หลินห้านจินเดินเข้าไปคุยกับหลินซูซิน นางจึงรีบลากหมูป่าเข้าไปไว้ในครัวพร้อมใส่กุญแจล็อกเรียบร้อย
ไม่นานหลินอ้ายถงก็มาพร้อมกับหัวหน้าหมู่บ้านพร้อมกับชาวบ้านบางกลุ่มที่สอดรู้สอดเห็น
“มันถึงขั้นนี้เชียวรึ หลินห้านจิน” หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยถามลูกบ้านที่ตนนั้นสนิท
“เรียนท่านหัวหน้าหมู่บ้านเป็นข้าเองที่ต้องการแยกบ้านเจ้าค่ะ”
“ไหน ๆ ท่านผู้นำก็มาแล้วก็รีบ ๆ หน่อยพวกเจ้าจะได้ออกไปจากบ้านข้า” หลินเย่ถงเอ่ยอย่างหยาบคาย
“หลินเย่ถงหากเจ้ายังไม่หยุดพูดจะเป็นเจ้าเองที่จะต้องออกไป” หลินห้านจินเหลืออดแล้วจริง ๆ
หลินเย่ถงได้แต่นิ่งเงียบเพราะนางไม่เคยโดนสามีดุด่าต่อหน้าผู้อื่นเช่นนี้มาก่อน
“นั้นเชิญเจ้าลงนามในสัญญา”
“ได้เช่นไรท่านผู้นำสัญญาบ้านี่ไม่ยุติธรรมกับข้าเลย ทำไมนังซูซินถึงไม่ดูแลข้าด้วย” หลินเย่ถงที่ได้ฟังสัญญาที่ท่านหัวหน้าหมู่บ้านอ่านก็เลือดขึ้นหน้าทันที
“เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเจ้าหลินเย่ถงหลินซูซินไม่ได้เป็นลูกของเจ้า ลูกของเจ้าคือหลินอ้ายถง และคนในหมู่บ้านก็รับรู้กันโดยทั่วว่าหลินซูซินถูกเลี้ยงมาโดยหลินฟางหรงผู้เป็นย่า หาใช่เจ้าไม่” หัวหน้าหมู่บ้านอธิบายอย่างเหลืออดในความเห็นแก่ตัวของหลินเย่ถง
“ข้าไม่ยอมมันเนรคุณ”
“หากเจ้ายังไม่หยุดเห็นทีข้าจะต้องคุยเรื่องหย่ากับเจ้าต่อเสียแล้ว” หลินห้านจินที่ชักไม่ชอบใจภรรยาคนนี้เสียแล้ว
หลินอ้ายถงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ได้ดึงสติผู้เป็นแม่ ให้ได้สติไม่เช่นนั้นจะเป็นเรื่องใหญ่โตแน่ ๆ ดูท่าท่านพ่อของนางเอาจริงเสียด้วย
พอทุกอย่างสงบลงหลินเย่ถงถูกหลินอ้ายถงพาไปอยู่ในห้อง หลินห้านจินเดินมาส่งหัวหน้าหมู่บ้านกับลูกเขยกับบุตรสาว
“รับไว้ใช้ยามจำเป็น” หลินห้านจินที่มีเงินแอบเก็บไว้เขาคงจะทำหน้าที่พ่อได้เพียงเท่านี้
“ท่านพ่อข้าไม่เอาเจ้าค่ะ”
“เจ้าเด็กคนนี้พ่อให้ก็รับไว้หากเจ้าไม่รับก็โยนทิ้งไป”
“ก็ได้เจ้าค่ะข้าจะรับไว้” หลินซูซินก่อนที่จะเดินพ้นจากบริเวณหน้าบ้านนางได้เดินเข้าไปสวมกอดผู้เป็นพ่อ เป็นอ้อมกอดที่นางไม่ค่อยได้สัมผัสตั้งแต่เกิดมา
หลินห้านจินที่ถูกบุตรสาวกอดเป็นครั้งแรกก็ทำตัวไม่ถูก น้ำตาที่กักกลั้นเอาไว้ไม่อยากให้ลูกเห็น “ไปได้แล้วอาไห่ฉวนรอนานแล้ว”
“ท่านพ่อข้าจะรีบกลับมาหาท่านเจ้าค่ะ”
