ตอนที่4
'ปัญหาเกิดขึ้นแล้วสิ....ถ้าเจ้าพวกนี้รู้ว่านี่ไม่ได้อยู่ในแผนคงจะพากันโทษเราแน่ๆ..ฮะฮาฮาฮ่า.....แล้วไอสายที่แห่งความเชื่อใจนั้นมันอะไรกัน....เลิกจ้องกันสักทีเถอะจ้องกันแบบนี้คนเขาก็รู้สึกผิดกันพอดีสิ....ต้องหาแผนสำรองแล้วละ'นั้นคือสิ่งที่ตินน้อยคิดระหว่างอยู่บนรถม้าของชายแปลกหน้าที่จับพวกเขามาพรางมองไปทางเพื่อนๆด้วยสีหน้าที่มีรอยยิ้มของความรู้สึกผิด
ก่อนหน้านั้น
"โชคดีจังเลยน้า...ถ้าพวกแกโตมาได้อาชีพที่มีประโยชน์ละก็..จะได้เข้ากลุ่มของพวกเราเลยนะเด็กๆ"ชายร่างท้วมเอ่ยขึ้นพร้อมกับหยิบเชือกมามัดมือของตินน้อยและคนอื่นๆไว้
"ว่าแต่แกนี่ดูโตพอสมควรเลยนะอายุ9ขวบจริงๆหรอ"ชายร่างสูงที่เดินมาชนตินน้อยก่อนหน้านี้เอ่ยขึ้นด้วยความสงสัยพรางมองตั้งแต่หัวของเรย์ลงมาถึงเท้าเล็กๆของเด็กวัย13ปี
"เอ่อ...พอดีพี่เขามีแรงเยอะแล้วก็โตกว่าเด็กคนอื่นๆมาตั้งนานแล้วละครับแฮะๆ.."ตินน้อยเอ่ยตอบทันทีพรางยิ้มบางๆก่อนที่ชายร่างท้วมจะมาลากไปขึ้นรถม้า
"ใช่แล้วละครับ/ใช่แล้วค่ะ/ใช่แล้วค่ะ/ครับ"ทั้งสี่คนรีบเอ่ยเสริมขึ้นมาทันทีเมื่ออีกฝ่ายมีท่าทีที่ดูไม่ค่อยเชื่อคำพูดของติดสักเท่าไหร่ก่อนที่จะหัวไปยิ้มและพยักหน้าให้กับตินน้อยที่ตอนนี้ขึ้นไปนั้งบนรถม้าเรียบร้อยแล้ว
'เฮ้ยๆ....มันใช่เรื่องที่จะมายิ้มอย่างสะบายใจมั้ยนั้นนี่พวกเรากำลังโดนลักพาตัวจริงๆนะเฟ้ย'ตินน้อยคิดพรางรอบถอนหายใจออกมาอย่างหน่ายๆ
"รีบขึ้นไปได้แล้วพวกชั้นต้องรีบออกไปก่อนที่พิธีรับอาชีพจะจบ..ถ้ายังชักช้ากันอยู่จะฆ่าให้ตายเลย"ชายร่างท้วมเอ่ยต่อพร้อมกับเดินมาอุ้มทั้งสี่คนขึ้นบนรถม้าทีละคน
"ไปกันได้แล้ว"เสียงทุ้มใหญ่ของชายร่างใหญ่ดังออกมาจากรถม้าที่อยู่ด้านหน้ารถม้าของพวกเด็กๆก่อนที่รถม้าคันที่ชายร่างใหญ่นั้งอยู่จะค่อยๆเคลื่อนตัวออกไป
"ครับหัวหน้า!"ชายร่างท้วมเอาตอบพ่อกับวิ่งไปขึ้นด้านหน้าของรถม้า
รถม้าที่พวกตินน้อยนั้งอยู่นั้นจะเป็นรถม้าที่มีผ้าคลุมด้านบนคล้ายรถขนของตัวรถม้าจะเป็นไม้ทั้งคันภายในมีข้าวของมากมายที่ดูมีค่าเยอะแยะไปหมดส่วนด้านหน้าของรถม้าจะมีที่นั้งไว้สำหรับควบคลุมม้าสองทีเป็นที่ที่ชายร่างสูงกับชายร่างท้วมนั้งอยู่
ส่วนรถม้าของชายร่างใหญ่นั้นตัวรถม้าจะเป็นไม้ทั้งคันรวมถึงหลังคารถม้ามือประตูอยู่ทางด้านซ้ายมีด้านหน้ามีที่นั้งสำหรับควบคลุมม้า1ที่
"พอเป็นช่วงพิธีรับอาชีพทีไรทางก็สะดวกตลอดเลยแฮะ...ได้ของมีค่ามาเยอะขนาดนี้คงทำให้กลุ่มเราอยู่ไปได้อีกปีเลยละ"ชายร่างสูงเอ่ยขึ้น
"นั้นก็จริงนะ..แต่ถ้ามาคราวหน้าข้าอยากนั้งไปกับหัวหน้า..ทำไมพวกเราต้องมาคอยลากของแทนไอพวกนั้นด้วยนะ...ไอพวกนั้นได้นั้งสบายๆบนรถม้ากับหัวหน้าแต่พวกเราต้องมาดูแลของกับเด็กเหลือขอ...ไม่สบอารมณ์เอาซะเลย"ชายร่างท้วมเลยตอบพรางบ่นไปด้วย
"เลิกบ่นได้แล้วเจ้าบ้า..ใกล้ถึงประตูเมืองแล้ว"ชายร่างสูงเอ่ยจบรถม้าที่ตินน้อยนั้งมาก็ค่อยๆช้าลงก่อนที่จะจอดอยู่กับที่
ชายสามคนลงม้าจากรถม้าของชายร่างใหญ่พร้อมกับเดินตรงไปที่คนเฝ้าประตูเมืองก่อนที่จะคุยอะไรกันสักพักและเดินกลับมายังรถม้าของชายร่างใหญ่
ตินน้อยที่มองอยู่สักพักก็ยิ้มออกมาทันทีเมื่อด้านหน้ารถม้าตรงหน้าของเขาเป็นที่โล่งกวางมีต้นไม้ใบหญ้าลมเบาๆที่พัดไปมาราวกับด้วนหน้าเป็นทรวงสวรรณ แต่เพียงไม่นานหลังจากที่รถม้าค่อยๆเคลื่อนตัวไปทำให้เห็นทิวทัศที่กว้างกว่านั้น
ตินน้อยและเหล่าเด็กๆทั้งสี่คนที่เห็นทิวทัศนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจก่อนที่จะหุบยิ้มลงทันทีเมื่อเห็นว่าข้างหน้าสุดของพื้นที่โล่งนั้้นเป็นป่าดำมืด มืดซะจนคนที่มองไปอยู่ๆก็เห็นหมอกอันน่ากลัวลอยออกมา
"ตะ..ติน...นั้นคือที่ที่พวกเราจะไปหรอ"เครียร่าเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆพรางจับมือของเชอร์รี่แน่น
"เมื่อกี้เราเห็นหมอกดำๆน่ากลัวลอยออกมาด้วยละเครียร่า"เชอร์รี่เอ่ยต่อด้วยสีหน้าที่ซีดลงราวกับเห็นผี
"ติน...จะเอายังไงต่อดีละ"เรย์เอ่ยถามตินน้อยด้วยสีหน้าจริงๆจังเพราะตัวเรย์เองก็รับรู้ได้ถึงความอันตรายที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขากำลังมุ่งหน้าไป
"ไม่เป็นอะไร...เชื่อใจและอยู่ใกล้ๆผมไว้..."ตินน้อยเอ่ยตอบพร้อมกับสีหน้าอันหนักแน่น ทั้งสี่คนพยักหน้าตอบรับพรางหันหน้าไปมองตินด้วยสายตาเดี๋ยวกันเพื่อไม่เตือนให้ตนเองไม่กลัว
.
ปัญจุบัน
'อย่าว่าแต่เจ้าพวกนี้กังวลเลย....เราเองก็กลัวจะตายอยู่แล้ว...ไอพวกนั้นจะพาพวกเราเข้าไปในป่านั้นจริงๆดิ'ตินน้อยคิดพรางมองไปรอบพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่เพื่อทำใจ
ไม่นานหนักรถม้าก็ค่อยๆเคลื่อนที่เข้าไปภายในป่า ทันทีที่เข้าไปก็ราวกับเป็นคนละโลก พื้นดินดำสนิทรอบๆมืดไปหมดไม่มีแม้แต่แสงสักส่องเข้ามา
บรรยากาศราวกับเป็นกลางคืนที่มืดมิด ไม่มีแม้แต่เสียงใบไม้หรือเสียงของสายลมมีเพียงเสียงของรถม้าที่ค่อยๆเคลื่อนตัวไปบนทางเรียบอย่างช้าๆ
"เฮ้ย...จากนี้ให้นั้งเงียบๆห้ามสงเสียงเด็ดขาดไม่งั้นพวกแกได้ตายแน่"ชายร่างสูงเอ่ยขึ้นพร้อมกับหันมามองทั้งห้าคนด้วยสายตาดุๆ
เครียร่าไคเชอร์รี่และเรย์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็รีบพากันลุกไปนั้งฝังตินน้อยพรางพากันกอดแขนขาของตินน้อยไว้ด้วยความกลัว รถม้าเคลื่อนที่เข้าไปอย่างช้าๆทุกครั้งที่เคลื่อนที่เข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆบรรยากาศรอบข้างก็ยิ่งขนลุกขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน
เส้นทางที่ตินน้อยและเพื่อนถูกพามานั้นเป็นเส้นทางราบเรียบต่างจากรอบข้างที่มีแต่ต้นไม้และพ้มไม้เต็มไปหมดพื้นดินรอบข้างก็ไม่ได้ราบเรียบมากนัก
.
รถม้ายังคงเคลื่อนที่ต่อไปอย่างเงียบสงัดราวกับว่าหากสงเสียงออกมาคงจะไม่สามารถมีชีวิตรอดอย่างที่ชายร่างสูงบอกเป็นแน่
คินน้อยที่ถูกบรรดาเพื่อนกอดแขนกอดข้าอยู่นั้นก็ได้พยายามคิดหาแผนที่สามารถหนีออกไปได้อยู่ในความคิดของตนจนไม่ได้สนใจเลยว่ารถม้าเคลื่อนที่เข้ามานานแค่ไหนแล้ว
ตูม!!!!
เสียงของหินระเบิดดังขึ้นก่อนที่รถม้าจะหยุดลงกระทันหันทำให้บรรดาเด็กๆที่อยู่ข้างๆตินเอนตัวล้มลงไปทางด้านหน้ารมม้าตามแรงของรถม้าที่หยุดกระทันหัน ตินน้อยที่ได้รับผลกระทบไปด้วยนั้นก็หลุดออกจากความคิดของตนทันที
เสียงฮือฮาดังออกมาจากรถม้าที่อยู่ด้านหน้ามีทั้งเสียงตกใจเสียงชักดาบและเสียงของบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ใช่มนุษณ์
"โถ่เว้ยอะไรว่ะเนี้ย....ที่ผ่านมาไม่เห็นจะเจอสัตว์อสูรเลยนี่หว่า....ไม่ใช่ว่าถุงหอมไล่สัตว์อสูรที่พวกเราว่างไว้ตามเส้นทางมันหมดแล้วงั้นหรอ"ชายร่างท้วมที่คอยควบคลุมรถม้าของเหล่าเด็กๆเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตกใจก่อนที่จะลงรถม้าไปสมทบกับพวกของตน
"เดี๋ยวก่อนสิว่ะแล้วไอเด็กพวกนี้ละจะเอายังไง.............โถ่เว้ยถ้าตายขึ้นมาไม่รู้ด้วยนะ"ชายร่างสูงอีกคนเอ่ยต่อก่อนที่จะวิ่งตามเพื่อนของตนเองไป
ตินน้อยที่พึ่งพาเพื่อนๆลุกขึ้นก็รีบมองออกไปทางที่นั้งของคนควบคลุมม้าทันทีด้วยความสงสัยแต่ก็ต้องตัวแข็งทื่อขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นสัตว์อสูรที่กำลังไล่กินพวกโจรที่ลักพาตัวพวกเขามา
"ตะ..ติน..นั้นมันอะไรกันน่ะ"เครียร่าเอ่ยถามออกมาด้วยความตกใจก่อนที่จะทรุดลงไป เชอร์รี่เองก็เช่นกันเหลือเพียงไคเรย์และตินที่ยังคงยืนนิ่งราวกับไม่สามารถขยับไปไหนได้
"ตินเรารีบหาถุงหอมที่พวกนั้นพูดถึงกันเถอะบางทีมันอาจจะช่วยพวกเราได้"เรย์ที่ไหวตัวทันก่อนเพื่อนเอ่ยขึ้นพร้อมกับเขย่าร่างของตินน้อย
"อะ..อือนั้นสินะ..ต้องหาถุงหอมๆ...ว่าแต่หน้าตามันเป็นยังไงกันละ"ตินเอ่ยตอบด้วยท่าทีที่ตกใจพรางมองหาแต่กลับคิดอะไรไม่ออกอย่างกับคนเสียสติ
"ใจเย็นๆก่อนติน....ได้ยินที่พวกมันพูไว้ตอนแรกรึป่าว...เรื่องถุงหอมที่พวกมันวางไว้ตามทาง"เรย์เอ่ยต่อพร้อมกับจับใบหน้าของตินน้อยให้มองมาที่ตนเอง ตินน้อยนิ่งไปสักพักจากคำพูดของเรย์ก่อนที่จะนึกอะไรขึ้นมาได้
"ถ้ามันวางไว้ตามเส้นทางเพื่อกันสัตว์อสูรงั้นก็แปลว่ามันต้องอยู่ข้างทางสินะ.."ตินน้อยน้อยที่พึ่งนึกอะไรบางอย่างได้ก็หันกลับไปมองสัตว์อสูรที่กำลังขย่ำพวกโจรอยู่ที่เดิมก่อนที่จะสังเกตุเห็นอะไรบางอย่าง
ดวงตาเล็กจ้องมองพฤติกรรมของสัตว์ตัวนั้นซ้ำไปซ้ำมาอยู่สักพักก่อนที่จะหันมามองที่เรย์และไคที่ยังคงมีสติครบถ้วนดี
"ผมคิดแผนออกแล้วละครับ........พวกเราขโมยของจากรถม้าคันนี้กันเถอะ"ตินน้อยเอ่ยขึ้นด้วยดวงตาที่ส่องประกายก่อนที่จะรื้อของที่อยู่บนรถม้าคันนี้เพื่อหาของที่จำเป็น
"เดี๋ยวสิแล้วเรื่องสัตว์อสูรตัวนั่นละ..."ไคเอ่ยถามด้วยความสงสัยปนความกลัวพรางรอบมองสัตว์อสูงด้วยสีหน้าซีดเซียว
"ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกดูเจ้าสัตว์อสูรนั้นให้ดีๆสิ....ทุกครั้งที่ร่างกายของมันเลยต้นไม้ต้นที่สามจากด้านหน้าของรถม้าที่เราอยู่มันจะมีปฎิกิริยาที่เหมือนกับเจ็บปวดขึ้นมา...นั้นไงเห็นมั้ยละ"ตินน้อยเอ่ยตอบพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ต้นไม้ที่อยู่ห่างออกไปสามต้นก่อนที่เจ้าสัตว์อสูรตัวนั้นจะเผลอเหวี่ยงหางเลยต้นไม้ต้นนั้นมา
"จากที่เห็นแสดงว่าตรงที่เจ้าโจรพวกนั้นอยู่ไม่มีถุงหอมที่เป็นเขตป้องกันที่พวกมันวางไว้น่ะสิ......คงมีคนใดคนนึ่งในกลุ่มของพวกนั้นอยากจะฆ่าหัวหน้าของตัวเองละมั้ง"ตินน้อยเอ่ยจบก็ก้มลงไปดูของที่พวกโจรขโมยมาอีกครั้ง
'ว้าวมีหนังสือด้วยแฮะ...ภาษาอะไรกันเนี้ยไม่เคยเห็นมาก่อนเลย..แถมมีตั้ง8เล่มแหนะเก็บไว้ก่อนก็แล้วกันเผื่อพวกเรย์จะอ่านออก..'ตินน้อยคิดพรางหยิบหนังสือยัดใส่ถุงที่วางไว้ตอนแรกโดยที่ไม่รู้ว่ามันคือถุงอะไร
"เอ๊ะ....หนังสือที่ยัดไป.....หายไปไหนละเนี้ย"ตินเอ่ยออกมาด้วยท่าทางและสีหน้าที่ตกใจก่อนที่จะเอามือล้วงลงไปควานหาแต่ก็ต้องตกใจซ้ำสองเพราะมือของตัวเองก็หายไปเฉพาะส่วนที่ใส่เข้าไป
"นั้นน่าจะเป็นถุงเวทมนย์น่ะมันสามารถใส่ของจำนวนมากเข้าไปได้โดยที่ถุงจะไม่หนักขึ้นเลยด้วยละ...ชั้นเคยเห็นพวกบาทหลวงใช้กันอยู่น่ะ"เรย์เอ่ยขึ้นพร้อมกับก้มลงมาช่วยดูของที่อยู่บนรถม้า
"อ่า....อย่างนี้นี่เองไอเราก็นึกว่าจะโดนถุงกินมือเข้าซะแล้ว"ตินน้อยเอ่ยตอบพรางเอามือข้างที่ล้วงเข้าไปมาลูบอกปลอบใจตนเอง
เรย์ที่เห็นปฎิกิริยาของตินเป็นอย่างนั้นก็หลุดขำออกมาก่อนที่จะพยายามเก็บอาการเพราะโดนตินมองแรงใส่
"เห้อ....ถึงจะเป็นอย่างที่ตินบอกแต่ผมก็ยังกลัวอยู่ดี....ตินกับเรย์นี่เก่งจังเลยนะที่ไม่กลัวแล้ว"ไคเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับนั้งลงข้างๆเครียร่าและเชอร์รี่
"ใครบอกกัน!/ใครบอกกัน!"ตินกับเรย์ที่ได้ฟังคำพูดนั้นของไคก็รีบพูดปฎิเสทออกมาพร้อมกันทันทีด้วยสีหน้าซีดๆ
"อะ...ฮาฮาฮ่า...ใจจริงทั้งสองคนก็ยังกลัวอยู่สินะ..ดูหน้านั้นสิ...ฮาฮาฮ่า"ไคเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับขำออกมาจนทำให้ความกลัวและบรรยากาศก่อนหน้านี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เครียร่าและเชอร์รี่ที่หวาดกลัวในตอนแรกตอนนี้กับแอบขำสีหน้าของตินน้อยกับเรย์เช่นเดียวกัน
"หัวหน้า!!!!!!.."เสียงของชายอีกคนดังขึ้นด้านหน้าถัดจากกลุ่มโจรไม่ไกลนักตินและเรย์ที่ได้ยินเสียงนั้นก็รีบลุกขึ้นมองไปยังปลายเสียงนั้นก่อนที่จะเห็นชายราวๆ8-9คนวิ่งมาจากอีกด้าน
"ขอโทษด้วยครับ...กลุ่มเรามีคนทรยศแต่พวกเราจัดการเรียบร้อยแล้วครับหัวหน้าทำใจดีๆนะครับ"หนึ่งในกลุ่มนั้นเอ่ยขึ้นก่อนที่จะเข้าสู้การต่อสู้กับสัตว์อสูรเพื่อปกป้องหัวหน้าของตน
"ไอ้พวกโง่...เจ้านั้นมันเป็นคิไมร่าสัตว์อสูรระดับ8พวกแกสู้มันไม่ได้หรอก...มาช่วยกันพยุงชั้นหนีเร็วเข้าสิ!"ชายร่างใหญ่ที่เป็นหัวหน้าของกลุ่มโจรเอ่ยขึ้นเสียงดังร่างกายมีบาดแผลทั่วทั้งร่าง
แต่เหมือนความโชคร้ายจะมาเยือนเมื่อพวกที่มาสมทบโดนหางของคิไมร่าฟาดเจ้าอย่างแรงจนกระเด็ดไปกระแทกเข้ากับหน้าผ่าสูงจนร่างแหลกละเอียด บรรดาผู้ที่เหลือรอดในเวลานี้มีเพียงหัวหน้ากลุ่มโจรและพวกเด็กๆอย่างติน
หัวหน้ากลุ่มโจรที่รู้ชะตากรรมของตนเองก็ตัดสินใจปิดชีวิตตนเองทันทีตามลูกของตนไป สัตว์อสูรที่ยังบ้าคลั่งนั้นเหมือนจะยังไม่พอใจจึงได้กวาดสายตามองไปรอบๆเพื่อหาเหยื่อของตน
ตินและเรย์ที่รู้สึกถึงอันตรายก็รีบพาเครียร่าเชอร์รี่และไคหมอบลงบนรถม้าเพื่อหลบสายตาของสัตว์อสูรก่อนที่จะพากันปิดปากเงียบเพื่อไม่ให้อสูรเจอ ถึงแม้จะรู้ว่าสัตว์อสูรไม่สามารถเข้ามาถึงตัวได้แต่ความกลัวทำให้พวกเขาต้องซ้อน
เมื่อไม่พบเหยื่อเจ้าสัตว์อสูรก็เดินหายไปภายในป่าด้านข้าง ผ่านไปสักพักจนแน่ใจว่าสัตว์อสูรไปแล้วจริงๆตินและทั้งสี่คนก็พากันลุกขึ้นมานั้งถอนหายใจ
"เฮ้อ/เฮ้อ/เฮ้อ/เฮ้อ/เฮ้อ"ทั้งตินและทุกคนถอนหายใจออกมาพร้อมกันก่อนที่จะพากันมองหน้าตินแล้วยิ้มออกมา. 'รอดแล้ว!!'นั้นคือสิ่งที่พวกเขาคิดในเวลานั้น
.
.
