ตอนที่ 11 เข้าเมือง
ในตอนเย็นเป็นหลินซูซินที่เป็นคนเข้าครัวดีหน่อยที่หยางไห่ฉวนกลับไปดูกับดักที่วางไว้ ได้ไก่ป่ามา 2 ตัว เขาจึงนำมาให้นางทำกับข้าว
หลินซูซินนางนั้นยิ่งมั่นใจว่าที่นางทะลุมิติมานั้นตัวเองไม่ได้มีตัวช่วยใด ๆ เลยเพราะฉะนั้นต่อจากนี้นางคงจะต้องพึ่งพาตนเอง
“พี่ไห่ฉวนมีเกลือหรือไม่” นางพลาดเสียแล้วเกลือนั้นราคาแพงชาวบ้านธรรมดานั้นไม่ค่อยนิยมเท่าไหร่
“ที่นี่ไม่เคยซื้อเกลือเพราะราคาแพง” หยางไห่ฉวนก็ตกใจที่นางถามหาเกลือที่บ้านหลินคงจะมีเกลือใช้ นางถึงถามหาเช่นนี้ ไม่ใช่ทุกบ้านที่จะมีเกลือใช้กันหากไม่ได้มีฐานะทางการเงินดีมากพอ
“ข้าขอโทษเจ้าค่ะแล้วปกติพี่ใช้อะไรดับกลิ่นคาวพวกนี้เจ้าคะ”
“ปกติข้ามีหน้าที่แค่นำพวกมันไปชำแหละต้องถามท่านแม่” หยางไห่ฉวนเดินออกไปตามท่านแม่เข้ามาในครัว
“ท่านแม่เจ้าคะท่านใช้อะไรดับกลิ่นคาวไก่พวกนี้”
“แม่ไม่รู้ว่าสมุนไพรนี้ชื่อว่าอะไรแต่มันสามารถดับกลิ่นคาวได้” หยางไห่หลิงเดินไปหยิบต้นสมุนไพรที่นางเก็บมาเมื่อสี่วันก่อน
“ท่านแม่สิ่งนี้เรียกว่าต้นตะไคร้เจ้าค่ะช่วยดับกลิ่นคาวได้ดีแถมมีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิต แก้ไข้ ขับลม แก้ปวดท้อง และอีกมากมายเลยเจ้าค่ะท่านแม่ท่านเจอของดีเสียแล้ว”
“เจ้ารู้ได้เช่นไรว่าสมุนไพรนี่ช่วยรักษาโรค” หยางไห่ฉวนเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ข้ามีความรู้เรื่องสมุนไพรนิดหน่อยเพราะท่านย่าสอนเจ้าค่ะ” เปล่าหลอกนางแค่เป็นพวกชอบอ่านหนังสือเลยอ่านหนังสือหลายประเภทรวมถึงหนังสือสมุนไพรไทยด้วยนางก็ชอบอ่าน
“ให้แม่ช่วยเถอะนะซูซิน”
นางเห็นสายตาของท่านแม่ที่อ้อนวอนนางมีหรือนางจะไม่ใจอ่อน “ก็ได้เจ้าค่ะท่านแม่” วันนี้นางเลือกทำเป็นไก่ป่านึ่งสมุนไพรเพราะหากจะให้ทำเป็นต้มไก่เห็นว่าจะกินไม่อร่อยนักเพราะส่วนผสมที่ขาดหายไปหลายอย่าง
นางนึ่งไก่ทั้งสองตัวทานตอนเย็นหนึ่งตัวพรุ่งนี้เช้าค่อยนำอีกตัวมาอุ่นจะได้ไม่เสียด้วยทานคู่กับผักป่าลวก
รสชาติไก่นึ่งมื้อนี้ถือว่าถูกปากคนบ้านหยางเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหยางไห่ฉวนที่ทานไม่หยุด
หลังจากทานข้าวเสร็จหลินซูซินสังเกตเห็นท่านพ่อทานยาหลายอย่างทั้งที่เป็นเม็ดและยาต้ม ส่วนท่านแม่นั้นดื่มยาต้มที่เป็นสมุนไพรที่หยางไห่ฉวนจะต้องเข้าเมืองไปซื้อในทุก ๆ เดือนเงินส่วนใหญ่หมดไปกับค่ายา
นางคงจะต้องถามไถ่อาการของท่านพ่อท่านแม่ หากว่ายาดีคงจะหายดีหรือไม่ก็ดีกว่าที่เป็นอยู่ ท่านแม่นั้นไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่อาจจะต้องทานอาหารที่บำรุงเลือดลมและบำรุงร่างกาย
“พี่ไห่ฉวนข้ามีอะไรอยากจะถามท่านเสียหน่อยเจ้าค่ะ”
“มีอันใดรึ”
“ข้าเห็นท่านพ่อท่านแม่กินยาเยอะจัง”
“ของท่านพ่อเป็นยาบำรุงกล้ามเนื้อที่ขาส่วนท่านแม่เป็นยาต้มบำรุงร่างกาย เจ้าถามทำไมรึ?”
“ข้าแค่คิดเล่น ๆ เจ้าค่ะหากยาท่านหมอดีจริง ๆ อาการของท่านพ่อท่านแม่น่าจะดีขึ้นบ้าง”
“ท่านพ่อเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ข้าอายุได้ 10 หนาว ทานยามาหลายปีอาการก็ไม่ได้ดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้เเย่ลง”
“ข้าคิดว่าพี่อาจจะโดนหลอกเสียแล้ว”
หยางไห่ฉวนคิดตามที่หลินซูซินว่าอาการของท่านแม่ก็ไม่ได้ดีขึ้น แต่โรงหมอที่เขาไปซื้อเทียบยาในทุกเดือนนั้นก็ถือว่ามีชาวบ้านเข้าไปซื้อมากมายน่าเชื่อถือพอตัว เขาเลยมั่นใจที่จะเสียเงิน
“พรุ่งนี้ข้าจะขอดูยาที่ท่านพ่อท่านแม่ใช้ หากว่ามันไม่ดีจริง ๆ เราคงจะต้องเปลี่ยนโรงหมอนำยานั่นไปให้ที่ใหม่ตรวจสอบดู”
“เอาอย่างที่เจ้าว่า”
“พี่ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินข้าจะเป็นคนออกให้เองเจ้าค่ะ” หลินซูซินถือคติว่าอยากได้ผู้จะต้องเปย์ผู้และครอบครัวของเขา
“ข้าไม่ใช้เงินเจ้าฟรีหลอกข้าจะไปล่าสัตว์และนำไปขายนำเงินมาคืนเจ้า เงินขอเจ้าเป็นของที่ท่านแม่ท่านย่าทิ้งไว้ให้เจ้า”
“พี่ไห่ฉวนฟังข้าพูดนะพี่และท่านพ่อท่านแม่เป็นครอบครัวของข้า พี่อย่าคิดเช่นนั้นข้าเสียนะ พี่พูดเหมือนข้าเป็นคนนอก…ทั้งที่ข้าเป็นเมียพี่”
หยางไห่ฉวนพลันใบหูแดงขึ้นทันทีหลังจากที่สตรีตรงหน้าเอ่ยว่านางเป็นเมียเขาอย่างไม่เขินอาย เป็นเขาเสียอีกที่เขินอายคำพูดของนาง
“พี่หูแดง…ร้อนรึ”
“ใช่ข้าร้อนเจ้าเข้านอนเถอะข้าจะไปตากลมข้างนอกเสียหน่อย” หยางไห่ฉวนตอบอย่างตะกุกตะกัก
“พี่อย่าอยู่นานล่ะเดี๋ยวจะไม่สบายเอา”
ตอนเช้าหลินซูซินอุ่นไก่เมื่อคืนไว้ให้ท่านพ่อกับท่านแม่ทาน นางกับสามีจะเข้าไปทานในเมืองตอนเช้าที่บ้านไม่มีข้าวแล้วคงจะต้องซื้อเข้ามา
“ท่านแม่อย่าให้เหลือล่ะหากกลับมาข้ายังเห็นเนื้อไก่เหลืออยู่ข้าจะโกรธท่านที่ทานไม่หมดเจ้าค่ะ” หลินซูซินเพียงแกล้งหยอกคนแก่ก็เท่านั้นเอง
ฝ่ายหยางไห่หลิงที่กลัวลูกสะใภ้จะโกรธหากนางและสามีทานเนื้อไก่นึ่งตัวนี้ไม่หมด ความจริงนางกับสามีจะทานนิดหน่อยที่เหลือจะเก็บไว้ให้คนทั้งสอง
“พี่ไห่ฉวนเราจะไปในเมืองอย่างไรกัน” ที่หลินซูซินเอ่ยถามเพราะตามความทรงจำเจ้าของร่างนางนั้นไม่ค่อยได้ออกจากหมู่บ้านนัก เรียกได้ว่าไม่เคยดีกว่า แม้แต่ยามที่จะต้องซื้อของเข้าบ้าน จะไปหลินเย่ถงกับหลินอ้ายถงจะเป็นคนจัดการทั้งหมด ซึ่งของที่ได้ส่วนมากก็จะเป็นของคนทั้งสองมากกว่า
“เจ้าไม่เคยเข้าเมืองรึ” หยางไห่ฉวนเห็นสตรีข้าง ๆ ส่ายใบหน้าไปมาจึงเข้าใจคำตอบ
“หากจะเข้าเมืองจะต้องนั่งเกวียนในหมู่บ้านมี เราจะต้องไปที่จุดรับส่งเกวียน ไปและกลับตกคนละ 4 อีแปะ”
“แล้วถ้าเราไปอย่างเดียวขากลับเราจ้างเกวียนในเมืองมาที่หมู่บ้านได้หรือไม่” หากจะให้นางขนของกลับพร้อมเกวียนหมู่บ้านมีหวังพื้นที่ในเกวียนอาจจะไม่พอนั่ง
“ได้แต่ราคาก็จะแพงหน่อยแต่ไม่มากหมู่บ้านเราไม่ได้ไกลจากในเมืองมากนัก แต่ต้องไม่ใช่ช่วงใกล้จะเย็นไม่ค่อยจะมีคนขับเกวียนเขารับกันเพราะอันตรายหากถึงมืดค่ำ”
“เจ้าจะซื้อของเยอะเชียวรึ” หยางไห่ฉวนมีเงินอยู่บ้างประมาณ 500 อีแปะ เท่านั้น
“ข้าคิดว่าอาจจะมากเพราะที่บ้านของหมดหลายอย่าง อีกทั้งวันนี้เราจะต้องนำยาที่ท่านพ่อท่านแม่ดื่มกินไปให้ที่โรงหมอที่ใหม่ตรวจดู” นางได้ขอดูยาที่ท่านพ่อท่านแม่ใช้กินแล้ว ทั้งสีที่เป็นยาต้มนั้นเหมือนกันเป๊ะ
“เจ้าแน่ใจใช่ไหม”
“เจ้าค่ะ” หลินซูซินนั้นคิดว่าอาจจะไม่ใช่ตัวยาที่ร้ายแรง แต่ไม่ได้ทำให้ร่างกายดีขึ้นอย่างแน่นอน สีหน้าของหยางไห่ฉวนก็เกิดความกังวล แน่สิยานั่นเขาเป็นคนทำงานหนักเพื่อซื้อมาให้ท่านพ่อท่านแม่ในทุก ๆ เดือนเป็นใครรู้จะไม่เสียใจบ้าง ยิ่งคนที่รักบุพการีเช่นเขา
